Lief App Download

AI ทำเงินจริงแค่ไหน / หุ้นเทคฟื้น ไปต่อไหม / Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกไหม ?  | TSL 22 October  26

วันนี้มี 3 ประเด็นที่เชื่อมกันชัดเจน คือ AI Monetization, ความคุ้มค่าของ AI CapEx และทิศทาง Fed ฝั่ง Charles Schwab และ UBS มองตรงกันว่า Q3 Earnings ของหุ้นเทคไม่ใช่แค่เรื่อง “กำไรโตไหม” แต่ต้องพิสูจน์ว่าเงินลงทุนมหาศาลด้าน AI สามารถเปลี่ยนเป็น Revenue, Profit และ Free Cash Flow ได้จริงหรือไม่ ขณะที่ BNY ชี้ว่า Fed ภายใต้ Kevin Warsh กำลังลดบทบาท Forward Guidance และหันมาให้ตลาดมีบทบาทสะท้อนทิศทางนโยบายมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนก่อนการประชุม FOMC สูงขึ้น Paper 26-10-22 Paper 26-10-22 Paper 26-10-22

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • หุ้นสหรัฐฯ ฟื้นต่อจากแรงซื้อ AI/Tech — Nasdaq 100 Futures +0.9% และ S&P 500 Futures +0.3% ก่อนเปิดตลาด ก่อนที่ S&P 500 จะปิด +0.6% และ Nasdaq +1.1% โดยแรงหนุนหลักมาจากงบ SpaceX ที่ดีกว่าคาดและการกลับเข้าซื้อหุ้น AI Infrastructure Paper 26-10-22

  • น้ำมันกลับมาสูงอีกครั้ง เสี่ยงกดหุ้น Growth ผ่านเงินเฟ้อและ Yield — Brent เคลื่อนไหวใกล้ $109/บาร์เรล และ WTI ใกล้ $98 จากความตึงเครียดตะวันออกกลางและสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ที่ลดลง หากราคาน้ำมันยืนสูงต่อ อาจดัน Inflation Expectations และ Treasury Yield ขึ้นตาม Paper 26-10-22

  • เงินเริ่ม Rotation ออกจาก Semiconductor ไปหา Quality/Value — ตั้งแต่ต้น ต.ค. หุ้น Semiconductor ลดลงราว 15% ขณะที่ Berkshire Hathaway เพิ่ม 7% ทำให้ Berkshire Outperform หุ้นชิปถึง 22 จุดเปอร์เซ็นต์ใน 12 วันทำการ สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่า AI Bubble แตก Paper 26-10-22

  • Meta เริ่มพิสูจน์ว่า AI สร้างรายได้จริง แต่ CapEx ยังเป็นโจทย์ใหญ่ — Revenue Q3 โต 26% YoY สู่ $64.60B สูงกว่าคาด โดยรายได้โฆษณาโต 26% เช่นกัน ขณะที่ Zuckerberg มองว่า AI ช่วยทั้ง Engagement และประสิทธิภาพโฆษณาแล้ว แต่ตลาดยังต้องจับตา AI Infrastructure Spending และ Margin ต่อ Paper 26-10-22

  • Tesla งบเหนือคาดและ FCF กลับมาเป็นบวก — Revenue Q3 อยู่ที่ $28.05B, Adjusted EPS $0.48 สูงกว่าคาด และ Automotive Gross Margin ดีขึ้นเป็น 18.1% ขณะที่ Free Cash Flow กลับมาเป็นบวก $1.53B พร้อมลดแผน CapEx ปี 2026 จาก $25B เหลือราว $20B แต่ยังเดินหน้าลงทุน AI, Robotics และ Energy

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: ศึกงบ Q3 หุ้นเทคฯ ฝากความหวังไว้กับ AI | Charles Schwab

WHAT HAPPEN

  • ตลาดคาด Magnificent Seven มีกำไร Q3 โตเฉลี่ย 33% YoY แต่แต่ละบริษัทมีแนวโน้มต่างกันมาก Paper 26-10-22
  • เงินลงทุน AI, หนี้ และ Off-Balance-Sheet Commitments เพิ่มขึ้นจนเริ่มกด Free Cash Flow Paper 26-10-22
  • ตลาดจะจับตา Cloud Growth, AI Monetization และ CapEx Guidance มากกว่าตัวเลข EPS เพียงอย่างเดียว

WHY SHOULD I KNOW

  • AI Demand ยังแข็งแรง แต่ตลาดเริ่มถามว่า AI Revenue โตทัน CapEx หรือไม่
  • S&P 500 IT ถูกคาด EPS โตถึง 65.1% YoY สูงกว่า Mag 7 ชัดเจน แปลว่าโอกาสอาจกระจายออกจากหุ้นผู้นำเดิม Paper 26-10-22
  • Bond Yield สูงทำให้ Cost of Capital เพิ่ม และกด Valuation หุ้นเทคที่แพงอยู่แล้ว

WHAT TO DO NEXT

  • จับตา Cloud Revenue / AI Monetization / CapEx / FCF
  • แยกบริษัทที่ “ลงทุน AI เยอะ” ออกจากบริษัทที่ “สร้าง ROI จาก AI ได้จริง”
  • ระวังหุ้นที่ Valuation สูง แต่ Free Cash Flow เริ่มถูกกด

Paper 2: หุ้นเทคฯ ถึงเวลาพิสูจน์ความคุ้มค่า! | UBS

WHAT HAPPEN

  • หุ้น Tech ฟื้นกลับ หลัง Nasdaq +1.1% และ Semiconductor Index +1.6% จากแรง Buy the Dip Paper 26-10-22
  • UBS มองว่า Q3 Earnings จะเป็นบททดสอบว่า AI สามารถสร้าง Commercial Revenue ได้จริงหรือไม่ Paper 26-10-22
  • ตลาดจะจับตา 3 เรื่องหลัก คือ ธุรกิจเดิม, AI Revenue และ Return on AI Investment Paper 26-10-22

WHY SHOULD I KNOW

  • ผู้ใช้งาน AI เพิ่มขึ้นอย่างเดียวไม่พอ ต้องเห็น Willingness to Pay
  • รายได้จาก AI ต้องโตพอชดเชย CapEx และแรงกดต่อ Margin/FCF Paper 26-10-22
  • ผลประกอบการอาจดี แต่หุ้นยังผันผวนได้ เพราะ Expectations สูงมาก Paper 26-10-22

WHAT TO DO NEXT

  • เน้น Hyperscalers และ Semiconductor คุณภาพสูงที่พิสูจน์ ROI ได้
  • เพิ่ม Defensive Technology เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ต
  • หาก Tech Weight สูงเกินไป ใช้จังหวะรีบาวด์ทำ Rebalancing Paper 26-10-22

Paper 3: ถอดบทเรียน Fed จับทิศทางดอกเบี้ย | BNY

WHAT HAPPEN

  • BNY คาด Fed มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2026 Paper 26-10-22
  • Kevin Warsh ลดการพึ่ง Forward Guidance และต้องการให้ตลาดสะท้อนข้อมูลกลับมาหา Fed มากขึ้น Paper 26-10-22
  • เดือน ธ.ค. มีโอกาสขึ้นดอกมากกว่า ต.ค. แต่ตลาดไม่ควรมั่นใจมากเกินไป Paper 26-10-22

WHY SHOULD I KNOW

  • ถ้า Fed ส่งสัญญาณล่วงหน้าน้อยลง Bond Yield และสินทรัพย์เสี่ยงอาจผันผวนมากขึ้นก่อน FOMC
  • Warsh สนใจ แนวโน้มเศรษฐกิจระยะกลาง มากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจรายครั้ง Paper 26-10-22
  • เมื่อ Fed เริ่ม Tightening แล้ว BNY มองว่ามีแนวโน้มดำเนินต่อ เว้นแต่มีแรงภายนอกมากพอให้เปลี่ยนทิศ Paper 26-10-22

WHAT TO DO NEXT

  • จับตา Fed Funds Futures และ Bond Yield มากกว่ารอ Forward Guidance
  • ระวัง Long-duration Bonds และ Growth Stocks ที่ Valuation สูง
  • ให้น้ำหนักกับ December Hike Risk มากกว่า October แต่ต้องเผื่อความไม่แน่นอน

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก “เชื่อเรื่อง AI” ไปสู่ “พิสูจน์ผลตอบแทนจาก AI”ขณะที่ Fed ก็กำลังเปลี่ยนจากการ “บอกตลาดล่วงหน้า” ไปสู่การ “ฟังตลาดมากขึ้น”

แก่นสำคัญจึงคือ “AI ต้องพิสูจน์ ROI ส่วน Fed ต้องจับจังหวะใหม่” — และสองเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดทั้ง Valuation หุ้นเทคและ Bond Yield ในช่วงต่อไป.

