เศรษฐกิจฟื้น เงินเฟ้อมา หุ้นยังจะดีอยู่ไหม ?

งานวิจัยนี้

อิงบนข้อมูลย้อนหลัง 50 ปี เพื่อบอกว่า ในช่วงของเงินเฟ้อระดับต่าง ๆ การจัดพอร์ตด้วยสินทรัพย์ประเภทใดน่าจะต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อได้ และให้ผลตอบแทนดีที่สุด

ล่าสุดเงินเฟ้อ

สหรัฐอยู่ที่ 5.4% YoY โดย Allianz Global Investors มองว่าเงินเฟ้อจะเป็นขาขึ้นไปสักระยะหนึ่ง โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับ 2% – 4% ต่างจากความเห็นส่วนใหญ่ในตลาดว่าเงินเฟ้อเป็นแค่สูงชั่วคราวจากฐานต่ำและ Supply Shortage ระยะสั้น (รวมถึงคุณ Cathie, Ark Invest ด้วย)

เงินเฟ้อ 2 % - 4 %

หุ้นดีที่สุด (เฉลี่ย 7% ต่อปี) โดยปกติแล้วความเข้าใจ คือ เงินเฟ้อจะมาได้ เศรษฐกิจน่าจะต้องฟื้นหรือขยายตัวได้ดี การลงทุนในหุ้นน่าจะให้ผลกำไรที่ดี แต่จากข้อสรุปคือ ดี แค่ช่วงระดับเงินเฟ้อที่สูงระดับหนึ่งเท่านั้น

เงินเฟ้อ 4 % - 6 %

หุ้นยังดีกว่า แต่เริ่มชะลอลง เหตุผลคือ เมื่อเงินเฟ้อเกินระดับ 4.00% ไป ราคาสินค้า ค่าครองชีพปรับแพงขึ้นมาก ผู้บริโภคจะเริ่มลดการใช้จ่ายลง เพราะไม่แน่ใจว่าราคาที่ปรับขึ้นมานั้น เพราะเงินเฟ้อ หรือผู้ผลิตสินค้าถือโอกาสขึ้นราคา ระมัดระวังการจับจ่ายมากขึ้น พอ spending เริ่มไม่เติบโตตามเงินเฟ้อ เศรษฐกิจก็ไปต่อลำบาก บริษัทจดทะเบียนรายได้ลด แต่ต้นทุนยังแพงต่อ (เงินเฟ้อไปต่อ) กำไร (ราคาหุ้น) ก็อาจไม่โตมากเหมือนช่วงก่อน

เงินเฟ้อที่ 6% - 8% 

ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้น (หุ้นมีโอกาสขาดทุนได้มาก) เพราะแนวโน้มความร้อนแรงของเศรษฐกิจในระดับสูงอาจเริ่มสร้างความไม่แน่ใจในอนาคต ว่าจะเติบโตไปได้อีกสักเท่าไหร่ หรือจะมีมาตรการใด ๆ ออกมากระทบ แทรกแซง (เช่น จีน) หรือไม่ ตราสารหนี้ (ในสภาวะดอกเบี้ยที่สูงไปแล้ว) จึงเหมาะกับการลงทุนมากกว่า

บทสรุป

จากมุมมองเงินเฟ้อของ Allianz ยังคงชอบหุ้นอยู่ (Moderately) แต่ก็เตือนนิด ๆ ว่า ปัจจุบันหุ้น US ค่อนข้างแพง Valuation ตึงมาก ผลตอบในช่วงปีหน้าอาจไม่สูงนัก ประกอบการทยอยลดมาตรการผ่อนคลาย อาจทำให้เกิดความผันผวนของเงินเฟ้อ ซึ่งกระทบต่อการประเมินราคาเหมาะสมผ่าน Discount Rate ของหุ้นได้ / ตราสารหนี้ภาครัฐ ไม่สู้ดีนัก ในภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น ควรหลีกเลี่ยง

(แม้จะทำบนข้อมูลของหลักทรัพย์ใน US แต่ Allianz เชื่อว่าน่าจะได้ผลไม่ต่างกันกับส่วนอื่นของโลก)

Share On :