คนรุ่นใหม่อาจไม่มีวัยเกษียณ ? เพราะอะไร ?

ในภาวะปัจจุบัน

 ที่การเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ในอัตราที่ก้าวกระโดด นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ มีความฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถทำงานแทนที่มนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น (แม้จะยังอยู่แค่ในบางส่วนที่เป็นงานซ้ำๆ) กระทบมายังพฤติกรรมมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมความคิดของคนวัยทำงานรุ่นใหม่ จึงอาจมีความแตกต่างไปจาก คนรุ่น 80 90 เป็นอย่างมาก เนื่องจากเกิดมาในยุคที่ ทุกอย่างสามารถหาได้ เข้าถึงได้ ใช้งาน ได้ภายในพริบตาเดียว คุยกับเพื่อนที่อยู่ที่อีกซีกโลก ได้โดยไม่ต้องรอคิวโทรศัพท์ ไม่ต้องส่ง แอร์เมล์ แถมยังฟรี ไม่ต้องเสียเงินสักบาท การหาเพื่อน(Social Media) การเดินทาง (Uber) การท่องเที่ยว (Airbnb) การดูหนัง (Netflix) ทุกอย่างล้วนเป็นไปในลักษณะที่สะดวก ทันที ต้นทุนต่ำ แต่เน้นที่ผล เน้นที่ประสบการณ์ ในรูปแบบ “เช่าใช้” (Subscription) มากกว่า ความรู้สึกที่ต้องได้เป็นเจ้าของ (Buy and Own) ซึ่งเป็นที่นิยมในเกือบร้อยปีที่ผ่านมา

ถ้าเป้าหมายการทำงาน

ของคนรุ่นก่อน คือการสะสมเงิน สมบัติ บ้าน รถ ที่ดิน อะไรก็แล้วแต่ เพื่อเป็นการรับประกันว่า ในยามที่ร่างกายไม่ไหวแล้ว หรืออยากเลิกทำงานแล้ว สิ่งที่สะสมมาจะเป็นตัวสนับสนุนให้ เขาและคนรอบตัวยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ค่อยๆ ขาย ค่อยรินความเป็นเจ้าของ สมบัติเหล่านั้นออกมาใช้ ก็น่าจะมีชีวิตเกษียณที่มีความสุขได้ไม่ยาก ง่ายๆ คือเกิดมา ทำงาน สะสมสิ่งของ และขายกินในบั้นปลาย มีช่วงชีวิตการทำงานและการหยุดทำงานแบ่งชัดเจน

แต่ถ้าลองนึกถึงคนทำงานรุ่นใหม่ๆ

ที่ไม่ได้อยากมีบ้าน มีรถเป็นของตนเอง (ไม่อยากมี หรือไม่อาจมี ก็ไม่แน่ใจ) ไม่อยากเก็บเงินอะไรมากมาย เลือกที่จะไปหาประสบการณ์ มากกว่าการเก็บออมเพื่อเป็นเจ้าของอะไรบางอย่าง ไม่ได้สั่งสมสินทรัพย์มากมาย จะมีอะไรมาขายกินยามชรา เหมือนเอาช่วงทำงาน กับช่วงเกษียณที่แบ่งแยกชัดเจนในคนรุ่นก่อน มาคลุกผสมผสานกลืนเป็นเนื้อเดียวกันในคนรุ่นปัจจุบันเป็นเรื่องน่าคิดว่า หน้าตาของวัยเกษียณในคนรุ่นที่อยู่แบบ Subscription Model นี้จะเป็นอย่างไร ในเมื่อไม่ได้สั่งสมอะไรมา จะเอาอะไรกิน โดยเฉพาะถ้าวิวัฒนาการการแพทย์จะยิ่งทำให้อายุขัยเฉลี่ยยาวนานขึ้นไปอีก 

หนึ่งในแนวทาง

ที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นไปได้ คือ คนรุ่นนี้ (Gen Alpha) และรุ่นต่อไป อาจไม่มีคอนเซปของคำว่าเกษียณ หรือ ไม่มีวันหยุดทำงาน ก็เป็นได้ คืออยากทำงานเมื่อไหร่ก็มา อยากเที่ยวก็ไป จะพักผ่อนวันไหนก็พัก ทำเท่าไหร่ ก็ได้เท่านั้น ถามว่าจะเป็นอย่างงั้นได้ ก็ต้องมีเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เข้ามาทำให้มนุษย์มีมาร์จิ้นมากขึ้น ใช้เวลาได้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลักษณะงานเบาลง พึ่งพาแรงงานมนุษย์น้อยลง เน้นใช้สมองมากขึ้น ต้นทุนต่ำ รายได้สูง และอยู่ได้แบบเรื่อยๆ ไม่ต้องคาดหวังจะสะสมอะไร เป็นเจ้าของอะไรมากมาย วนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเลิก พอ หรือจนกว่าสมองกลจะมาแย่งงานไปจนหมด (ฟังดูดาร์คๆ หม่นๆ)

บทสรุป

เพราะฉะนั้น ถ้าใครกำลังคิดถึงเรื่องชีวิตหลังเกษียณอยู่ อาจต้องลองพิจารณาให้ดีว่า วิธีการวางแผนแบบเดิมๆ นั้น จะยังสามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ มีอะไรต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับโลกอนาคต มากน้อยแค่ไหน คุณค่าของการใช้ชีวิตและประสบการณ์คืออะไร อยู่ตรงไหน”

Share On :