AI ทำเงินจริงแค่ไหน / หุ้นเทคฟื้น ไปต่อไหม / Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกไหม ?  | TSL 22 October  26 Read More »

เฟดขึ้นดอก หุ้นจะไปต่อไหวไหม? / หุ้นร่วง ทอง,พันธบัตร อันไหนถือดีกว่า?  | TSL 21 October  26

วันนี้มี 2 ประเด็นหลักที่เชื่อมกันชัดเจน คือ Fed เริ่มกลับเข้าสู่รอบขึ้นดอกเบี้ย แต่ตลาดไม่จำเป็นต้องจบรอบขาขึ้นทันที และ การป้องกันพอร์ตต้องเลือกให้ตรงกับต้นเหตุของการเทขาย ฝั่ง Franklin Templeton ชี้ว่าอดีตบอกชัดว่า Slow Hike กับ Fast Hike ให้ผลต่อตลาดต่างกันมาก ขณะที่ SSGA เตือนว่าไม่มีสินทรัพย์ใด Hedge หุ้นได้ทุกสถานการณ์ เพราะ Growth Scare กับ Inflation/Rates Shock ต้องใช้เครื่องมือป้องกันต่างกัน

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • ตลาดหุ้นฟื้นจากแรงซื้อ Tech แต่ความเชื่อมั่นยังไม่เต็มที่ — S&P 500 Futures ทรงตัว ขณะที่ Nasdaq 100 Futures ลดลง 0.2% หลังสัปดาห์ก่อนหุ้น AI ถูกขายแรง ตลาดกำลังรอดูงบบริษัทเทคโนโลยีว่า AI Investment จะเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรจริงได้หรือไม่ Paper 26-10-21

  • Fed มีโอกาสคงดอกเบี้ยเดือน ต.ค. แม้ CPI เร่งขึ้น — CPI เดือน ก.ย. อยู่ที่ 3.7% YoY และ 0.6% MoM แต่ตลาดให้น้ำหนัก 85.1% ว่า Fed จะคงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% ในการประชุม 27–28 ต.ค. ขณะที่โอกาสขึ้นดอกเดือน ธ.ค. ยังสูงถึง 74.1% Paper 26-10-21

  • AI Boom เริ่มกระจายจากชิปไปสู่ Real Estate และ Infrastructure — Data Center กำลังดัน Demand พื้นที่คลังสินค้าในสหรัฐฯ โดยค่าเช่าโกดัง Q3/2026 เพิ่ม 3.2% YoY สูงสุดนับตั้งแต่ Q2/2024 สะท้อนว่า AI เริ่มสร้างผลกระทบต่อ Logistics, Industrial Real Estate, Utilities และโครงสร้างพื้นฐานจริง SpaceX โชว์งบแรง แต่ Capex ก็พุ่งตาม — รายได้ Q3/2026 โต 161% YoY สู่ $14.6B และ Adjusted EBITDA โต 306% สู่ $8.8B แต่บริษัทใช้ Capex ถึง $19.6B โดย $16.4B ลงใน AI Compute Infrastructure สะท้อนว่าตลาดจะเริ่มถามเรื่อง ROIC และ Free Cash Flow มากขึ้น 

  • Netflix งบดีกว่าคาดแต่หุ้นยังลง สะท้อนว่าตลาดมองอนาคตมากกว่าตัวเลขย้อนหลัง — Revenue โต 12% YoY, EPS $0.87 สูงกว่าคาด และ Operating Margin เพิ่มเป็น 34.6% แต่หุ้นลดลงราว 4% เพราะ Outlook ธุรกิจโฆษณาอ่อนกว่าคาด แสดงว่าในรอบนี้ “Beat” อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี Guidance ที่แข็งด้วย 

 

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: Fed ขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ หุ้นจะรอดหรือร่วง? | Franklin Templeton

WHAT HAPPEN

  • Fed ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่ 3.75–4.00% หลังหยุดขึ้นมานานกว่า 3 ปี Paper 26-10-21
  • ย้อนหลัง 6 วัฏจักร หุ้นให้ผลตอบแทน 12 เดือนเป็นบวก 5 ใน 6 ครั้ง แต่ทุกครั้งเจอ Drawdown อย่างน้อย 7% Paper 26-10-21
  • รอบที่ขึ้นเร็วที่สุดอย่างปี 1994 และ 2022 เป็นช่วงที่ทั้งหุ้นและ Core Bonds ทำผลงานแย่ที่สุด Paper 26-10-21

WHY SHOULD I KNOW

  • จุดสำคัญไม่ใช่แค่ “Fed ขึ้นหรือไม่” แต่คือ ขึ้นเร็วและแรงแค่ไหน
  • ตลาดหุ้น 3 เดือนแรกมักอ่อน แต่ผลตอบแทนเฉลี่ย 12 เดือนหลังเริ่มขึ้นดอกเบี้ยยังอยู่ที่ประมาณ +8.1% Paper 26-10-21
  • ปัจจุบันเศรษฐกิจและกำไรยังแข็ง โดย S&P 500 EPS ปี 2026 ถูกคาดโต 30% และปี 2027 โต 13% Paper 26-10-21

WHAT TO DO NEXT

  • จับตา Pace of Tightening มากกว่าการขึ้นดอกครั้งเดียว
  • เตรียมรับ Drawdown และใช้จังหวะผันผวนทยอย Rebalance
  • ฝั่ง Bond สามารถทยอยเพิ่ม Duration เมื่อ Yield สูง แต่ต้องระวังเงินเฟ้อกลับมาเร่งPaper 26-10-21

Paper 2: หุ้นดิ่งรอบนี้ ต้องหนีหรือหาจังหวะ? | SSGA

WHAT HAPPEN

  • S&P 500 ขึ้นสองหลักติดต่อกัน 4 ปี ซึ่งเกิดไม่บ่อย และในอดีตมักตามมาด้วย Downside Risk ที่สูงขึ้น Paper 26-10-21
  • ในช่วงเดือนที่ตลาดแย่ที่สุด S&P 500 ลดเฉลี่ย 7.33% แต่ Bond, Quality, Minimum Volatility และ Gold รับแรงได้ดีกว่า Paper 26-10-21
  • ปัญหาคือ Beta และ Correlation เปลี่ยนได้ตามสภาวะตลาด จึงไม่มี Hedge ตัวเดียวที่ใช้ได้ตลอด Paper 26-10-21

WHY SHOULD I KNOW

  • ถ้าเป็น Growth Scare Long Treasuries และ Gold ช่วยได้ดีที่สุด โดย Long Treasuries ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +2.66% Paper 26-10-21
  • ถ้าเป็น Inflation/Rates Shock ไม่มีสินทรัพย์ใดให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก แต่ Gold, Oil และ Leveraged Loans เสียน้อยกว่า Paper 26-10-21
  • Growth Stocks, Nasdaq 100 และ Russell 2000 เปราะบางเป็นพิเศษเมื่อดอกเบี้ยและเงินเฟ้อเป็นต้นเหตุของแรงขาย Paper 26-10-21

WHAT TO DO NEXT

  • ก่อน Hedge ต้องถามก่อนว่า Sell-off มาจาก Growth หรือ Inflation/Rates
  • กระจายเครื่องมือป้องกันหลายแบบ ไม่พึ่ง Bond หรือ Gold อย่างเดียว
  • ทบทวนพอร์ตตอนตลาดยังดี มากกว่ารอให้เกิด Panic แล้วค่อยลดความเสี่ยง

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ Fed ขึ้นดอกไม่ได้แปลว่าหุ้นต้องลงทันที แต่ความเร็วของการขึ้นดอกคือจุดชี้ขาด ขณะที่ฝั่ง SSGA เตือนว่าตลาดหลังขึ้นมาหลายปีควรเริ่มคิดเรื่อง Downside Protection มากขึ้น

แก่นสำคัญคือ “อย่าถามแค่ว่าตลาดจะลงไหม แต่ต้องถามว่าถ้าลง จะลงเพราะอะไร” เพราะถ้าเป็น Growth Scare กับ Inflation Shock วิธีป้องกันพอร์ตจะไม่เหมือนกันเลย.

เฟดขึ้นดอก หุ้นจะไปต่อไหวไหม? / หุ้นร่วง ทอง,พันธบัตร อันไหนถือดีกว่า?  | TSL 21 October  26 Read More »

AI บูมต่อหรือฟองสบู่แตก? / ถึงเวลาเพิ่มพันธบัตรในพอร์ต?  | TSL 20 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนสำคัญ คือ AI Boom จะเดินต่อหรือกลายเป็นฟองสบู่ และ Bond Yield สูงกำลังเปลี่ยนเกม Asset Allocation อย่างไร ฝั่ง Capital Group มองว่า AI ยังมีพื้นฐานรองรับและอาจเป็นวัฏจักรการลงทุนยาวหลายปี แต่ความเสี่ยงเริ่มย้ายไปที่ Data Center, ต้นทุนเงินทุน และกฎระเบียบ ขณะที่ Goldman Sachs มองว่าตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจขึ้นมากจาก Yield สูง แต่ในระยะสั้นหุ้นยังมีโอกาสดีกว่า เพราะ Earnings Growth ยังเป็นกันชนสำคัญของตลาด

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • หุ้น AI เริ่มรีบาวด์ แต่ยังต้องพิสูจน์ด้วย Earnings — Nasdaq 100 Futures +1% หลังสัปดาห์ก่อน Nasdaq ร่วง 4.5% และ CoreWeave ลงราว 25% จากความกังวลเรื่องหนี้และต้นทุน AI ขณะที่ตลาดจับตางบ Meta และ Tesla ว่าการลงทุน AI ยังสร้างการเติบโตได้เพียงพอหรือไม่ Paper 26-10-20

  • จีนเร่งสร้าง AI Ecosystem เพื่อลดการพึ่ง Nvidia — DeepSeek ร่วมมือ Huawei พัฒนาชิป AI สำหรับโมเดลของตัวเอง โดยมีแผนใช้ Ascend 950DT ภายในปลายปี 2026 และ 960DT ใน Q1/2027 แต่ต้องดูประสิทธิภาพจริงและกำลังผลิตก่อนว่าจะกระทบ Nvidia มากแค่ไหน Paper 26-10-20

