การเปลี่ยนแปลงราคาสุทธิของสินทรัพย์

📌 เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลง

ไปสู่ความยั่งยืนนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนราคาสินทรัพย์

📌 เงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 40 ปี ของสหรัฐฯ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเรามองว่าอัตราผลตอบแทนที่ตลาดคาดการณ์นั้นสูงเกินความเป็นจริง

📌 ตัวเลข CPI ของสหราชอาณาจักรและตัวเลขการจ้างงานจะเป็นปัจจัยที่สำคัญเกี่ยวกับ ความเข้มงวดของนโยบายในสหราชอาณาจักร แต่เราก็ยังเชื่อว่าตลาดมองถึงความกังวล ในการขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไป

📌 การเปลี่ยนผ่าน

ในการทำให้โลกปลอดคาร์บอนกำลังเกิดขึ้น และนักลงทุนไม่สามารถเพิกเฉย  โดยยังมีพื้นที่ในการเติบโต สิ่งนี้ไม่ได้กีดกันหุ้นพลังงานแบบดั้งเดิมจากการเติบโต เราเชื่อว่านี่คือคุณลักษณะของการเปลี่ยนแปลงซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะได้ประโยชน์จากอุปสงค์และ อุปทานที่ไม่ตรงกัน ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลงสู่ Net-Zero Carbon 

📌 รู้ได้อย่างไรว่าการตีราคากำลังเกิดขึ้น วิธีการคือตัดปัจจัยขับเคลื่อนทั่วไปของผลตอบแทน เช่น ข่าวเกี่ยวกับรายได้หรือผลกระทบของปัจจัยต่างๆ เช่น โมเมนตัมและการเติบโต ซึ่งช่วยให้สามารถแยกต้นทุนของเงินทุนและวัดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความชอบของ นักลงทุนสำหรับสินทรัพย์ที่ยั่งยืน โดยการวัดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยตรง เป็นส่วนแบ่งของมูลค่าองค์กร เราพบส่วนที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยี ปรับราคาใหม่เป็นบวก (ซ้าย) ในปี 2020 ในขณะที่ ส่วนที่เป็นสีน้ำตาล เช่น ระบบสาธารณูปโภค แสดงภาพสะท้อนภาพตรงกันข้าม (ขวา)

📌 ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเรายังคงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพียงแต่ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่จะเข้าซื้อเพราะตลาดอาจปรับลดได้อีกในภาวะที่อ่อนไหว

 

📌 ธนาคารกลางต่างๆ

ได้พูดถึงเรื่องเงินเฟ้ออย่างหนักเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยชี้ไปที่การ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบเร่งรัด ตลาดกำลังพยายามจะทำความเข้าใจกับมัน เพราะการเพิ่มจนถึงระดับที่จำเป็นในการบีบเงินเฟ้อออกจะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อย โดยสาเหตุที่แท้จริงคือ ปัญหาคอขวดของอุปทาน

📌 เราเชื่อว่าธนาคารกลางสามารถยุติความสับสนได้ หากพวกเขาชี้แจงให้ชัดเจน ว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้เป็นการกำจัดมาตรการกระตุ้นที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป ไม่ใช่การบีบอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากข้อจำกัดด้านอุปทาน

บทสรุป

ยังคงลงทุนในหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ โดยชอบหุ้นในตลาด US , Euro , ญี่ปุ่น และ จีน ขณะที่มีตราสารหนี้ป้องกันเงินเฟ้อไว้บ้าง ส่วนพันธบัตรรัฐบาลไม่ชอบนักใน ช่วงที่ผลตอบแทนมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง โดยบทความนี้มิใช่สิ่งชี้นำซื้อขายการลงทุนแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงแค่การให้ความรู้และข้อมูลที่ช่วยให้เพิ่มมุมมองในการลงทุนเท่านั้น **

Share On :

Scroll to Top