loader image

เปิดตัว NN FIRE ลงทุนหุ้นธีมเติบโตทั่วโลก

พบกับเนิ่น ๆ โฉมใหม่ได้แล้ววันนี้ พร้อมการลงทุนที่ตอบโจทย์เพื่อน ๆ มากขึ้น ประกอบด้วย

  1. เพิ่มนโยบาย Nern Nern FIRE ลงทุนสาย Active เน้นธีมที่เติบโตโดดเด่น สไตล์ Thematic Growth ปรับพอร์ต มองหาโอกาสลงทุนใหม่อยู่เสมอ โดยฝ่ายจัดการลงทุนของเรา
  2. เปลี่ยนชื่อนโยบายลงทุน 3 กระปุกเดิมเป็น Nern Nern FIRST พร้อมยกเลิกเกณฑ์สะสมขั้นต่ำ 1 หมื่นบาทสำหรับกระปุก 1 เพื่อความคล่องตัวในการลงทุนที่มากขึ้น
  3. เตรียมพบกับฟีเจอร์การใช้งานใหม่ ๆ ที่จะทยอยออกมาตลอดช่วงปี 2026 นี้ เพื่อน ๆ สามารถดูรายละเอียดการลงทุนและผลตอบแทนของเราได้ในเวบไซต์ของเนิ่น ๆ ได้เลยที่ https://liefcapital.com/private-fund/lief-nernnern/

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่คุ้นกับแอปลงทุน “เนิ่นๆ” ของเรา ขอเล่าสั้น ๆ เลยว่า เนิ่น ๆ พัฒนาขึ้นโดย บลจ.ลีฟแคปปิตอล ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อเป้าหมายเกษียณ ในรูปแแบบกองทุนส่วนบุคคล โดยเราได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. รู้จักเราเพิ่มเติมได้ที่นี่

เนิ่น ๆ เริ่มให้บริการมาจนถึงปัจจุบัน กำลังเข้าสู่ปีที่ 4 ซึ่งนโยบายการลงทุนดั้งเดิมคือ การลงทุน 3 กระปุก 1.สำรองฉุกเฉิน 2.เป้าหมายระยะสั้น 3. เป้าหมายเกษียณ ที่มีการเลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยงและผลตอบแทน ตามเป้าหมายของเพื่อน ๆ นักลงทุน ปัจจุบันเรียกว่า Nern Nern FIRST (NN1) ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทำผลตอบแทนได้เป็นที่น่าพอใจ (กระปุก 3 +46.67% นับตั้งแต่ ก.ค. 66) 

เพียงแต่ว่าด้วยสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โอกาสการลงทุนเกิดขึ้นมากมาย บ้างเป็นโอกาสใหม่ บ้างก็เป็นการแตกแขนงต่อยอดมาจากธีมการลงทุนเดิม ประกอบกับ พฤติกรรมและ Liefstyle ที่เปลี่ยนแปลงไป ของนักลงทุน จึงทำให้เราเกิดไอเดีย เพิ่มนโยบายการลงทุน “Nern Nern FIRE (NNF)” เกษียณติดสปีด ที่เน้นลงทุนแบบ Active ยอมรับความเสี่ยงที่มากขึ้น เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าขึ้นมา 

โดยปัจจุบันหากเพื่อน ๆ Download หรือหากมีแอป เนิ่น ๆ อยู่แล้ว ให้ทำการ update ให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน แล้วสามารถดำเนินการได้ดังนี้ ทันที

  • สำหรับลูกค้าใหม่ สามารถเริ่มเปิดบัญชี Online ได้โดยปกติใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ หากเตรียมเอกสารครบถ้วน ดังนี้
    • บัตรประชาชน (ตรวจสอบวันหมดอายุให้เรานิดนึง)
    • หน้าสมุดบัญชีธนาคาร สำหรับการรับเงินลดทุน ปิดกองทุนคืน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน (เฉพาะนักลงทุนกลุ่มเปราะบาง) 
  • สำหรับลูกค้าที่ลงทุนใน NN1 อยู่แล้ว สามารถเลือกเพิ่มนโยบายการลงทุน NNF ได้ทันที หากเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 วันทำการ ก็พร้อมให้นำเงินเข้าลงทุนได้
  • สามารถลงทุนได้ทั้ง 2 นโยบายพร้อมกัน หรือเลือกอันใดอันหนึ่งที่เหมาะสมก็ได้ 
  • สามารถสับเปลี่ยน โยกย้ายเงินลงทุนระหว่าง 2 นโยบายได้ โดยไม่มีขั้นต่ำ 

หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อมายัง ผู้แนะนำการลงของเรา ผ่านช่อง Line official ได้ที่ @liefcapital

Download Nern Nern App

iOS – https://bit.ly/iosapple-download
Android – https://bit.ly/playgoogle-download

เปิดตัว NN FIRE ลงทุนหุ้นธีมเติบโตทั่วโลก Read More »