  • Morgan Stanley เริ่มส่งสัญญาณ Buy the Dip — Michael Wilson มองว่าการปรับฐานหุ้นสหรัฐฯ อาจใกล้จบ หลังหุ้น Quality +6% ตั้งแต่กลาง ส.ค. และ Earnings Revision ของหุ้นคุณภาพสูงดีกว่าหุ้นคุณภาพต่ำชัดเจน โดยมองรอบนี้เป็น Mid-cycle Transition มากกว่าจบรอบเศรษฐกิจหรือ AI Capex Paper 26-10-20

  • หุ้นธนาคารลงแรงสวนทางงบที่ยังแข็งแรง — KBW Nasdaq Bank Index ลดลง 11% ใน 6 สัปดาห์ ยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 2008 ทั้งที่สินเชื่อยังโตเกือบ 10% และหนี้เสียจริงลดลง สะท้อนว่าตลาดกังวล Corporate Defaults และ Credit Spread ในอนาคต มากกว่างบปัจจุบัน Paper 26-10-20

  • CoreWeave ยังสร้างผลตอบแทนได้ แต่หนี้และ Yield >5% คือข้อจำกัดใหญ่ — JPMorgan ประเมินโครงการ CoreWeave ให้ Unlevered IRR ราว 15% สูงกว่าต้นทุนเงินทุน 9–11% แต่การเพิ่มกำลังผลิต 1 GW ต้องใช้เงินกว่า $35B และ FCF อาจติดลบอีกหลายปี ขณะเดียวกัน US 10Y Yield ยังอยู่ที่ 5.09% ทำให้ Bond กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของหุ้น Growth

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: AI Boom or Doom? ยุคทองหรือฟองสบู่รอวันแตก | Capital Group

WHAT HAPPEN

  • Capital Group มองว่า AI ยังต่างจาก Dot-Com เพราะเศรษฐกิจดิจิทัลใหญ่ขึ้น และ AI มีโอกาสสร้าง Revenue/Profit จริงมากกว่าอดีต Paper 26-10-20
  • วัฏจักร AI อาจยาวถึง 20 ปี จากการขยายการใช้งานและ Data Center Infrastructure Paper 26-10-20
  • ความเสี่ยงสำคัญเริ่มอยู่ที่ Data Center Overbuild, Cost of Capital, Regulation และ AI Safety มากขึ้น Paper 26-10-20 Paper 26-10-20

WHY SHOULD I KNOW

  • ผู้ชนะในอนาคตอาจเปลี่ยนจากผู้ผลิตชิป ไปสู่บริษัทที่นำ AI ไป ลดต้นทุน เพิ่ม Productivity และสร้างกำไร Paper 26-10-20
  • Data Center ยังมี Demand สูง แต่ Community Opposition และ Financing Cost เริ่มเป็นข้อจำกัดของ Supply Paper 26-10-20
  • Bond Yield >5.25% ทำให้การระดมทุน AI แพงขึ้น และตลาดเริ่มแยก Credit Quality ชัดเจนขึ้น Paper 26-10-20

WHAT TO DO NEXT

  • เลือกบริษัทที่เปลี่ยน AI ให้เป็น Margin / Revenue / Cash Flow ได้จริง
  • จับตา Data Center Utilization, Debt Issuance และ Cost of Capital
  • กระจาย AI Exposure ออกจากชิป ไปยังผู้ใช้งาน AI ที่มีธุรกิจแข็งแรง

Paper 2: จากหุ้นสู่ตราสารหนี้? เงินลงทุนกำลังไหลไปทางไหน | Goldman Sachs

WHAT HAPPEN

  • Treasury Yield ที่สูงขึ้นทำให้ตราสารหนี้กลับมาน่าสนใจ แต่ในระยะสั้น Goldman Sachs ยังมอง หุ้นน่าสนใจกว่า Bond Paper 26-10-20
  • หุ้นยังได้แรงหนุนจาก Earnings Growth โดยเฉพาะ Tech/AI ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดจาก Yield สูง Paper 26-10-20
  • ระยะยาว พอร์ต 60/40 อาจกลับมาสมเหตุสมผลมากขึ้น เพราะ Starting Yield ของ Bond สูงขึ้นมาก Paper 26-10-20

WHY SHOULD I KNOW

  • Bond Yield สูงช่วยเพิ่ม Carry แต่ Duration ยาวยังเสี่ยง หากดอกเบี้ยขึ้นต่อ Paper 26-10-20
  • หุ้นกับ Bond ยังมี Correlation เป็นบวกในระยะสั้น ทำให้การกระจายความเสี่ยงยังไม่สมบูรณ์เหมือนในอดีต Paper 26-10-20
  • สำหรับระยะ 5–10 ปี Yield เริ่มต้นระดับสูงช่วยให้ Bond กลับมามี Risk-Reward ที่น่าสนใจขึ้น Paper 26-10-20

WHAT TO DO NEXT

  • ระยะสั้น ยังเน้นหุ้นที่ Earnings แข็งแรง โดยเฉพาะ Tech/AI
  • ฝั่ง Bond เน้น Short-to-Medium Duration มากกว่าการรีบล็อก Duration ยาว Paper 26-10-20
  • ระยะยาว พิจารณา 60/40 ร่วมกับ TIPS, Real Assets และ Alternative Assets เพื่อเพิ่มDiversification Paper 26-10-20

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมคือ AI ยังไม่จบรอบ แต่ตลาดจะเริ่มเลือกผู้ชนะมากขึ้น ขณะเดียวกัน Bond Yield สูงทำให้ Fixed Income กลับมามีบทบาทในพอร์ตจริงจังอีกครั้ง

แก่นสำคัญจึงคือ “ระยะสั้น Earnings ยังหนุนหุ้น แต่ระยะยาว Starting Yield ที่สูงกำลังทำให้ Bond กลับมาน่าสนใจ” และฝั่ง AI ต้องเลิกถามแค่ว่า “ใครลงทุนเยอะ” แล้วเปลี่ยนเป็นถามว่า “ใครเปลี่ยน AI ให้เป็นกำไรและกระแสเงินสดได้จริง”.

AI บูมต่อหรือฟองสบู่แตก? / ถึงเวลาเพิ่มพันธบัตรในพอร์ต?  | TSL 20 October  26 Read More »

กลยุทธ์ลงทุน / อย่าตื่นตระหนก อย่าโลภ | TSL 19 October  26

วันนี้มี 2 ประเด็นหลักที่เชื่อมกันชัดเจน คือ กำไรบริษัทสหรัฐฯ ยังแข็งแรงมาก แต่ความคาดหวังก็สูงมากเช่นกัน และ ในตลาดผันผวน สิ่งสำคัญไม่ใช่การเดาจังหวะให้ถูก แต่คือการจัดพอร์ตให้รับความเสี่ยงได้จริง ฝั่ง Raymond James ชี้ว่า Q3 Earnings Season จะเป็นบททดสอบว่าการเติบโตของกำไร โดยเฉพาะ Tech และ AI จะยั่งยืนและกระจายกว้างได้แค่ไหน ขณะที่ Charles Schwab เตือนว่าทั้ง Panic และ Greed ต่างทำให้นักลงทุนหลุดจากแผนระยะยาวได้ง่าย

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • แรงขายหุ้น AI อาจเป็นแค่ “การปรับฐาน” มากกว่าจบรอบ — CoreWeave และ Nebius ร่วงมากกว่า 25% ในสัปดาห์เดียว จากความกังวลเรื่องต้นทุนเงินทุนและโครงสร้างหนี้ แต่ CoreWeave ยังมี Revenue Backlog ราว $104B และ UBS มองว่าตลาดกำลังลดความคาดหวังมากกว่าปฏิเสธ AI Theme ทั้งหมด จุดสำคัญคือใครสามารถเปลี่ยน AI Spending เป็น Earnings และ Cash Flow ได้จริง Paper 26-10-19

  • Fed ยังไม่จบเรื่องดอกเบี้ย ขณะที่ BOJ อาจกลายเป็นความเสี่ยงใหม่ — CPI สหรัฐฯ เดือน ก.ย. อยู่ที่ 3.7% YoY ทำให้ตลาดคาด Fed จะคงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% ในเดือน ต.ค. ก่อนอาจขึ้นอีก 0.25% เดือน ธ.ค. ขณะเดียวกัน IMF เตือนว่า BOJ อาจต้องขึ้นดอกเร็วขึ้นจากระดับปัจจุบัน 1.25% ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนของเงินเยนและ Yen Carry Trade Paper 26-10-19

  • น้ำมันเริ่มผ่อนคลาย แต่ยังสูงกว่า $100 — Brent ลดลงสู่ $108.80 และ WTI อยู่ที่ $101.18 หลังสหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการต่อรัสเซีย ซึ่งอาจช่วยเพิ่ม Supply และลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้บางส่วน แต่ต้องดูว่าปริมาณส่งออกจริงจะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน Paper 26-10-19

  • AI Software ยังมีผู้ชนะชัดเจนขึ้น — Truist เพิ่มราคาเป้าหมาย Meta จาก $763 เป็น $1,000 โดยมองว่า AI Agent “Muse” อาจสร้างรายได้เพิ่ม $28.5B ภายในปี 2030 ขณะที่ Bank of America อัปเกรด Salesforce จาก Underperform เป็น Buy และเพิ่มเป้าหมายจาก $160 เป็น $285 สะท้อนว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับ AI Monetization มากขึ้น Paper 26-10-19

