ของสะสมแปรเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล !!

ในช่วงไวรัสโควิด - 19 

ที่ได้ระบาดในช่วงที่ผ่านมานั้นก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด อย่างการแลกเปลี่ยนซื้อขายการ์ดที่สะสมกันมาจากความชอบ ไม่เฉพาะแค่เพียงแค่การ์ดบาสเก็ตบอลเท่านั้น การ์ดกีฬาอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เช่น การ์ดฟุตบอล หรือจะเป็นในวงการของการ์ตูนอนิเมชัน ญี่ปุ่นอย่างการ์ด Yu Gi Oh หรือ Pokemon คนในวัย Gen X Y และ Z บางคนจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ใครจะรู้ว่ากาลเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบันสิ่งที่เราชื่นชอบและสะสมจะมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมหาศาลเฉกเช่นนี้
วันนี้เราจะมาพูดถึงการ์ดที่พึ่งทำลายสถิติราคาของการ์ดบาสเก็ตบอลสูงสุด อย่างการ์ด LeBron James rookie ที่จะมีชิ้นส่วนเสื้อของเจ้าตัวที่เคยใส่ลงแข่งขันพร้อมกับลายเซ็นต์บนตัวการ์ด ในมูลค่าสูงถึง 5.2 ล้านดอลลร์สหรัฐ หรือประมาณ 172 ล้านบาท ใครจะทราบว่าถ้าหากคุณได้ก้าวเท้าเข้ามาในวงการของนักสะสมการ์ดเหล่านี้ซักวันคุณอาจจะได้รับเงินก้อนโตจากการ์ดเหล่านี้ก้ได้
ถ้าถามว่าเราจะหาการ์ดเหล่านี้ได้จากไหนนอกจากการซื้อขายผ่านนักสะสมด้วยกัน ก็จะมีอีกวิธีคือ จะสามารถหาได้จากบริษัทผลิตการ์ดชื่อดังอย่าง Topps, Bowman, Fleer and Upper Deck หรือ Panini America ที่ขายในรูปแบบของกล่องสุ่มการ์ด ที่จะให้ผู้ที่ซื้อได้ร่วมสนุกและลุ้นว่าใครจะได้อะไรของนักกีฬาคนไหนจากในกล่อง พอมีคำว่าลุ้นนั่นหมายความว่าต้องใช้ดวงมาเกี่ยวข้องนั่นเอง

ในปัจจุบัน

เริ่มมีผู้คนเริ่มที่นำการสะสมการ์ดมาแปรเปลี่ยนเป็นการแสวงหากำไร ผ่านงานอดิเรกมากขึ้น จึงให้การแลกเปลี่ยนซื้อขายการ์ดเหล่านี้เกิดความเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก แล้วถ้าถามว่ามูลค่าของการ์ดวัดกันที่ตรงไหนผู้ที่เข้ามาสะสมหรือลงทุนหน้าใหม่ควรเริ่มจากอะไร องค์ประกอบเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ไขข้อสงสัยนั้น

1. Rookie Card คือ ไพ่ใบแรกของผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้าสู่วงการในปีแรกจะมีมูลค่ามากกว่า ไพ่ของผู้เล่นคนนี้ในปีที่ 2 3 หรือ 4 เสมอ หรือเก็บเก่ากว่ามูลค่าจะเพิ่มมากกว่านั้นเอง

2. Rarity การ์ดเหล่านี้จะมีความหายากและจำนวนการผลิตที่จำกัดรุ่นหนึ่งอาจจะมีเพียง 3 ใบในโลก ถ้าใครได้มาและเก็บสะสมไว้เพื่อขายในอนาคตราคาคงจะงามไม่น้อยเลยทีเดียว

