ธนาคารกลางยุโรปเตรียมแตะเบรคหยุดเงินเฟ้อ

คาด

📈 ธนาคารกลางยุโรปเตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ย
 
👨‍🏫 ส่วน ณ ตอนนี้ตลาดได้มีการเตรียมตัวสำหรับนโยบายการเงินที่ตึงตัว จะเห็นได้จากการปรับตัวลดลง

🏛 ธนาคารกลางส่งสัญญาณกับตลาดว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเมื่อเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้ เรายังต้องรอดูท่าทีของหุ้นในระยะสั้นก่อน

👷‍♂️ อัตราการจ้างงานสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 390, 000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานไม่ได้ตึงตัวอย่างที่บางคนคิดนัก

ธนาคารกลางยุโรป

🏛 ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในสัปดาห์นี้เตรียมให้การแถลงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ย และตัวแปรมีหลายตัวแปรแต่หนึ่งในนั้นคือข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED
 
🤓 ECB อาจจะยืนยันในสัปดาห์นี้ว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และทางตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นได้ในปี 2023
 
🏦 ในส่วนทาง FED เราคาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะสิ้นสุดภายในสิ้นปีนี้ โดยเราเชื่อว่าผลรวมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมดของ FED จะอยู่ในระดับที่ต่ำอยู่ดี เนื่องจากธนาคารกลางเลือกที่จะอยู่กับอัตราเงินเฟ้อ
 
👨‍💼 ทั้ง ECB และ FED ต่างจำเป็นต้องทำให้นโยบายการเงินเป็นปกติอย่างเร็วที่สุดจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่นำมาใช้เมื่อตอนเกิดการระบาดของ Covid-19 ครั้งแรกที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูง และยากที่จะควบคุม จากนโยบายกระตุ้นเศรฐกิจนั้น
 
ความแตกต่างระหว่างฝั่ง ECB(ยุโรป) และ FED(สหรัฐ) คือตัวขับเคลื่อนของเงินเฟ้อ

โดยอัตราเงินเฟ้อ

🧐 ในเขตยูโรปได้รับแรงหนุนหลักมาจากค่าพลังงานและค่าอาหารที่สูงขึ้นจากสงครามในยูเครนโดยสิ่งนี้น่าจะหมดไปในระยะกลางในความเห็นของเรา เนื่องจากยุโรปจะพยายามหาแหล่งพลังงาน และแหล่งอาหารใหม่
 
👉 ส่วนในสหรัฐอเมริกาอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากสินค้าและพลังงานในส่วนที่เกือบเท่ากัน และมีราคาบ้านอีก
 
เรามองว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯจะยังคงอยู่ต่อไปและคาดว่าจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าตอนก่อนเกิด Covid-19 ซึ่งปัจจุบันได้เข้าสู่ยุคที่ข้อจำกัดด้านการผลิตได้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเงินเฟ้อ
 
🤔 ลองนึกถึงปัญหาคอขวดและความยุ่งยากในการผลิต การจัดหา การขนส่ง และการจัดหาพนักงาน ซึ่งธนาคารกลางทั้งสองยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเมื่อพยายามควบคุมอัตราเงินเฟ้อด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งลดความร้อนแรงได้ในฝั่งของอุปสงค์ในสภาวะปกติเท่านั้น
 
👨‍💼 หรือก็คือ เงินเฟ้อที่มาในรอบนี้นั้นไม่ได้มาจากอุปสงค์ที่เยอะเกินไป แต่มาจากปัญหาด้านอุปทานซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะลดอุปสงค์ได้เยอะเพราะอุปทานที่ขาดแคลนเป็นสินค้าจำเป็นซะส่วนใหญ่ เช่น ธัญพืชและพลังงานเป็นต้น หากสงครามยังบานปลายก็จะไม่เป็นผลดีต่อหลายๆประเทศ

บทสรุป

เราเชื่อว่าความคาดหวังของตลาดสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ECB นั้นสูงเกินไปตลาดได้ลดอัตราการปรับตัวลงอย่างช้าๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลง แต่จะยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในระยะสั้นอาจจะมีการลดสัดส่วนของหุ้นในตลาด DM ของ   แต่หากมีสัญญาณชัดเจนว่าอัตราเงินเฟ้อเริ่มลดลงตอนนั้นจะกลับเข้าไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นอย่างเต็มที่ ** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง โดยบทความนี้มิใช่สิ่งชี้นำซื้อขายการลงทุนแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงแค่การให้ความรู้และข้อมูลที่ช่วยให้เพิ่มมุมมองในการลงทุนเท่านั้น **

Share On :