  • Memory อาจเป็นกลุ่มที่ “ราคาหุ้นลง แต่กำไรยังขึ้น” — Samsung รายงาน Operating Profit Q3/2026 เพิ่มถึง 783% YoYขณะที่หุ้นกลุ่ม Memory ปรับฐานราว 19% จากจุดสูงสุด แต่ UBS ยังมองบวก โดยคาด HBM Shipments ปี 2027 โต 49% YoY และ Free Cash Flow Yield เฉลี่ยปี 2027–2030 สูงถึง 29% ทำให้ Samsung ยังเป็น Top Pick ของ UBS

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: เปิดโผ 5 คำถามสำคัญ จับตากำไรบริษัทไตรมาส | Raymond James

WHAT HAPPEN

  • ตลาดคาดกำไร S&P 500 ไตรมาส 3 โต 29% YoY และเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันที่กำไรโตเกิน 25% Paper 26-10-19
  • กลุ่ม Technology ถูกคาดว่ากำไรจะโตถึง 64% YoY และยังมี Margin สูงกว่าบริษัทอื่นใน S&P 500 ราว 3 เท่า Paper 26-10-19
  • AI Capex ยังมีแรงส่ง เพราะ Hyperscalers ยังเจอข้อจำกัดด้าน Compute และการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจเพิ่มเป็น 56% จาก 44% ปีก่อน Paper 26-10-19

WHY SHOULD I KNOW

  • ตลาดกำลัง Price-in กำไรที่แข็งแรงไว้มากแล้ว ดังนั้น “งบดีกว่าคาด” อาจไม่พอ ถ้า Guidance ไม่แข็งแรง
  • Earnings Growth มีโอกาสกระจายออกจาก Tech โดย 9 จาก 11 Sector ถูกคาดว่าจะมีกำไรโต และ S&P 500 ex-Tech อาจโตถึง 17% Paper 26-10-19
  • ถ้ากำไรกระจายกว้างจริง ตลาดจะพึ่ง Tech น้อยลงและ Market Breadth จะดีขึ้น

WHAT TO DO NEXT

  • จับตาว่า AI Capex จะเปลี่ยนเป็น Revenue และ Profit จริงได้มากแค่ไหน
  • ดู Consumer Spending, Earnings Revision และการกระจายกำไรไป Sector อื่น
  • ติดตามประมาณการปี 2027 โดย Raymond James ยังให้ EPS เป้าหมาย $385 และ S&P 500 เป้าหมาย 8,450 จุด ใน 12 เดือน Paper 26-10-19

Paper 2: หยุดแพนิก แล้วกลับมาลงทุนอย่างมีแผน | Charles Schwab

WHAT HAPPEN

  • Schwab ย้ำว่า Panic ไม่ใช่กลยุทธ์ และ Greed ก็ไม่ใช่ เพราะตลาดไม่มีสัญญาณเตือนชัดว่าจะถึงจุดสูงสุดหรือต่ำสุดเมื่อไร Paper 26-10-19
  • นักลงทุนมักประเมิน Risk Tolerance ของตัวเองสูงเกินจริง จนกระทั่งต้องเจอ Drawdown จริง
  • Market Timing ทำได้ยาก และการไล่สินทรัพย์ที่เคยให้ผลตอบแทนดี อาจทำให้พอร์ตมีความเสี่ยงเกินเป้าหมาย Paper 26-10-19

WHY SHOULD I KNOW

  • Financial Risk Tolerance กับ Emotional Risk Tolerance ไม่เหมือนกัน และมักเห็นความแตกต่างชัดที่สุดตอนตลาดลงแรง
  • ถ้าไม่ Rebalance พอร์ต หุ้นอาจโตจาก 60% เป็นเกือบ 85% โดยไม่รู้ตัว ทำให้ความเสี่ยงสูงกว่าที่ตั้งใจไว้ Paper 26-10-19
  • การตัดสินใจจากผลตอบแทนย้อนหลังหรืออารมณ์ มักทำให้ซื้อแพงและขายถูก

WHAT TO DO NEXT

  • ตั้ง Asset Allocation ให้ตรงกับเป้าหมาย เวลา และความเสี่ยงที่รับได้จริง
  • ใช้ Diversification + Rebalancing เป็นเครื่องมือหลัก มากกว่าพยายามจับจังหวะตลาด
  • พิจารณา Volatility-Based Rebalancing เพื่อปรับพอร์ตเมื่อสัดส่วนเบี่ยงจากเป้าหมาย แทนการปรับตามปฏิทินอย่างเดียว Paper 26-10-19

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ Fundamental ยังแข็ง แต่ Expectations ก็สูง Raymond James มองว่า Earnings และ AI ยังเป็นแรงหนุนตลาด ขณะที่ Charles Schwab เตือนว่าในช่วงที่ตลาดผันผวน การรักษาวินัยและปรับสมดุลพอร์ตสำคัญกว่าการเดาทิศทางระยะสั้น

แก่นสำคัญจึงคือ “กำไรต้องพิสูจน์ตัวเอง และนักลงทุนก็ต้องพิสูจน์วินัยของตัวเองเช่นกัน”.

กลยุทธ์ลงทุน / อย่าตื่นตระหนก อย่าโลภ | TSL 19 October  26 Read More »

AI เก่งขึ้นไม่หยุด / โอกาสลงทุนหุ้นไฟฟ้า  | TSL 15 October  26

ประเด็นวันนี้สะท้อนภาพเดียวกันจากสองมุม คือ AI ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของโมเดลที่ฉลาดขึ้น แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ ฝั่ง Franklin Templeton มองว่าการพัฒนา AI รอบถัดไปจะขับเคลื่อนจากหลายเทคโนโลยีพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ Moore’s Law ขณะที่ Polar Capital ชี้ว่า AI Data Center กำลังกลายเป็นตัวเร่งสำคัญของ Electrification ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า การระบายความร้อน ไปจนถึง Optical Networking และ Energy Efficiency

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • ตลาดยังรอทั้งอิหร่านและงบ Q2 หุ้นฟิวเจอร์สหรัฐขยับบวกเล็กน้อย หลัง Trump ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านยังเดินหน้า แต่ฝั่งอิหร่านยังปฏิเสธ ขณะที่ตลาดจับตางบ Big Tech และข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อประเมินทั้ง AI Earnings และทิศทางดอกเบี้ย Fed Paper 26-08-05

  • JOLTS ต่ำกว่าคาด ส่งสัญญาณตลาดแรงงานเริ่มเย็นลง จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงจากระดับสูงในรอบ 2 ปี ช่วยลดแรงกดดันด้านค่าจ้างและเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดเพิ่มความหวังว่า Fed อาจมีพื้นที่ผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น หากข้อมูลแรงงานและเงินเฟ้ออ่อนตัวต่อเนื่อง

  • Ray Dalio เตือน AI Bubble เริ่มใกล้เต็มมูลค่า แต่ยังไม่ใช่จุดแตกทันที เพราะหุ้น AI หลายตัวขึ้นเร็วกว่าพื้นฐานและสะท้อนความคาดหวังสูงมาก อย่างไรก็ตาม AI ยังเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานจริง จึงต้องแยกให้ชัดระหว่าง “บริษัทดี” กับ “ราคาหุ้นที่แพงเกินไป”

  • งบ AI เริ่มแยกผู้ชนะชัดเจนขึ้น Palantir เริ่มพิสูจน์ว่า AI สามารถเปลี่ยนเป็น Revenue และ Profit ได้จริง ขณะที่ AMD และ SpaceX แม้งบดีกว่าคาด แต่หุ้นตอบรับไม่ดี เพราะตลาดกังวล Capex สูงและต้องการเห็น ROI ที่ชัดกว่าเดิม สะท้อนว่า “Beat อย่างเดียวไม่พอแล้ว”

  • AI Trade กำลังกระจายออกจากชิปไปสู่ Infrastructure และ Earnings จริง Caterpillar เด่นจาก Data Center, Power และ Infrastructure ขณะที่ภาพรวมตลาดเริ่มเปลี่ยนจากการซื้อทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปสู่การถามว่า ใครเปลี่ยน Capex ให้เป็น Earnings และ Free Cash Flow ได้จริง ซึ่งจะเป็นแกนสำคัญของ AI Phase ถัดไป.

