loader image

ลงทุนพลังคู่ สู่การเติบโต

Lief Twin Turbo

นโยบายกองทุนนี้มีจุดเด่นอย่างไร ?

Local Investment & Global Opportunities

เราไม่ได้จำกัดการลงทุนแค่ในประเทศ แต่ขยายโอกาสสู่ตลาดโลกผ่าน DR เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า

Dynamic Exposure

ปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยและ DR ของหุ้นต่างประเทศ อย่างคล่องตัวตามสภาวะตลาด คัดเลือกเฉพาะหุ้นพื้นฐานดีและหุ้นนวัตกรรมเด่นจากทั่วโลก

Qualitative Growth

เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ คัดเลือกหุ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว

Risk Management

การกระจายน้ำหนักการลงทุนที่เหมาะสม (Equal Weight) พร้อมกำหนดจุด Cut Loss และ Take Profit ที่ชัดเจนจากประสบการณ์การลงทุนจริง

Lief Twin Turbo เหมาะกับใคร ?

ชื่นชอบหุ้นไทย แต่ต้องการโอกาสลงทุนต่างประเทศ

ลงทุนหุ้นไทยควบคู่กับ DR ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโต

ผิดหวังจากหุ้นเดิม อยากฟื้นพอร์ต

เหมาะกับผู้ที่มองหาหุ้นศักยภาพสูง ที่มีโอกาสในการฟื้นตัว

ไม่มีเวลา อยากให้มืออาชีพดูแล

บริหารครบวงจร ทั้งคัดหุ้นและปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ

กังวลภาษีต่างประเทศ

กำไรส่วนต่างจากการขาย DR ได้รับการยกเว้นภาษี เช่นเดียวกับหุ้นไทย

สัดส่วน และประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน

Tactical
  • “มี หรือ ไม่มีก็ได้”
  • Key Success: อยู่กับตลาดให้นานที่สุด
  • Opportunity
Satellite
  • ยังต้องเน้นปัจจัยพื้นฐาน
  • เพิ่มความเสี่ยงเพื่อหา Alpha
Core 60.0%Satellite 20.0%Tactical 20.0%
Core 60% Satellite 20% Tactical 20%
Core
  • ส่วนใหญ่ต้องถูกทิศก่อนเสมอ
  • ถ้าเข้า 3 ข้อ ให้สัดส่วนเยอะ
  • ถ้าเข้า 2 ข้อ อาจถือสัดส่วน ~2/3

หุ้นสามัญ (Stocks)

ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET และ mai)

DR (Depositary Receipt)

ตราสารที่อ้างอิงถึงหุ้นต่างประเทศ แต่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย

หลักทรัพย์บริหารสภาพคล่อง

ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
(ในกรณีที่มีความจำเป็น)

