นโยบายกองทุนนี้มีจุดเด่นอย่างไร ?

Local Investment & Global Opportunities
เราไม่ได้จำกัดการลงทุนแค่ในประเทศ แต่ขยายโอกาสสู่ตลาดโลกผ่าน DR เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า

Dynamic Exposure
ปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยและ DR ของหุ้นต่างประเทศ อย่างคล่องตัวตามสภาวะตลาด คัดเลือกเฉพาะหุ้นพื้นฐานดีและหุ้นนวัตกรรมเด่นจากทั่วโลก

Qualitative Growth
เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ คัดเลือกหุ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว

Risk Management
การกระจายน้ำหนักการลงทุนที่เหมาะสม (Equal Weight) พร้อมกำหนดจุด Cut Loss และ Take Profit ที่ชัดเจนจากประสบการณ์การลงทุนจริง
Lief Twin Turbo เหมาะกับใคร ?
ชื่นชอบหุ้นไทย แต่ต้องการโอกาสลงทุนต่างประเทศ
ลงทุนหุ้นไทยควบคู่กับ DR ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโต
ผิดหวังจากหุ้นเดิม อยากฟื้นพอร์ต
เหมาะกับผู้ที่มองหาหุ้นศักยภาพสูง ที่มีโอกาสในการฟื้นตัว
ไม่มีเวลา อยากให้มืออาชีพดูแล
บริหารครบวงจร ทั้งคัดหุ้นและปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ
กังวลภาษีต่างประเทศ
กำไรส่วนต่างจากการขาย DR ได้รับการยกเว้นภาษี เช่นเดียวกับหุ้นไทย
สัดส่วน และประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน
- “มี หรือ ไม่มีก็ได้”
- Key Success: อยู่กับตลาดให้นานที่สุด
- Opportunity
- ยังต้องเน้นปัจจัยพื้นฐาน
- เพิ่มความเสี่ยงเพื่อหา Alpha
- ส่วนใหญ่ต้องถูกทิศก่อนเสมอ
- ถ้าเข้า 3 ข้อ ให้สัดส่วนเยอะ
- ถ้าเข้า 2 ข้อ อาจถือสัดส่วน ~2/3

หุ้นสามัญ (Stocks)
ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET และ mai)

DR (Depositary Receipt)
ตราสารที่อ้างอิงถึงหุ้นต่างประเทศ แต่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย

หลักทรัพย์บริหารสภาพคล่อง
ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
(ในกรณีที่มีความจำเป็น)
ตัวอย่าง รายละเอียดการคัดเลือกสินทรัพย์
Manager
Selection
Quality (5–15 Stocks)
| นโยบายการลงทุน | Lief Twins Turbo (LTT) |
| บริษัทจัดการ | บลจ.ลีฟแคปปิตอล จำกัด |
| รูปแบบการลงทุน | กองทุนส่วนบุคคล ที่มีผู้จัดการกองทุนคัดเลือกสินทรัพย์และติดตามการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุน |
| วัตถุประสงค์การลงทุน | ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากราคาตลาด (Capital Gain) ตามสภาวะการลงทุน |
| ประเภทสินทรัพย์ | ลงทุนในหุ้นไทย, DR ในตลาดหลักทรัพย์ไทย และหลักทรัพย์เพื่อบริหารสภาพคล่อง (ถ้ามี) |
| กลยุทธ์การลงทุน |
|
| กองทุนนี้เหมาะสำหรับ |
นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากหลักทรัพย์ในประเทศ รับความเสี่ยงได้สูง และยอมรับโอกาสขาดทุนตามสภาวะตลาด โดยมีเป้าหมาย:
|
| เงินลงทุนขั้นต่ำ | 1,000,000 บาท (เพิ่มทุนขั้นต่ำครั้งละ 500,000 บาท) |
| ระดับความเสี่ยง | ความเสี่ยงสูง (ระดับ 4 ขึ้นไป) จากการลงทุนหลักทรัพย์รายตัว |
| ผลตอบแทนคาดหวัง* | เฉลี่ย 7.00% – 12.00% ในช่วงระยะเวลาลงทุน 3–5 ปี |
| ค่าธรรมเนียมกองทุน |
|
| ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ |
|
| ลักษณะผลตอบแทน/ความเสี่ยง |
|
| ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน | ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (ลงทุนในสกุลบาท) |
| เกณฑ์วัดผลการดำเนินงาน | MSCI ACWI TR Index (ปรับเป็นสกุลเงินบาท) 100% |
| ผู้รับฝากทรัพย์สิน | บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) |
| การจัดส่งรายงาน | คำนวณ NAV ทุกสิ้นวัน ส่งรายงานสิ้นเดือนทางอีเมลภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป / ติดตามรายวันได้จาก Lief Application |
| ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม | |
*หมายเหตุ ผลตอบแทนคาดหวัง 7.00 – 12.00% ต่อปี (เฉลี่ยในระยะยาว) คำนวณจากผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลังของ MSCI ACWI Total Return Index นับตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2014 – 2024 ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 9.23% โดยคำนวณรวมค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงจากการบริหารจัดการกองทุน อันประกอบด้วยค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน (Management fee), ค่าธรรมเนียมตามกำไร (Performance fee) คำนวณด้วยเกณฑ์ High Water Mark ทุกสิ้นปี (ถ้ามี), ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Commission fee) และค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian fee) โดยเมื่อคำนวณรวมประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 7.33% / คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตและผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายละเอียดการลงทุนเพิ่มเติม
กับคำถามที่พบบ่อยเหล่านี้
ลงทุนแบบ Active ด้วยการกระจายลงทุนในหุ้นไทย และหุ้นต่างประเทศ (DR) จำนวน 5 – 15 หลักทรัพย์ ในสัดส่วนเท่ากัน โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการเติบโต หรืออาจเป็นการถือหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง 100% เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการลงทุน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน
Lief Capital มองเห็นโอกาสในการลงทุน ผ่านการคัดเลือกหุ้นไทยอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการมองหาโอกาสลงทุนในหุ้นต่างประเทศ (DR) ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือก และสภาพคล่องที่มากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน ผ่านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
จะมีการ “จับจังหวะการลงทุน” ให้ในระดับหนึ่ง และจะพิจารณา “ลงทุนทันที” หากมองว่าตลาดอยู่ในจังหวะที่เหมาะสม แต่ถ้าช่วงนั้นตลาดมีความผันผวนสูงหรือยังไม่แน่นอน อาจเลือก “ทยอยเข้าลงทุนเป็นรอบ ๆ หรือถือเป็นเงินสดไว้ช่วงเวลาหนึ่ง” เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวน โดยทีมจัดการกองทุน จะติดตามภาวะตลาดและประเมินความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
หากหุ้นบางตัวปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ทีมผู้จัดการกองทุนมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาขายเพื่อลดความเสี่ยง (Cut loss) ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับความเสี่ยงของพอร์ต
ปัจจุบัน คัดเลือกโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเท่านั้น จากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และศักยภาพในการเติบโต
ไม่มีการรับประกันผลตอบแทน หรือคุ้มครองเงินต้น เงินลงทุนมีโอกาสขาดทุนได้ ตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
ลูกค้าสามารถแจ้งถอนเงิน / ลดทุน ได้ตลอดเวลา และได้รับเงินคืนภายใน 15 วันทำการ
จะถูกนำกลับไปสะสมไว้ในบัญชีเงินสดของลูกค้า (Cash Balance) โดยสามารถนำไปลงทุนต่อ หรือรอใช้บริหารสภาพคล่องได้ตามกลยุทธ์ของพอร์ต
กองทุนสามารถเลือกถือเงินสดไว้ในระหว่างที่ตลาดมีความผันผวนสูง และทยอยเข้าลงทุนเมื่อเห็นโอกาสที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยงในพอร์ต
กองทุนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผลตอบแทนส่วนเพิ่มในอัตรา 10% ของกำไรส่วนเกินที่ทำได้ โดยมีเงื่อนไขว่า พอร์ตต้องมีกำไรสุทธิ ผลตอบแทนต้องสูงกว่า High Water Mark (ระดับผลตอบแทนสูงสุดเดิม) เรียกเก็บจากกองทุน ณ สิ้นปีปฏิทิน หรือเมื่อลูกค้ามีการลดทุนบางส่วน /ปิดกองทุน หากพอร์ตไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า High Water Mark ได้ จะไม่เรียกเก็บในปีนั้น
กำไรที่ได้จากการขายหลักทรัพย์ จะได้รับ “ยกเว้นภาษี” เนื่องจากเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย
สามารถติดตามพอร์ตการลงทุนได้ที่ Application Lief Mobile: https://onelink.to/r4ttyu หรือจากรายงานสถานะการลงทุน ณ สิ้นเดือนผ่านช่องทางอีเมล ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

You must be logged in to post a comment.