 

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: AI ยังไม่สุด! ของจริงอาจเพิ่งเริ่มต้น | Franklin Templeton

WHAT HAPPEN

  • Moore’s Law เริ่มชะลอ แต่ Compute ยังเร่งต่อได้จากการพัฒนา ระบบรอบชิป มากขึ้น ไม่ใช่แค่ย่อทรานซิสเตอร์ Paper 26-08-05
  • การพัฒนา AI รอบใหม่จะขับเคลื่อนด้วย 5 Frontiers คือ Memory, Packaging, Networking, Power และ Tensor Compute Paper 26-08-05
  • Compute ที่มากขึ้นยังเป็นแกนสำคัญ เพราะช่วยให้โมเดลใหญ่ขึ้น ใช้ข้อมูลมากขึ้น และปลดล็อกความสามารถใหม่ของ AI Paper 26-08-05

WHY SHOULD I KNOW

  • AI ไม่ได้พึ่ง S-Curve เดียวอีกต่อไป แต่มีหลายเทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาไปพร้อมกัน จึงช่วยยืด Runway ของ AI ได้อีกมาก
  • Opportunity จึงไม่ได้อยู่แค่ GPU แต่กระจายไปยัง Memory, Network, Power, Cooling และ Packaging
  • หาก AI กลายเป็น General-purpose Technology จริง ผลกระทบจะขยายไปถึง Robotics, Genomics, Clean Energy และ Blockchain Paper 26-08-05

WHAT TO DO NEXT

  • มอง AI Value Chain ให้กว้างกว่าผู้ผลิตชิปเพียงกลุ่มเดียว
  • จับตา “คอขวดใหม่” ว่าจะย้ายไปที่ Memory, Power หรือ Networking เร็วแค่ไหน
  • เลือกบริษัทที่มี Technology Leadership และได้ประโยชน์จากการเพิ่ม Compute Efficiency จริง

Paper 3: จับโอกาสลงทุนในยุคใหม่ของพลังงานไฟฟ้า | Polar Capital

WHAT HAPPEN

  • AI Data Center กำลังเป็นหนึ่งในแรงขับความต้องการไฟฟ้าที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในสหรัฐฯ Paper 26-08-05
  • Electrification ไม่ได้มาจาก AI อย่างเดียว แต่ยังมาจาก EV, Heat Pump, อุตสาหกรรม และในระยะยาวอาจรวมถึง Humanoid Robots Paper 26-08-05
  • โอกาสลงทุนกำลังกระจายตลอด Value Chain ตั้งแต่ Power Semiconductor, Cooling, Grid, Optical Connectivity และ Energy Storage Paper 26-08-05

WHY SHOULD I KNOW

  • คอขวดของ AI รอบถัดไปอาจไม่ใช่ Compute แต่คือ ไฟฟ้าและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
  • Polar ให้น้ำหนักมากกว่า 50% ของพอร์ตกับ Energy Efficiency เพราะการประหยัดไฟเพียงเล็กน้อยสร้างผลลัพธ์มหาศาลเมื่อใช้ใน Data Center ขนาดใหญ่ Paper 26-08-05
  • Power Semiconductor และ Battery Storage มีโอกาสโตจากความต้องการไฟฟ้า AI และความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพของ Grid Paper 26-08-05

WHAT TO DO NEXT

  • จับตากลุ่ม Power Semiconductor / Grid / Cooling / Optical Networking / Storage
  • มองหาโอกาสจาก Energy Efficiency มากกว่าซื้อ Clean Energy แบบกว้าง ๆ
  • ติดตาม Nuclear และ Physical AI เพราะอาจเป็น Demand Driver ของไฟฟ้ารอบถัดไปPaper 26-08-05

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมของ 2 Paper นี้ชัดมากว่า AI รอบต่อไปจะไม่ใช่เกมของ “ชิปอย่างเดียว” แต่เป็นเกมของทั้งระบบ

Franklin Templeton มองว่า Compute ยังพัฒนาได้จากหลายเทคโนโลยีพร้อมกัน ขณะที่ Polar Capital มองว่าความต้องการไฟฟ้าและ Infrastructure จะกลายเป็นตัวกำหนดว่า AI จะ Scale ได้เร็วแค่ไหน

แก่นสำคัญจึงคือ “จาก AI Chip → AI System → AI Power” และโอกาสลงทุนมีแนวโน้มกระจายกว้างขึ้นตลอด Value Chain.

AI เก่งขึ้นไม่หยุด / โอกาสลงทุนหุ้นไฟฟ้า  | TSL 15 October  26 Read More »

ดอกเบี้ยพุ่ง หุ้นยังไปต่อ ? / S&P 500 กำไรแรงเกินคาด ! | TSL 14 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนสำคัญ คือ “ดอกเบี้ยสูงกับหุ้นยังไปต่อพร้อมกันได้หรือไม่” และ “กำไร S&P 500 ที่โตแรงจะยืนระยะได้แค่ไหน” ฝั่ง Charles Schwab มองว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ระดับ Yield แต่ต้องดูว่า Yield ขึ้นเพราะเศรษฐกิจแข็งแรง หรือขึ้นเพราะเงินเฟ้อและความกังวลทางการคลัง ขณะที่ SSGA มองว่ากำไรครึ่งแรกปี 2026 แข็งแรงจริง แต่ยังมีความกระจุกตัวสูง จึงต้องจับตาว่า Earnings Growth ในไตรมาส 3 จะเริ่มกระจายไปยัง Sector อื่นได้หรือไม่

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • งบธนาคารสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดส่วนใหญ่ แต่ตลาดยังไม่ค่อยตอบรับ โดย 4 ธนาคารใหญ่ที่ประกาศงบ มี 3 แห่งดีกว่าคาด ขณะที่ JPMorgan กำไรต่ำกว่าคาดเล็กน้อย จุดที่ตลาดกังวลคือรายได้ Fixed Income Trading เริ่มอ่อนตัว และดอกเบี้ยสูงยังเป็นแรงกดต่อ Valuation ของหุ้นกลุ่ม Financials Paper 26-08-04

  • น้ำมัน Brent พุ่งเหนือ $106 จากความเสี่ยงตะวันออกกลาง หลัง Houthi โจมตีซาอุฯ และมีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีใกล้ช่องแคบ Hormuz แม้ซาอุฯ ยังยืนยันส่งออกได้ตามปกติ แต่ต้นทุนขนส่งและความปลอดภัยอาจสูงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนต่อ Paper 26-08-04

  • Fed Williams มองอาจขึ้นดอกอีก 1 ครั้งปีนี้ แต่ปี 2027 อาจไม่ต้องขึ้นต่อ เพราะคาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงมากขึ้นในปีหน้า แม้พลังงาน ภาษี และ AI Investment จะยังดันราคาในระยะสั้น โดย Fed ยังต้องรอดู Core Inflation ก่อนตัดสินใจ Paper 26-08-04

  • BlackRock ลดน้ำหนักหุ้นสหรัฐฯ และเพิ่มพันธบัตรระยะสั้น จาก Bond Yield ที่สูงและความเสี่ยงจาก AI Investment ขณะที่ตลาดหุ้นเริ่มกระจุกตัวมากขึ้น โดย 84% ของหุ้น S&P 500 ต่ำกว่า ATH อย่างน้อย 10% และ 59% ต่ำกว่าจุดสูงสุดเกิน 20% แม้ดัชนีรวมยังอยู่ระดับสูง Paper 26-08-04

  • AI ยังโต แต่ Competition Risk เริ่มสูงขึ้น จีนมีความคืบหน้าใน Memory Chip ผ่าน CXMT ซึ่งอาจลด Pricing Power ของ Samsung และ SK Hynix ขณะที่ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนพบว่า 45% มองว่าอาจเกิด AI Bubble ในปี 2027 โดยความเสี่ยงสำคัญคือ Earnings Expectations ที่อาจสูงเกินพื้นฐานจริง

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: ดอกเบี้ยพุ่ง หุ้นร่วง? เกมลงทุนในยุคเงินแพง | Charles Schwab

WHAT HAPPEN

  • Bond Yield และต้นทุนการเงินกำลังสูงขึ้นทั่วโลก จากพลังงาน หนี้รัฐบาล และความต้องการเงินทุนเพื่อสร้าง AI Infrastructure Paper 26-08-03
  • Schwab มองว่า ดอกเบี้ยสูงไม่ได้แปลว่าหุ้นต้องลงเสมอไป หาก Yield ขึ้นจาก Growth และ Earnings ที่แข็งแรง Paper 26-08-03
  • แต่หาก Yield ขึ้นเร็วจากเงินเฟ้อ พลังงาน หรือ Fiscal Stress หุ้นและ Bond อาจถูกกดพร้อมกัน Paper 26-08-03

WHY SHOULD I KNOW

  • เมื่อ US 10Y Yield สูงกว่า 5% โอกาสที่หุ้นจะให้ผลตอบแทนติดลบจะเพิ่มขึ้น แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับ “สาเหตุ” ของ Yield มากกว่าระดับ Yield เพียงอย่างเดียว Paper 26-08-03
  • Earnings Growth สามารถชดเชย Multiple Compression ได้ โดยเฉพาะบริษัท AI Infrastructure ที่กำไรโตจริง Paper 26-08-03
  • หุ้นที่งบดุลแข็ง Cash Flow ดี และ Pricing Power สูง มีแนวโน้มรับมือ Cost of Capital ที่สูงได้ดีกว่า Paper 26-08-03

WHAT TO DO NEXT

  • แยกให้ออกว่า Yield ขึ้นจาก Growth หรือจาก Inflation/Fiscal Stress
  • เน้นหุ้นคุณภาพสูง โดยเฉพาะบริษัทที่กำไรโตและไม่ต้องรีไฟแนนซ์มาก
  • กระจายพอร์ตข้าม Sector/Region และระวัง REITs, Utilities, หุ้นหนี้สูง และ Long-duration Growth ที่ Valuation แพง Paper 26-08-03 Paper 26-08-03

Paper 2: กำไรโตแรง แต่หุ้นจะไปต่อได้แค่ไหน? | SSGA

WHAT HAPPEN

  • S&P 500 ทำ Earnings Surprise สูงถึง 16.8% ใน Q1 และ 26.0% ใน Q2 ซึ่งโดดเด่นที่สุดในรอบทศวรรษ Paper 26-08-03
  • กว่า 85% ของบริษัท ทำกำไรดีกว่าคาด แต่ผลกำไรส่วนเกินจำนวนมากยังมาจากบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง Paper 26-08-03
  • Technology, Communication Services และ Consumer Discretionary สร้างราว 75% ของ Earnings Growth ทั้งตลาดในครึ่งแรกปีนี้ Paper 26-08-03