ตัวอย่าง รายละเอียดการคัดเลือกสินทรัพย์

SET+mai (932 Stocks)
DR (177 Units)
Fund
Manager
Selection
Best
Quality
(5–15 Stocks)
ดูรายละเอียดนโยบายกองทุน Lief Twin Turbo
@import url(‘https://fonts.googleapis.com/css2?family=IBM+Plex+Sans+Thai:wght@400;600;700&display=swap’);/* ===== Base (scoped) ===== */ #LTTfacts, #LTTfacts *{ box-sizing: border-box } #LTTfacts{ –ink:#111; –muted:#52525b; –line:#e5e7eb; –zebra:#fafafa; –burgundy:#800020; font-family:”IBM Plex Sans Thai”,system-ui,sans-serif; color:var(–ink); background:transparent; padding:16px 0; }/* ===== Full-width container ===== */ #LTTfacts .wrap{ width:100%; /* full width ของพาเรนต์ */ max-width:none; /* ไม่จำกัด 1100px อีกต่อไป */ padding:0; /* เอา padding ออก ให้ชิดพาเรนต์ */ margin:0; }/* ===== Horizontal scroll on mobile/tablet ===== */ #LTTfacts .table-scroll{ width:100%; overflow-x:auto; /* เลื่อนแนวนอน */ -webkit-overflow-scrolling:touch; border:1px solid var(–line); border-radius:10px; }/* ===== Table ===== */ #LTTfacts table{ width:100%; min-width: 760px; /* กันบีบคอลัมน์บนจอเล็ก → ให้เลื่อนแทน */ border-collapse:separate; border-spacing:0; table-layout:auto; } #LTTfacts tr{ background:#fff } #LTTfacts tr:nth-child(odd){ background:var(–zebra) } /* zebra */ #LTTfacts td{ vertical-align:top; padding:16px 18px; border-bottom:1px solid var(–line); font-size:18px; line-height:1.6; background:transparent; /* สีมาจาก */ white-space:normal; } #LTTfacts tr:last-child td{ border-bottom:0 }/* คอลัมน์ซ้าย/ขวา */ #LTTfacts td:first-child{ width:32%; font-weight:700; color:#1f2937 } #LTTfacts td:last-child{ width:68% }#LTTfacts ul{ margin:8px 0 0 1.2em; padding:0 } #LTTfacts li{ margin:.25em 0 }/* CTA row: ไม่เอา zebra */ #LTTfacts tr.cta-row{ background:transparent } #LTTfacts .cta{ background:var(–burgundy); color:#fff; font-weight:700; text-align:center; padding:16px; line-height:1.5 } #LTTfacts .cta a{ color:#fff; text-decoration:underline } #LTTfacts .cta a:hover{ opacity:.9 }/* ===== Tablet tune ===== */ @media (max-width: 900px){ #LTTfacts td{ padding:14px 16px; font-size:17px } }/* ===== Mobile tune ===== */ @media (max-width: 640px){ /* เพิ่มระยะขอบภายนอกเล็กน้อยเพื่อให้เลื่อนง่ายไม่ชนขอบจอ */ #LTTfacts .table-scroll{ border-radius:8px; margin:0 8px } #LTTfacts td{ padding:14px 14px; font-size:16px; line-height:1.55 } }
นโยบายการลงทุนLief Twins Turbo (LTT)
บริษัทจัดการบลจ.ลีฟแคปปิตอล จำกัด
รูปแบบการลงทุนกองทุนส่วนบุคคล ที่มีผู้จัดการกองทุนคัดเลือกสินทรัพย์และติดตามการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุน
วัตถุประสงค์การลงทุนลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากราคาตลาด (Capital Gain) ตามสภาวะการลงทุน
ประเภทสินทรัพย์ลงทุนในหุ้นไทย, DR ในตลาดหลักทรัพย์ไทย และหลักทรัพย์เพื่อบริหารสภาพคล่อง (ถ้ามี)
กลยุทธ์การลงทุน
  • คัดเลือกหลักทรัพย์จากปัจจัยพื้นฐาน/ศักยภาพการเติบโต (Expected Return)
  • กระจายลงทุน 5–15 หลักทรัพย์ ตามสภาวะและโอกาส
  • Equal weighting ทุกหลักทรัพย์ เพื่อลดความเสี่ยง
  • Active Management สินทรัพย์เสี่ยง 0–100% ปรับตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน
กองทุนนี้เหมาะสำหรับ นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ในประเทศ รับความเสี่ยงได้สูง และยอมรับโอกาสขาดทุนตามสภาวะตลาด โดยมีเป้าหมาย:
  • มีพอร์ตไทย/กองทุนรวมขาดทุน ต้องการแนวทางจัดการใหม่
  • ต้องการลงทุนในไทย พร้อมกระจายไปต่างประเทศ (DR)
  • ต้องการมืออาชีพบริหาร ไม่ต้องติดตามตลาดเอง/กังวลภาษีต่างประเทศ
เงินลงทุนขั้นต่ำ1,000,000 บาท (เพิ่มทุนขั้นต่ำครั้งละ 500,000 บาท)
ระดับความเสี่ยงความเสี่ยงสูง (ระดับ 4 ขึ้นไป) จากการลงทุนหลักทรัพย์รายตัว
ผลตอบแทนคาดหวัง*เฉลี่ย 7.00% – 12.00% ในช่วงระยะเวลาลงทุน 3–5 ปี
ค่าธรรมเนียมกองทุน
  • Front End 1.00% (ครั้งเดียว/เมื่อเพิ่มทุน)
  • Management Fee 1.50% ต่อปี
  • Performance Fee 10.00% (High Water Mark) เรียกเก็บสิ้นปี/เมื่อมีการลดทุนบางส่วนหรือปิดกอง
  • Custodian Fee 0.03% ต่อปี (ขั้นต่ำ 500 บาท/เดือน)
  • ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ เรียกเก็บตามจริง
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ
  • ความเสี่ยงราคาตลาด
  • ความเสี่ยงผู้ออกตราสาร (DR)
  • ความเสี่ยงสภาพคล่อง
  • ความเสี่ยงด้านกฎหมาย/กฎเกณฑ์
ลักษณะผลตอบแทน/ความเสี่ยง
  • การลงทุนมีความเสี่ยง มีโอกาสขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ
  • กองทุนส่วนบุคคล ไม่มีคุ้มครองเงินต้นหรือรับประกันผลตอบแทน
ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (ลงทุนในสกุลบาท)
เกณฑ์วัดผลการดำเนินงานMSCI ACWI TR Index (ปรับเป็นสกุลเงินบาท) 100%
ผู้รับฝากทรัพย์สินบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
การจัดส่งรายงานคำนวณ NAV ทุกสิ้นวัน ส่งรายงานสิ้นเดือนทางอีเมลภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป / ติดตามรายวันได้จาก Lief Application
ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม

*หมายเหตุ ผลตอบแทนคาดหวัง 7.00 – 12.00% ต่อปี (เฉลี่ยในระยะยาว) คำนวณจากผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลังของ MSCI ACWI Total Return Index นับตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2014 – 2024 ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 9.23% โดยคำนวณรวมค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงจากการบริหารจัดการกองทุน อันประกอบด้วยค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน (Management fee), ค่าธรรมเนียมตามกำไร (Performance fee) คำนวณด้วยเกณฑ์ High Water Mark ทุกสิ้นปี (ถ้ามี), ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Commission fee) และค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian fee) โดยเมื่อคำนวณรวมประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 7.33% / คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตและผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

รายละเอียดการลงทุนเพิ่มเติม

กับคำถามที่พบบ่อยเหล่านี้

1. กลยุทธ์การลงทุนกองทุน Lief Twin Turbo คืออะไร ?

