โอกาสที่เกิดจาก "ความสับสนของอัตราผลตอบแทน"

📌 หุ้นยังเดินถอยหลัง

หลังจากที่นักลงทุนตื่นตระหนกต่อความขัดแย้งทางการทหารที่เกี่ยวข้องกับยูเครน ซึ่งสถานการร์นี้เป็นช่วยดึงผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นจากจุดสูงสุดลงมา

📌 ตลาดในสัปดาห์นี้ควรจับตาอัตราเงินจากเฟ้อดัชนีราคารายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นสิ่งที่ FED จับตาในการหาขนาดของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 

📌 สถานการณ์ที่ชายแดน

รัสเซีย-ยูเครนยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประธานาธิบดี ปูติน สั่งกองกำลังทหารเข้าไปในยูเครนตะวันออก หลังจากประกาศเป็นรัฐอิสระสำหรับ 2 แคว้น ที่มีความขัดแย้งกับทางยูเครน (ภูมิภาคดอแนตสก์ และลูฮันสก์) ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับ ภาพรวมและแนวโน้มนโยบายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

📌 ในเชิงกลยุทธ์ มุมมองสินทรัพย์ยังมีความพอใจในหุ้นมากกว่าพันธบัตรรัฐบาล

📌 ตลาดยังอยู่ในภาวะเสี่ยงเนื่องจากภัยคุกคามทางทหารของรัสเซียต่อยูเครนสะท้อนให้เห็นถึง ความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรงที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น  เชื่อว่าการเผชิญหน้ากันอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และ อาจก่อให้เกิดการคว่ำบาตรจากตะวันตก ซึ่งให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน และการปรากฏตัวของ NATO ที่เพิ่มขึ้นในยุโรปตะวันออก

📌 เรายังตระหนักด้วยว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดความปั่นป่วน ในระยะสั้น

  📌Event Driven

อันนี้คือใช้เหตุการณ์ของบริษัทหาโอกาสการลงทุน เช่น เรื่องควบรวมกิจการ, บริษัทเจ๊ง หรือเรื่องใหญ่อื่นๆ

📌Options Trading

ก็ตามชื่อคือมีการใช้ options ที่หลากหลาย

📌Relative Value Arbitrage

 อันนี้คือมองหาสินทรัพย์ที่มูลค่ามันควรจะเกี่ยวข้องกัน แล้วก็อาศัยเวลาที่มูลค่ามันเพี้ยนไปจากปกติ เช่น อาจจะเป็นหุ้นกู้กับหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัทเดียวกัน

บทสรุป

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อตลาด และ ยังเชื่อว่าตลาดตกใจ เกินไปสำหรับเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ยังมองว่าหุ้นน่าสนใจมากกว่าตราสารหนี้โดยเฉพาะหุ้น (DM) เนื่องจากยังมีรายได้ที่แข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตมากกว่าในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว

** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง โดยบทความนี้มิใช่สิ่งชี้นำซื้อขายการลงทุนแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงแค่การให้ความรู้และข้อมูลที่ช่วยให้เพิ่มมุมมองในการลงทุนเท่านั้น **

Share On :