WHY SHOULD I KNOW

  • EPS Forecast ปี 2026 ถูกปรับขึ้น 15.6% และปี 2027 เพิ่ม 15.3% สะท้อนว่าตลาดเชื่อว่าความแข็งแรงของกำไรไม่ได้เป็นเพียงชั่วคราว Paper 26-08-03
  • Earnings Growth ที่สูงขึ้นช่วยลดการพึ่งพา Multiple Expansion และช่วยรองรับ Valuation หุ้นสหรัฐฯ Paper 26-08-03
  • แต่ความคาดหวังที่สูงขึ้นหมายความว่า “แค่ Beat” อาจไม่พอ ตลาดจะเริ่มดูว่า Growth กระจายกว้างและยั่งยืนหรือไม่

WHAT TO DO NEXT

  • จับตา Q3 Earnings Growth ที่คาด +29.5% YoY และ Revenue Growth +12.3% Paper 26-08-03
  • ดูว่า Earnings Revision จะกระจายออกจาก Big Tech ไปยัง Sector อื่นได้หรือไม่
  • ถ้ากลุ่มผู้นำเริ่มแคบลงหรือ Forecast หยุดถูกปรับขึ้น ต้องระวังว่าราคาอาจวิ่งนำพื้นฐานไปแล้ว Paper 26-08-03

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ ดอกเบี้ยสูงไม่ใช่จุดจบของ Bull Market หากกำไรยังโตเร็วพอ Charles Schwab เน้นว่าต้องดู “เหตุผลของ Yield” มากกว่าระดับ Yield ส่วน SSGA ชี้ว่ากำไรครึ่งแรกปี 2026 แข็งแรงจริง แต่ยังมี Concentration สูงในบริษัทใหญ่และ Sector เทคโนโลยี

ดังนั้นแก่นสำคัญคือ “Yield จะกด Valuation แต่ Earnings ต้องพิสูจน์ว่าสามารถชนะ Discount Rate ได้” และในไตรมาส 3 ตลาดจะเริ่มแยกชัดขึ้นว่าใครเป็นบริษัทที่กำไรโตจริง กับใครที่ราคาวิ่งนำพื้นฐานไปแล้ว.

ดอกเบี้ยพุ่ง หุ้นยังไปต่อ ? / S&P 500 กำไรแรงเกินคาด ! | TSL 14 October  26 Read More »

หุ้นสหรัฐฯ ยังไปต่อ? / Fed ขึ้นดอกเบี้ย หุ้นสะเทือนแค่ไหน? | TSL 12 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนสำคัญที่เชื่อมกันชัดเจน คือ ตลาดกระทิงยังมีแรงส่งจากกำไร และ ดอกเบี้ยสูงยังไม่ใช่จุดจบของหุ้น แต่บังคับให้นักลงทุนเลือกคุณภาพมากขึ้น ฝั่ง Raymond James มองว่า S&P 500 ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อเข้าสู่ปีที่ 5 เพราะ Earnings Growth ยังแข็งแรงและ AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ Charles Schwab มองว่า Fed อาจขึ้นดอกเพิ่มอีก แต่รอบนี้ไม่จำเป็นต้องรุนแรงแบบปี 2022 เพราะเงินเฟ้อส่วนหนึ่งมาจาก Supply-side มากกว่าความร้อนแรงของ

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • Geopolitical Risk กลับมากดตลาด หลัง Trump พิจารณาโจมตี Iran อีกครั้ง เหตุโจมตีสนามบิน King Khalid ใน Riyadh ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 รายและบาดเจ็บ 309 ราย ขณะที่สหรัฐฯ อาจกลับมาใช้กำลังกับ Houthi หรือ Iran เพิ่มความเสี่ยงต่อ ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และตลาดหุ้น Paper 26-07-31

  • สัปดาห์นี้ตลาดจับตา Earnings + CPI พร้อมกัน Big Banks เริ่มรายงานงบ ขณะที่ ASML และ TSMC จะช่วยชี้ภาพ Semiconductor Demand ส่วน CPI เดือน ก.ย. ถูกคาดที่ Headline +3.6% YoY และ Core CPI +2.5% ซึ่งอาจเปลี่ยนมุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ได้ทันที Paper 26-07-31

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พึ่งพา AI มากกว่าที่เห็นจากดัชนี S&P 500 +13.5% YTD แต่หากตัดหุ้น AI ออก ผลตอบแทนเหลือเพียง +5.5% ต่ำกว่า STOXX 600 ที่ +5.6% เล็กน้อย สะท้อนว่าผลตอบแทนสหรัฐฯ กระจุกตัวใน AI สูงมาก ขณะที่ยุโรปมี Free Cash Flow Yield สูงกว่าสหรัฐฯ Paper 26-07-31

  • Debt + Yield สูง กำลังเพิ่มความเปราะบางของตลาด Kenneth Rogoff เตือนว่าหนี้สาธารณะสหรัฐฯ สูงกว่า 100% ของ GDP ขณะที่ 10Y Treasury Yield สูงกว่า 5% และน้ำมันเหนือ $100 ทำให้ Cost of Capital สูงขึ้น ทั้งฝั่งรัฐบาล บริษัท และผู้บริโภค พร้อมเพิ่มความเสี่ยงต่อหุ้น Valuation สูง Paper 26-07-31

  • AI Boom ยังไม่จบ แต่เริ่มเห็นความเสี่ยงจาก Concentration และ Cycle KOSPI ร่วง 22% ในครึ่งหลังปี 2026 หลังแรงขายหุ้น AI Memory ขณะที่ Samsung และ SK Hynix มีน้ำหนักรวมมากกว่าครึ่งดัชนี สะท้อนว่าตลาดที่พึ่ง AI/Semiconductor มากเกินไปจะเปราะบางมาก หาก Earnings หรือ AI Cycle เริ่มชะลอ

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: S&P 500 Bull Run — ขาขึ้นครั้งนี้มีแรงส่งหรือไม่? | Raymond James

WHAT HAPPEN

  • Bull Market รอบปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ ปีที่ 5 และให้ Price Return แล้วประมาณ 117% สูงเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่ปี 1945 Paper 26-07-31
  • แรงขึ้นหลักมาจาก กำไร มากกว่า P/E Expansion โดย NTM EPS เพิ่มราว 90% ขณะที่ Valuation ขยายเพียงประมาณ 20% Paper 26-07-31
  • Technology ยังเป็นผู้นำจาก AI และคาดว่าจะสร้างกำไรราว 38% ของ S&P 500 ในปี 2027 Paper 26-07-31

WHY SHOULD I KNOW

  • ในอดีต ปีที่ 5 ของ Bull Market ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 13% และเป็นบวกเกือบ 90% ของเวลา Paper 26-07-31
  • Earnings S&P 500 ปี 2027 ยังถูกคาดโตประมาณ 15% และกำไรกลุ่ม Technology โตถึง 41% Paper 26-07-31
  • ความเสี่ยงหลักไม่ใช่กำไร แต่คือ ดอกเบี้ยสูง + Investor Sentiment ที่ร้อนแรง ซึ่งอาจกด Valuation ได้ Paper 26-07-31

WHAT TO DO NEXT

  • จับตา Q3 Earnings Season ว่ากำไรจะโตตามคาดประมาณ 29% YoY หรือไม่ Paper 26-07-31
  • ติดตาม CPI, PPI และผลประกอบการ Big Banks เพื่อประเมินแรงกดจากดอกเบี้ยสูง
  • ยังถือหุ้นได้ แต่ควรเน้นบริษัทที่ Earnings Growth แข็งแรงและมี Valuation รองรับ มากกว่าการไล่ Momentum อย่างเดียว

Paper 2: Fed Rate Hikes — เกมลงทุนในยุคดอกเบี้ยสูง | Charles Schwab

WHAT HAPPEN

  • Schwab มองว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีกประมาณ 2 ครั้ง แต่รอบนี้อาจไม่ยืดเยื้อเหมือนปี 2022 Paper 26-07-31
  • เงินเฟ้อส่วนหนึ่งมาจาก Supply-side เช่น พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งดอกเบี้ยไม่สามารถแก้ได้โดยตรง
  • AI Investment ยังหนุน Growth และ Earnings แต่ในระยะสั้นก็เพิ่ม Demand ต่อ Chip, Power และ Infrastructure จึงอาจสร้างแรงกดต้นทุนเพิ่มขึ้น Paper 26-07-31

WHY SHOULD I KNOW

  • ประวัติศาสตร์ชี้ว่า S&P 500 ยังสามารถให้ผลตอบแทนบวกได้ระหว่างรอบขึ้นดอกเบี้ย โดยเฉลี่ยประมาณ 7.5% ต่อปี ใน 7 รอบนับตั้งแต่ปี 1983 Paper 26-07-31
  • ผลกระทบของดอกเบี้ยไม่ได้เท่ากันทุกบริษัท หุ้นที่หนี้ต่ำ กำไรแข็ง และมี Pricing Power จะรับมือได้ดีกว่า Paper 26-07-31
  • กลุ่มที่เปราะบางคือบริษัทหนี้สูง หุ้น Valuation แพง REITs และธุรกิจที่ต้องรีไฟแนนซ์เร็ว Paper 26-07-31

WHAT TO DO NEXT

  • เน้น High-Quality Equities ที่งบดุลแข็งแรง กำไรโต และสร้าง ROI จาก AI ได้จริง
  • ฝั่งตราสารหนี้ ให้ความสำคัญกับ Short-to-Medium Duration มากกว่าการรีบเพิ่ม Duration ยาว Paper 26-07-31
  • ติดตาม Oil, Inflation, Credit Spreads, Labor Market และ Earnings Revision เพื่อดูว่าเศรษฐกิจจะเป็น Soft Landing หรือเสี่ยง Hard Landing Paper 26-07-31

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ Bull Market ยังมีแรง แต่การขึ้นรอบต่อไปจะต้องพึ่ง “กำไรจริง” มากขึ้นRaymond James ยังมองว่าปัจจัยพื้นฐานและประวัติศาสตร์สนับสนุนตลาดในปีที่ 5 และคาด S&P 500 ไปถึงราว 8,450 จุดใน 12 เดือน หรือ Upside ประมาณ 9% Paper 26-07-31

ขณะที่ Charles Schwab เตือนว่า Fed ยังไม่จบรอบขึ้นดอกเบี้ย แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่การเดาทุกครั้งว่า Fed จะขึ้นหรือไม่ขึ้น หากคือการถือบริษัทที่ทน Cost of Capital สูงได้ และจัดพอร์ตให้รับมือได้ทั้งกรณี Growth ยังแข็งและกรณีเศรษฐกิจชะลอ

แก่นสำคัญจึงคือ “Bull Market ยังไม่จบ แต่คุณภาพกำไรจะสำคัญกว่า Momentum”.