ลงทุนแบบ Active ด้วยการกระจายลงทุนในหุ้นไทย และหุ้นต่างประเทศ (DR) จำนวน 5 – 15 หลักทรัพย์ ในสัดส่วนเท่ากัน โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการเติบโต หรืออาจเป็นการถือหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง 100% เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการลงทุน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน

2. โอกาสการลงทุน Lief Twin Turbo Fund

Lief Capital มองเห็นโอกาสในการลงทุน ผ่านการคัดเลือกหุ้นไทยอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการมองหาโอกาสลงทุนในหุ้นต่างประเทศ (DR) ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือก และสภาพคล่องที่มากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน ผ่านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย

3. จับจังหวะการลงทุน / ลงทุนให้เลยทันทีไหม

จะมีการ “จับจังหวะการลงทุน” ให้ในระดับหนึ่ง และจะพิจารณา “ลงทุนทันที” หากมองว่าตลาดอยู่ในจังหวะที่เหมาะสม แต่ถ้าช่วงนั้นตลาดมีความผันผวนสูงหรือยังไม่แน่นอน อาจเลือก “ทยอยเข้าลงทุนเป็นรอบ ๆ หรือถือเป็นเงินสดไว้ช่วงเวลาหนึ่ง” เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวน โดยทีมจัดการกองทุน จะติดตามภาวะตลาดและประเมินความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

4. มีเกณฑ์ในการพิจารณาขายหุ้นหรือไม่ ? (Cut Loss)

หากหุ้นบางตัวปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ทีมผู้จัดการกองทุนมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาขายเพื่อลดความเสี่ยง (Cut loss) ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับความเสี่ยงของพอร์ต

5. มีการใช้ AI ในการลงทุนไหม

ปัจจุบัน คัดเลือกโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเท่านั้น จากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และศักยภาพในการเติบโต

6. รับประกันผลตอบแทน หรือคุ้มครองเงินต้นไหม

ไม่มีการรับประกันผลตอบแทน หรือคุ้มครองเงินต้น เงินลงทุนมีโอกาสขาดทุนได้ ตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

7. สามารถถอนเงินได้ตอนไหน

ลูกค้าสามารถแจ้งถอนเงิน / ลดทุน ได้ตลอดเวลา และได้รับเงินคืนภายใน 15 วันทำการ

8. กรณีหุ้นที่อยู่ในพอร์ต มีการจ่ายปันผล จะจัดการกับปันผลนั้นยังไง

จะถูกนำกลับไปสะสมไว้ในบัญชีเงินสดของลูกค้า (Cash Balance) โดยสามารถนำไปลงทุนต่อ หรือรอใช้บริหารสภาพคล่องได้ตามกลยุทธ์ของพอร์ต

9. การบริหารพอร์ตในกรณีตลาดหุ้น ปรับฐาน

กองทุนสามารถเลือกถือเงินสดไว้ในระหว่างที่ตลาดมีความผันผวนสูง และทยอยเข้าลงทุนเมื่อเห็นโอกาสที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยงในพอร์ต

10. การคิดค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม (Performance Fee)

กองทุนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผลตอบแทนส่วนเพิ่มในอัตรา 10% ของกำไรส่วนเกินที่ทำได้ โดยมีเงื่อนไขว่า พอร์ตต้องมีกำไรสุทธิ ผลตอบแทนต้องสูงกว่า High Water Mark (ระดับผลตอบแทนสูงสุดเดิม) เรียกเก็บจากกองทุน ณ สิ้นปีปฏิทิน หรือเมื่อลูกค้ามีการลดทุนบางส่วน /ปิดกองทุน หากพอร์ตไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า High Water Mark ได้ จะไม่เรียกเก็บในปีนั้น

11. ภาษีในการซื้อขาย

กำไรที่ได้จากการขายหลักทรัพย์ จะได้รับ “ยกเว้นภาษี” เนื่องจากเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย

12. สามารถติดตามพอร์ตการลงทุนได้ที่ไหน

สามารถติดตามพอร์ตการลงทุนได้ที่ Application Lief Mobile: https://onelink.to/r4ttyu หรือจากรายงานสถานะการลงทุน ณ สิ้นเดือนผ่านช่องทางอีเมล ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

เติบโตไปกับการลงทุนกับพลังคู่

ด้วยกองทุน Lief Twin Turbo

Scroll to Top