3. Patches&Autos การ์ดบางใบจะมีชิ้นส่วนเสื้อที่นักกีฬาใส่จริง และลายเซ็นต์ที่เซ็นต์เองจริงๆ จากเจ้าตัวจึงทำให้การ์ดเหล่านี้จะมีมูลค่าสูงกว่าปกติ
4. Condition/Grade สภาพของการ์ดนั้นถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดในการนำมาตีมูลค่าถึงแม้ถ้าเป็นการ์ดที่มีความแรร์แต่ถ้าทำให้มีรอยขีดข่วนหรือขาด จะทำให้มูลค่าสูญเสียไปพอสมควรเลยทีเดียว ดังนั้นต้องเก็บรักษาดีๆ ตั้งแต่ตอนที่ได้รับมา
5. Player performance, health & accolades ผลงาน สุขภาพ และรางวัลของผู้เล่นในฤดูกาลนั้นๆ จะเป็นสิ่งที่สร้างมูลค่าให้น่าเก็บสะสมเพื่อการลงทุนอีกหนึ่งปัจจัย
6. Legacy, public perception & cultural significance ความโด่งดังหรือความเป็นที่รู้จักก็เป็นสิ่งที่ทำให้นักสะสมโหยหาอยากเก็บมาเป็นของตัวเอง ยิ่งแล้วถ้าเป็นตำนานในวงการระดับโกลของบาสเก็ตบอลอย่าง Michael Jordan ที่เป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดัง ผลงานดี อีกทั้งยังได้รับรางวัลมากมาย จึงเป็นสิ่งที่นักสะสมโหยหาอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้คุณเริ่มรับรู้และเข้าใจในการลงทุนผ่านการ์ดเหล่านี้ ถึงแม้ในปัจจุบันถ้าหากนำมาเปรียบเทียบกับภาษาของนักลงทุน คงนิยามตลาดการซื้อขายการ์ด ณ ปัจจุบันว่า ตลาดกระทิงนั่นเอง แต่ในอีกมุมนึงขอให้คำนึงไว้ว่าใครที่คิดจะเข้ามาลงทุนในรูปแบบการสะสมแบบนี้ มันมีความเสี่ยงอยู่มากถ้าเข้ามาเพียงเพราะหาเงินไม่ได้ชื่นชอบสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วเพราะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเปิดสุ่มหาเจอแต่การ์ดดีๆ มีราคา ถ้ายึดติดกับการเปิดซื้อขายกล่องอย่างเดียวมันจะกลายเป็นการพนันแทน
 
กลยุทธ์การลงทุนนั้นสามารถแบ่งเป็นระยะสั้นและระยะยาว โดยแบบแรกจะมีความคล้ายกับการซื้อดัชนีหุ้น ส่วนอย่างหลังจะเป็นเหมือนการซื้อขายหุ้นมากกว่า โดยกลยุทธ์ในการลงทุนระยะยาวนั้นจะมีเคล็ดลับหนึ่งคือการซื้อกล่องสุ่มมาแล้วไม่ทำอะไรกับมันเลยปิดผนึกมันไว้อย่างนั้น และเก็บสะสมทิ้งระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 ปี แต่ถ้าจะให้ดี 10 ปีขึ้นไปเลย จะส่งผลให้อุปทานค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนั้นจะเป็นตัวผลักดันให้มูลค่าของการ์ดสูงขึ้น แต่ถ้าเป็นคนที่สนุกไปกับการลุ้นหรือเสี่ยงดวงก็สามารถลงทุนกับผู้เล่นที่พึ่งเปิดตัวได้ถึงแม้ ณ ตอนที่เปิดได้จะไม่มีชื่อเสียง แต่ถ้าอนาคตเกิดดังเป็นพลุแตกแล้วเราถือการ์ดในรุ่นแรกๆ ของคนนั้นมูลค่าของการ์ดใบนั้นคงพุ่งทะลุเพดานเลยทีเดียว
 
การลงทุนระยะสั้นนั้นจะเป็นการลงทุนที่ขึ้นอยู่กับปัจจุบันและอนาคตอันใกล้เป็นหลัก คือการหาผู้เล่นที่กำลังดังหรือทำท่าที่ว่ากับลังจะฉายแววในระยะเวลาอันใกล้ พอพวกเขาเหล่านั้นฉายแววแล้วก็ได้ทำการขายเพื่อทำกำไรในทันที

 

หลังจากพูดคุยมามายแล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญคือเมื่อได้การ์ดแล้วเราจะขายยังไง ถ้าง่ายๆ หน่อยคือขายผ่าน E-bay เพราะถือว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ให้ผู้คนที่สนใจได้เข้ามาเลือกดูซื้อขาย แต่ถ้าบ้านเราการหาคนซื้อขายด้วย ณ ตอนนี้อาจจะยังไม่บูมมากนัก แต่ก็มีร้านที่รับซื้อและขายการ์ดเหล่านี้อยู่บ้าง แต่ยังไม่มากมายเท่าต่างประเทศ แต่ไม่แน่ในอนาคตอาจจะกำลังค่อยๆ ขยายตัวขึ้นและง่ายต่อการซื้อขายมากขึ้นก็ได้

บทสรุป

ถ้าเราลองเก็บสะสมบางสิ่งบางอย่างที่เราชอบไว้โดยไม่ทิ้งหรือทำหายไปไหนในอนาคตซักวันมันอาจจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากมาย หรือเป็นที่ต้องการของคนบางคนก็ได้ ซึ่งบางทีอาจจะสามารถสร้างเงินก้อนไว้ใช้สบายๆ ตอนเกษียณก็เป็นได้

Share On :