หุ้นสหรัฐฯ ยังไปต่อ? / Fed ขึ้นดอกเบี้ย หุ้นสะเทือนแค่ไหน? | TSL 12 October  26 Read More »

งานสัมมนา กลยุทธ์ลงทุน Q4 โลกของผู้ถูกเลือก (09 OCTOBER 2026)

หุ้นขึ้นมาไกลแล้ว ยังลงทุนต่อได้หรือไม่? คำถามนี้ยิ่งสำคัญเมื่อสงครามกดดันราคาพลังงาน ทิศทางดอกเบี้ยยังไม่แน่นอน และการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ กำลังเข้ามาเพิ่มตัวแปรให้ตลาด ขณะเดียวกัน การลงทุนด้าน AI ก็ยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจหลายกลุ่มเติบโต บทความนี้สรุปมุมมองจากสัมมนา Lief Capital เพื่อเชื่อมปัจจัยเหล่านี้เข้ากับการเลือกหุ้นและจัดพอร์ตในไตรมาส 4 ปี 2026

งานสัมมนา กลยุทธ์ลงทุน Q4 โลกของผู้ถูกเลือก 

ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดหุ้น

Lief Capital มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ ในระยะกลางถึงยาว โดยมองว่ากำไรบริษัทและการลงทุนด้าน AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้ระหว่างทางจะมีความผันผวนจากสงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และการเลือกตั้งกลางเทอม

สงครามและราคาน้ำมัน


ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซส่งผลต่อการขนส่งและราคาน้ำมัน ซึ่งเชื่อมโยงกับต้นทุนธุรกิจและเงินเฟ้อ ทีมลงทุนมองว่า หากสงครามไม่ขยายวงและราคาน้ำมันไม่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แรงกดดันต่อตลาดมีโอกาสคลี่คลาย แต่ต้องทบทวนมุมมองหากสถานการณ์รุนแรงกว่าคาด

เงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย


การประเมินเงินเฟ้อต้องแยกแรงกดดันจากพลังงานออกจากความต้องการซื้อ พร้อมพิจารณาแนวโน้มตลาดแรงงานต่อเนื่องหลายเดือน ทีมลงทุนให้น้ำหนักกับการคงดอกเบี้ย ณ วันสัมมนา และมองว่าแม้ดอกเบี้ยขึ้น หุ้นยังมีโอกาสเติบโตได้หากกำไรแข็งแกร่ง โดยบริษัทหนี้ต่ำและกระแสเงินสดดีจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า

การลงทุนใน AI


ทีมลงทุนมองว่าวัฏจักรลงทุน AI ยังเดินหน้าต่อ จากการใช้งานจริงและความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องติดตามว่าเงินลงทุนเปลี่ยนเป็นรายได้ กำไร และกระแสเงินสดได้เพียงใด กลุ่มที่ได้รับความสนใจคือผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ รวมถึงธุรกิจศูนย์ข้อมูล ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ช่วงก่อนเลือกตั้งอาจสร้างความผันผวนจากความไม่แน่นอนทางนโยบาย ขณะที่ผลเลือกตั้งอาจช่วยให้ตลาดเห็นทิศทางชัดเจนขึ้น ผู้บรรยายนำสถิติย้อนหลังมาประกอบมุมมองเชิงบวกหลังเลือกตั้ง พร้อมเสนอให้ทยอยลงทุนและเตรียมรับการปรับฐาน โดยสถิติในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต

กำไรบริษัทและมูลค่าหุ้น

หุ้นที่ขึ้นมาแล้วไม่ได้หมายความว่ามูลค่าจะแพงขึ้นเสมอไป หากกำไรเติบโตเร็วกว่าราคา ค่า P/E ก็ลดลงได้ สิ่งที่ต้องติดตามคือทิศทางการปรับประมาณการกำไร และแยกให้ออกระหว่างกำไรที่โตช้าลงเพราะฐานสูง กับกำไรที่เริ่มหดตัว

กลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจ

 

  • เทคโนโลยี: ได้ประโยชน์จาก AI และความต้องการประมวลผล
  • อุตสาหกรรม: เชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล และการก่อสร้าง
  • วัสดุ: รองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการขยายกำลังผลิต
  • บริการสื่อสาร: เลือกบริษัทที่สร้างเงินสดและใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ

    โอกาสเหล่านี้กระจายอยู่ในหลายประเทศ การเลือกลงทุนจึงต้องพิจารณาธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานควบคู่กับการเลือกตลาด

การคัดเลือกหุ้นและจัดพอร์ต ของ Lief Capital 

แนวทางหลักคือเลือกหุ้นคุณภาพที่กำไรเติบโต ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีราคาสมเหตุสมผล โดยใช้ AI ช่วยคัดกรองร่วมกับการประเมินของผู้จัดการกองทุน พร้อมกระจายความเสี่ยง ทยอยเข้าซื้อ และเก็บเงินสดบางส่วนสำหรับโอกาสระหว่างทาง

US Selective และ US Momentum

US Selective เน้นคุณภาพธุรกิจและพื้นฐานระยะยาว ส่วน US Momentum ใช้แนวโน้มราคาร่วมกับปัจจัยคุณภาพ และทบทวนพอร์ตถี่กว่า ทั้งสองแนวทางมีผู้จัดการกองทุนติดตามข้อมูลและประเมินความเหมาะสมเพิ่มเติม โดย US Momentum อาจมีหุ้นขนาดเล็กผสมอยู่และมีความผันผวนสูงกว่า

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

ปัจจัยสำคัญคือความคุ้มค่าของการลงทุน AI ราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ต้นทุนเงินทุน และนโยบายภาครัฐ หากปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนไปจนกระทบแนวโน้มกำไร ก็จำเป็นต้องทบทวนหุ้นและสัดส่วนลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

สรุปส่งท้าย

โอกาสลงทุนในไตรมาส 4 ปี 2026 ยังมีอยู่ ท่ามกลางความผันผวนจากสงคราม เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และการเลือกตั้งกลางเทอม โดยมุมมองจากสัมมนายังให้น้ำหนักกับการเติบโตของกำไรบริษัทและการลงทุนด้าน AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

หัวใจของ “โลกของผู้ถูกเลือก” คือการคัดธุรกิจคุณภาพที่สร้างกำไรได้จริง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และซื้อในราคาที่เหมาะสม พร้อมทยอยลงทุน กระจายความเสี่ยง และปรับพอร์ตเมื่อสมมติฐานเปลี่ยนไป เพื่อให้พอร์ตพร้อมรับทั้งโอกาสและความไม่แน่นอนข้างหน้า

งานสัมมนา กลยุทธ์ลงทุน Q4 โลกของผู้ถูกเลือก (09 OCTOBER 2026) Read More »

เงินเฟ้อไม่จบ จัดพอร์ตรับดอกเบี้ยสูง /ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนเกมลงทุน | TSL 09 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 มุมที่ค่อนข้างต่างกัน แต่เชื่อมกันได้ชัดเจน คือ BNY มองว่าความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มมากขึ้นจาก Valuation และดอกเบี้ยสูง แม้เศรษฐกิจและกำไรยังแข็งแรง ขณะที่ Goldman Sachs มองว่าเศรษฐกิจโลกยังไปต่อได้ แต่ Yield สูงอาจกลายเป็นโครงสร้างใหม่ของตลาด ทำให้โอกาสลงทุนแคบลงและต้องเลือกสินทรัพย์ให้แม่นยำมากขึ้น

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • Wall Street พักฐานจาก ATH เพราะ Bond Yield สูงกดหุ้น Tech Nasdaq -1.25% และ S&P 500 -0.47% ขณะที่ 10Y Treasury Yield ยังอยู่ราว 5.3% ทำให้ตลาดเริ่มถามมากขึ้นว่า รายได้และกำไรจาก AI จะโตเร็วพอชดเชย Valuation ที่สูงได้หรือไม่ Paper 26-07-30

  • น้ำมันกลับเหนือ $100 จากความเสี่ยง Supply ในสหรัฐฯ Brent ขึ้นสู่ $101.10 หลังตลาดกังวลพายุ Isaias อาจกระทบการผลิต กลั่น และขนส่งบริเวณ Gulf Coast แม้ IEA พร้อมปล่อยน้ำมันสำรองและการขนส่งผ่าน Hormuz เริ่มฟื้นตัว Paper 26-07-30

