ตลาดโลกปี 2026: สงครามอาจทำให้ตลาดชะงัก แต่ธีม AI, Tech และ EM ยังเป็นโอกาสสำคัญ
สรุปงานสัมมนา Lief x Lib ในหัวข้อ Global Market โดยพูดเรื่อง “ภาพการลงทุนปี 2026”
โดยแกนหลักของเรื่องคือ ตลาดโลกยังมีโอกาสลงทุนต่อ แม้มีความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และดอกเบี้ย แต่ควรเลือกธีมที่ชัดเจน เช่น AI Infrastructure, Space & Defense, Energy Security และ EM บางประเทศ
- การลงทุนระยะยาวยังต้องยึด 3 ปัจจัยหลัก: เงินทุน เวลา และผลตอบแทน
สไลด์อธิบายว่า “เวลาในตลาด” สำคัญมาก เพราะเป็นตัวเปิดทางให้พลังทบต้นทำงาน ส่วนผลตอบแทนเป็นสิ่งควบคุมยากที่สุด จึงต้องเตรียมเงินทุนและวินัยการลงทุนให้ดี - สงคราม/ความขัดแย้งมีผลระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกมระยะยาว
มุมมองหลักคือ ความเสี่ยงสงครามอาจทำให้ตลาดชะงัก แต่หากไม่ลุกลามจนเกิด Recession ตลาดหุ้นยังมีโอกาสไปต่อได้ โดยมีการยกตัวอย่างว่าตลาดโลกเคยผ่านหลายวิกฤตและยังสร้างผลตอบแทนสะสมระยะยาวได้ - AI ยังเป็นธีมใหญ่ ไม่ใช่แค่กระแสสั้น ๆ
สไลด์เน้นว่า AI CAPEX ยังถูกปรับขึ้น เพราะ Demand โตเร็วมาก โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์ไม่ได้มีแค่ชิป แต่รวมถึง Data Center, Networking, Power, Cooling, Construction และ Energy Infrastructure - กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI ต้องเลือกให้ถูกจุด
กลุ่ม “ต้นน้ำ” ที่มี Demand มากกว่า Supply และเกิดคอขวด เช่น ชิป การเชื่อมต่อ พลังงาน และระบบระบายความร้อน ถูกมองว่าน่าสนใจ ขณะที่ Consumer Software บางส่วนมีความเสี่ยงถูก AI Disrupt - ตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ และ EM เริ่มน่าสนใจขึ้น
มีการตั้งคำถามว่าตลาด EM ควรมีบทบาทใหญ่กว่านี้หรือไม่ เพราะจำนวนหุ้นนอกสหรัฐฯ ในดัชนีโลกมีมาก แต่ Market Cap สหรัฐฯ ยังครองน้ำหนักสูงมาก ทำให้หุ้นนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะเอเชีย จีน เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น และ Latam มีโอกาสเฉพาะตัว - กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเป็นปัจจัยบวก
แนวโน้มกำไรของหุ้นทั่วโลก ทั้งในและนอกสหรัฐฯ ยังถูกปรับขึ้น แม้เจอแรงกดดันจากสงคราม โดยมีการชี้ว่ากำไรยังเติบโตสองหลักต่อเนื่องหลายไตรมาส - หุ้นเทคสหรัฐฯ ยังมีจังหวะลงทุน แต่ต้องระวัง Valuation และขนาดหุ้น
สไลด์มองว่าโอกาสในหุ้นเทคสหรัฐฯ ยังมี เพราะ PEG และ Tech Premium เริ่มดูสมเหตุสมผลขึ้น แต่หุ้นเล็กอาจต้องรอให้สงครามและทิศทางดอกเบี้ยชัดเจนก่อน
มุมมองรวม
โดยรวมเป็นมุมมอง เชิงบวกแบบ Selective Risk-on คือยังมองว่าตลาดมีโอกาส แต่ไม่ใช่ซื้อทั้งตลาดแบบไม่เลือก กลยุทธ์ที่เหมาะคือเลือกลงทุนในธีมที่มีโครงสร้างเติบโตจริง เช่น AI Infra, Space & Defense, Energy Security และ EM ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีหรือซัพพลายเชนสำคัญ
กลยุทธ์ที่แนะนำ
ควรตัด “เสียงรบกวนระยะสั้น” ออกจากแผนลงทุนระยะยาว เพราะตลาดโลกเจอ Market Disruption เป็นระยะ แต่ระยะยาวยังเดินหน้าต่อได้ ขณะเดียวกันควรใช้การลงทุนแบบ Active มากขึ้น เพราะโอกาสไม่ได้กระจายเท่ากันทุกอุตสาหกรรม การถือดัชนีทั้งก้อนอาจมีบางส่วนถ่วงผลตอบแทน
สิ่งที่ควรระวัง
ปัจจัยลบหลักคือ เงินเฟ้อที่อาจไม่ชะลอลงตามคาด ราคาน้ำมันจากสงคราม ภาระหนี้สหรัฐฯ และสัญญาณการก่อหนี้ของหุ้นเทค แม้ยังไม่ถึงขั้นอันตราย แต่ต้องติดตามว่ารายได้จาก AI จะเข้ามาทัน CAPEX หรือไม่
One-line Summary
ปี 2026 ยังลงทุนต่อได้ แต่ต้องเลือกธีมที่ชนะจริงในโลกหลังสงครามและยุค AI เช่น AI Infrastructure, Energy, Space/Defense และ EM ที่อยู่ในห่วงโซ่เทคโนโลยี มากกว่าซื้อทั้งตลาดแบบกว้าง ๆ
กดตรงนี้เพื่ออ่านข่าวต้นทางจาก กรุงเทพธุรกิจ




