EM มี Big 7 ของตัวเองแล้ว / Risk-On แบบเลือกสรร EM และ US | สรุป TSL 13 July 26
ประเด็นวันนี้สะท้อนภาพตลาดที่กำลังเปลี่ยนจากโลกที่ “หุ้นสหรัฐฯ ครองทุกอย่าง” ไปสู่โลกที่โอกาสเริ่มกระจายมากขึ้น ฝั่ง Capital Group มองว่าหุ้นตลาดเกิดใหม่ หรือ EM กำลังกลับมาน่าจับตาอีกครั้ง จากกลุ่ม “Emergent Seven” ที่มีบทบาทในห่วงโซ่ AI โลก รวมถึง Valuation ที่ยังถูกและกำไรที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่ Wellington ชี้ว่าตลาดหุ้นโลกยังปรับขึ้นได้จากกำไรบริษัทที่แข็งแรงและแรงหนุนจาก AI แต่ความจริงเบื้องหลังยังมีความเสี่ยง ทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ภูมิรัฐศาสตร์ และความกระจุกตัวของตลาด


สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้
- อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทำให้ความเสี่ยงตลาดโลกกลับมา เพราะเส้นทางนี้เกี่ยวข้องกับน้ำมันและ LNG ราว 20% ของโลก หากยืดเยื้ออาจดันต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และเงินเฟ้อกลับขึ้นมา
- สัปดาห์นี้ตลาดจับตา Earnings กลุ่มธนาคาร + CPI/PPI สหรัฐฯ เพราะจะเป็นตัวชี้ว่ากำไรบริษัทยังแข็งแรงพอหรือไม่ และเงินเฟ้อเริ่มถูกส่งผ่านจากพลังงาน/ภาษีนำเข้าหรือยัง
- Goldman Sachs เตือนว่า CPI คือความเสี่ยงใหญ่ของตลาด หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาด Bond Yield อาจเด้งขึ้น และกดดันหุ้น Growth / Technology / AI ที่ Valuation สูง
- UBS ยังมองว่า Bull Market ไปต่อได้ แม้ดอกเบี้ยสูง ตราบใดที่เศรษฐกิจไม่ถดถอยและกำไรบริษัทยังโตจริง แต่ควรเน้นหุ้นคุณภาพมากกว่าซื้อทั้งตลาด
- ข่าวหุ้น AI ยังเป็นธีมหลัก: Morgan Stanley มอง Nvidia ต้องพึ่งการใช้งาน AI ของทั้งเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่ Hyperscaler ส่วน SpaceX, Meta, Samsung และ SK hynix ยังถูกมองเป็นผู้เล่นสำคัญของ AI Infrastructure / Memory AI ระยะยาว
สรุปเนื้อหา Paper วันนี้
Paper 1: 7 ดาวรุ่ง ดึงหุ้น EM กลับมาน่าจับตา | Capital Group
WHAT HAPPEN
- หุ้นตลาดเกิดใหม่เริ่มกลับมาทำผลงานโดดเด่น หลังถูกหุ้นสหรัฐฯ บดบังมานาน
- “Emergent Seven” เช่น TSMC, Samsung, SK Hynix, Alibaba, Tencent, MediaTek และ Delta Electronics มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่ AI โลก
- EM ไม่ได้ขับเคลื่อนแค่สินค้าโภคภัณฑ์เหมือนอดีต แต่เริ่มมีบริษัทเทคโนโลยี สุขภาพ การผลิต และนวัตกรรมมากขึ้น
WHY SHOULD I KNOW
- หุ้น EM ยังมี Valuation ต่ำกว่าหุ้นสหรัฐฯ และมีโอกาสถูก Re-rating หากกำไรโตต่อเนื่อง
- AI Supply Chain ไม่ได้อยู่แค่ในสหรัฐฯ แต่กระจายไปยังไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน และตลาดเกิดใหม่หลายประเทศ
- เงินลงทุนที่ไหลกลับเข้า EM เพียงเล็กน้อย อาจสร้างแรงหนุนมาก เพราะ EM ยังมีน้ำหนักต่ำในพอร์ตโลก
WHAT TO DO NEXT
- เพิ่มน้ำหนัก EM แบบ Selective ไม่ใช่ซื้อทั้งตลาด
- กระจายจากหุ้นเทค EM ไปยัง Commodity, Industrial, Domestic Growth และธุรกิจที่ได้ประโยชน์จาก Supply Chain ใหม่
- จับตาเกาหลีใต้ จีนแบบเลือกตัว และประเทศทรัพยากร เช่น บราซิล มาเลเซีย ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบของ AI Infrastructure
Paper 2: แรงขึ้นของตลาด กับความจริงที่ต้องมอง | Wellington
WHAT HAPPEN
- ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นต่อ แม้มีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยสูง
- แรงหนุนหลักมาจากกำไรบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ AI Infrastructure
- การขึ้นของตลาดไม่ได้มาจาก P/E ที่แพงขึ้นเป็นหลัก แต่เกิดจากกำไรที่โตเร็วกว่า ทำให้ Valuation ดูสมเหตุสมผลขึ้น
WHY SHOULD I KNOW
- ตลาดยังขึ้นได้ แต่การฟื้นตัวยังกระจุกในบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นใหญ่สหรัฐฯ และหุ้น AI
- EM Asia เริ่มโดดเด่น เพราะมีบทบาทเชิงโครงสร้างใน AI Supply Chain
- Bond Yield ที่สูงทำให้พันธบัตรรัฐบาลกลับมาน่าสนใจ แต่ Credit Spread ที่แคบทำให้ต้องระวังตราสารหนี้เอกชนมากขึ้น
WHAT TO DO NEXT
- ยังลงทุนในหุ้นได้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และ EM Asia แต่ควรกระจายความเสี่ยงมากขึ้น
- เพิ่มความสมดุลในพอร์ตด้วยพันธบัตรรัฐบาลที่ Yield น่าสนใจ
- ระวังสินทรัพย์ที่ราคาแพงเกินไป เช่น Credit Spread แคบ หุ้นกระจุกตัว และธีม AI ที่ถูกคาดหวังสูงเกินจริง
สรุปภาพรวมรายการวันนี้
ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดยังมีแรงไปต่อ แต่โอกาสไม่ได้อยู่ที่เดิมเพียงจุดเดียว Capital Group ชี้ว่าหุ้น EM กำลังเข้าสู่รอบใหม่ จากบทบาทใน AI Supply Chain, Valuation ที่ยังน่าสนใจ และกำไรที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่ม Emergent Seven และประเทศที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบหรือโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่วน Wellington มองว่าตลาดหุ้นโลกยังขึ้นได้ เพราะกำไรบริษัทแข็งแรง แต่เบื้องหลังยังต้องระวังความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ภูมิรัฐศาสตร์ และความกระจุกตัวของตลาด กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือยังลงทุนต่อ แต่ต้องเลือกมากขึ้น กระจายพอร์ตให้ดีขึ้น และให้ความสำคัญกับคุณภาพของกำไรกับ Valuation มากกว่าการไล่ตามราคาที่ขึ้นแรง
EM มี Big 7 ของตัวเองแล้ว / Risk-On แบบเลือกสรร EM และ US | สรุป TSL 13 July 26 Read More »

You must be logged in to post a comment.