  • Fed ยังไม่จบรอบขึ้นดอกเบี้ย Alberto Musalem มองว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเพิ่มในอีก 6–9 เดือน หากเงินเฟ้อจากพลังงานลามไปยังสินค้าและบริการอื่น โดยตลาดยังให้น้ำหนักกว่า 80% ว่าเดือน ต.ค. จะคงดอกเบี้ย แต่ประเมินโอกาสเกือบ 70% ที่จะขึ้นในเดือน ธ.ค. Paper 26-07-30

  • AI Boom ยังแข็ง แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามเรื่อง Monetization มากขึ้น OpenAI ถูกประเมินว่ามี Annualized Revenue ใกล้ $50B ต่ำกว่าตัวเลข $70B ที่เคยถูกพูดถึง ทำให้นักลงทุนหันมาจับตาว่า AI Capex ขนาดใหญ่จะเปลี่ยนเป็น Revenue, Cash Flow และ ROIC ได้จริงแค่ไหน Paper 26-07-30

  • AI Supply Chain ยังโตแรง แต่ความคาดหวังสูงมาก TSMC รายงานรายได้ Q3 สูงกว่าคาด และรายได้เดือน ก.ย. โต 55% YoY จากความต้องการ Advanced Chip ขณะที่ Citi ยังมองบวกต่อ Semiconductor แต่ตลาดเริ่มเลือกหุ้นมากขึ้น เพราะแม้งบดี หุ้นก็อาจไม่ขึ้นหาก Guidance, Margin หรือ Capacity Expansion ไม่ถึงความคาดหวัง

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: BNY ฟันธง หุ้นต้องลง ไม่ใช่ขึ้น! | BNY

WHAT HAPPEN

  • BNY ประเมิน S&P 500 แบบถ่วงน้ำหนักความน่าจะเป็นที่ราว 7,400 จุด หรือ -3% ภายใน Q3/2027 Paper 26-07-30
  • แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรงจาก AI Investment และภาคธุรกิจ แต่ Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งใน 12 เดือนข้างหน้า Paper 26-07-30
  • ความเสี่ยงสูงสุดอยู่ที่หุ้น Growth/AI ซึ่งมี Valuation สูงและการลงทุนกระจุกตัวมากขึ้นPaper 26-07-30

WHY SHOULD I KNOW

  • เศรษฐกิจดี ≠ ตลาดหุ้นต้องขึ้น เพราะกำไรอาจโต แต่ P/E ถูกกดจาก Yield ที่สูงขึ้น
  • BNY คาด EPS S&P 500 โตประมาณ 13% แต่ดัชนีในกรณีฐานอาจขึ้นเพียง +2% เพราะ Multiple มีโอกาสหดตัว Paper 26-07-30
  • Value, Europe และ Japan อาจมี Risk-Reward ดีกว่าหุ้น Growth สหรัฐฯ ในสภาพแวดล้อม Real Yield สูง Paper 26-07-30

WHAT TO DO NEXT

  • ลดการกระจุกตัวในหุ้น Growth/AI ที่ Valuation สูง
  • เพิ่มน้ำหนักหุ้น Value, Europe และ Japan ที่มีพื้นฐานและ Valuation รองรับ
  • จับตา Fed, Real Yield, ราคาพลังงาน และ Earnings Revision เพราะเป็นตัวกำหนดว่ากำไรจะชดเชยแรงกดจาก Valuation ได้หรือไม่

Paper 2: โค้งสุดท้ายปี 2026 โอกาสลงทุนอยู่ตรงไหน? | Goldman Sachs

WHAT HAPPEN

  • Goldman Sachs มองว่าเศรษฐกิจโลกยังมี Strong Fundamentals จาก Fiscal Support, ตลาดแรงงาน และ AI Investment Paper 26-07-30
  • แต่ตลาดขึ้นมาเยอะแล้ว ทำให้ Fewer Potential Opportunities และ Upside จากการซื้อทั้งตลาดเริ่มจำกัด
  • Bond Yield สูงอาจไม่ใช่วัฏจักรชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนเชิงโครงสร้างจากหนี้รัฐบาล, AI Financing และ Term Premium ที่สูงขึ้น Paper 26-07-30

WHY SHOULD I KNOW

  • AI Boom กำลังช่วยเศรษฐกิจ แต่ก็เพิ่มความต้องการเงินทุน โดย Hyperscalers ระดมหนี้ราว $400B และ AI Capex อาจขึ้นเป็น 2.5–3.5% ของ GDP สหรัฐฯ Paper 26-07-30
  • เงินเฟ้อยังมีแรงกดจาก HEAT: Harvests, Energy, AI, Trade ทำให้ดอกเบี้ยอาจอยู่สูงนานกว่าที่ตลาดเคยชิน Paper 26-07-30
  • โอกาสจึงไม่ได้อยู่ในทุกสินทรัพย์ แต่เริ่มกระจายไปยัง EM Debt, EM Equities, US Small Caps และ Alternative Assets Paper 26-07-30

WHAT TO DO NEXT

  • เน้น Selective Investment มากกว่าซื้อทั้งตลาด
  • ให้ความสำคัญกับ EM Debt ที่มี Starting Yield สูงและพื้นฐานแข็งแรงขึ้น Paper 26-07-30
  • กระจายไป EM Equities, US Small Caps และ Alternative Assets พร้อมบริหาร Duration ให้เหมาะกับโลก Yield สูง

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดยังมีโอกาส แต่ Margin of Safety ลดลงชัดเจน ฝั่ง BNY เตือนว่าหุ้นสหรัฐฯ อาจเจอ Multiple Compression แม้กำไรยังโต ขณะที่ Goldman Sachs มองว่าเศรษฐกิจยังแข็งแรง แต่ Bond Yield สูงจะทำให้การลงทุนแบบหว่านทั้งตลาดได้ผลยากขึ้น

แก่นสำคัญจึงคือ “กำไรยังโต แต่ราคาอาจไม่โตตาม” และใน Q4 นักลงทุนต้องเปลี่ยนจากการไล่ Momentum ไปสู่การเลือกสินทรัพย์ที่มี Yield, Valuation และ Fundamentalsรองรับจริง.

เงินเฟ้อไม่จบ จัดพอร์ตรับดอกเบี้ยสูง /ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนเกมลงทุน | TSL 09 October  26 Read More »

บลจ. Lief Capital ได้รับรางวัล ในโครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2 ปี 2569” (09 October 26)

ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนวางแผนอนาคตและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจทาง ก.ล.ต. จึงจัดโครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2 ปี 2569” พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผู้มีส่วนร่วมส่งต่อความรู้สู่สังคม เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569

   
     สำหรับ บลจ. ลีฟแคปปิตอล ความสำเร็จในการส่งต่อความรู้เริ่มต้นจากการทำให้เรื่องการเงินและการลงทุนที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนเข้าใจได้ การได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม (Creativity Award) จาก ก.ล.ต. จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ และเป็นกำลังใจให้ทีมงานเดินหน้าพัฒนาการสื่อสารความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป

รางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2 ปี 2569” ซึ่ง ก.ล.ต. จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันด้านการเงินและการลงทุนแก่ประชาชนในวงกว้าง โดยมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน สมาคมหรือชมรมด้านการเงินการลงทุน และผู้สร้างคอนเทนต์ด้านการเงิน

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ คือความตั้งใจของลีฟแคปปิตอลที่จะทำให้ความรู้ด้านการลงทุนเข้าถึงได้มากขึ้น เพราะข้อมูลที่มีคุณค่าจะเกิดประโยชน์ได้เต็มที่เมื่อผู้รับสารเข้าใจ เชื่อมโยงกับชีวิตของตนเอง และนำไปประกอบการตัดสินใจได้ การสื่อสารจึงต้องเริ่มจากคำถามที่ผู้คนสงสัย ใช้ภาษาที่ชัดเจน และอธิบายให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของการลงทุน

ความคิดสร้างสรรค์สำหรับลีฟแคปปิตอลจึงอยู่ทั้งในวิธีเล่าเรื่อง การยกตัวอย่าง และการเชื่อมโยงประเด็นเศรษฐกิจและตลาดทุนให้ใกล้ตัวผู้ฟังมากขึ้น โดยยังให้ความสำคัญกับความถูกต้องของเนื้อหา เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู้กล้าตั้งคำถาม และค่อย ๆ สร้างความเข้าใจที่เป็นพื้นฐานของการวางแผนทางการเงินในระยะยาว

รางวัล Creativity Award เป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของทีมงาน และเป็นโอกาสให้ลีฟแคปปิตอลขอบคุณผู้ติดตามทุกท่านที่ร่วมเรียนรู้ ตั้งคำถาม และส่งต่อความคิดเห็น การมีส่วนร่วมเหล่านี้ช่วยให้ทีมงานมองเห็นว่าเรื่องใดควรอธิบายให้ชัดขึ้น และความรู้แบบใดที่ผู้คนต้องการนำไปใช้ในชีวิตจริง

ลีฟแคปปิตอลจะเดินหน้าพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความรู้ด้านการเงินและการลงทุนเข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น พร้อมยึดมั่นในแนวคิดที่ว่า “ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นนักลงทุนมืออาชีพ แต่ทุกคนควรได้รับประโยชน์จากการลงทุน”

บลจ. Lief Capital ได้รับรางวัล ในโครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2 ปี 2569” (09 October 26) Read More »

Scroll to Top