ข่าวร้ายเต็มตลาด ลงทุนต้องยึดหลักการให้ถูก

The Courage to Follow the Fundamentals: กล้าที่จะยึดตามปัจจัยพื้นฐาน

  1. แม้ตลาดจะเผชิญข่าวลบต่อเนื่อง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันจากโซเชียลมีเดีย แต่ตลาดหุ้นยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
  2. เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว โดย GDP ไตรมาส 1 เติบโต 2% และ Fed Atlanta คาดว่า GDP ไตรมาส 2 อาจเติบโตสูงถึง 3.7%
  3. ผลประกอบการบริษัทในดัชนี S&P 500 แข็งแกร่งกว่าคาด โดยกำไรเติบโต 27.7% และรายได้เติบโต 11.3% สูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2021
  4. 84% ของบริษัทมีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และ 80% มีรายได้สูงกว่าคาด สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจสหรัฐฯ
  5. การเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหุ้นเทคโนโลยี เพราะ 7 จาก 11 กลุ่มอุตสาหกรรมมีกำไรเติบโตระดับสองหลัก และทุกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น
  6. การลงทุนด้าน AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยภาคเทคโนโลยีมีกำไรเติบโตมากกว่า 50% จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง
  7. แม้ตลาดจะปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่ค่า P/E ไม่ได้ขยายตัวมากนัก สะท้อนว่าการปรับขึ้นของตลาดรอบนี้ได้รับแรงหนุนจากกำไรจริงมากกว่าการเก็งกำไร
  8. ความเสี่ยงสำคัญในระยะยาวอาจไม่ใช่ข่าวรายวัน แต่คือการเปลี่ยนผ่านจากยุค Globalization ไปสู่ยุค Deglobalization ที่ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองมากขึ้น
  9. โลกยุคใหม่อาจมาพร้อมดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เงินเฟ้อที่เหนียวตัวมากขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI พลังงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นขึ้น
  10. การจัดพอร์ตในอนาคตควรกระจายกว้างกว่า US Large-Cap Tech ไปยังหุ้นขนาดเล็ก ตลาดเกิดใหม่ กลุ่มกลาโหม โครงสร้างพื้นฐาน AI และสินทรัพย์จริง เช่น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ และโครงสร้างพื้นฐาน

บทสรุป

แม้ตลาดกระทิงที่เริ่มตั้งแต่ปี 2022 ยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ แต่โลกกำลังเปลี่ยนจากยุคที่เน้น “ประสิทธิภาพ” ไปสู่ยุคที่เน้น “ความยืดหยุ่น” นักลงทุนจึงควรเตรียมพอร์ตให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว

ข่าวร้ายเต็มตลาด ลงทุนต้องยึดหลักการให้ถูก Read More »

หุ้น TECH กลับมาแล้ว AI ขับเคลื่อน ปี 2026

สรุปสั้น รู้ทัน อินไซต์

กับรายการ The Shortlist

Home / Articles posted byMarketing Team

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่แรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุนดัชนีหลักให้ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุน ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ทางการเมืองสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป

🌍 ภาพรวมเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม

ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ทั้ง S&P 500Nasdaq, และ Dow Jones ต่างปิดบวกอย่างโดดเด่น โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นแรง ตัวอย่างเช่น Palantir ที่ราคาพุ่งขึ้นถึง 8-9% แม้จะมีค่า P/E สูงถึง 452 เท่า ขณะที่ Nvidia ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นหลักของธีม AI ปรับขึ้นอีก 5.79%

ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดยังคงเฝ้าจับตา การปิดหน่วยงานราชการของรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown) ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 41-42 วัน ถือเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าระยะเวลาการปิดตัวราว 40 วันยังไม่ส่งผลกระทบต่อ GDP อย่างมีนัยสำคัญ แต่การกลับมาเปิดทำการของรัฐบาลจะช่วยให้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีข้อมูลครบถ้วนมากขึ้นในการประเมินทิศทางนโยบายการเงิน โดยตลาดคาดว่าเฟดมีโอกาสสูงราว 65-70% ที่จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม หากข้อมูลแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว

🔑 มุมมองจาก Goldman Sachs เมื่อหนี้สะดุด ตลาดจะสะเทือนหรือแค่ข่าวลือ ?

เหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ล่าสุดไม่น่ากังวลต่อระบบการเงินโดยรวม

  • เหตุการณ์เฉพาะตัว: การล้มละลายของบริษัทอย่างFirst Brand และ Tremor Color Col เป็นกรณีเฉพาะและเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกง มากกว่าจะเกิดจากเศรษฐกิจอ่อนแอ

  • เศรษฐกิจยังแข็งแรง: GS คาดว่า GDP สหรัฐฯ จะเติบโต2% ในปีนี้ และมากกว่า 2%ในปีหน้า ซึ่งเป็นระดับปกติ ไม่บ่งชี้ภาวะถดถอย

  • ตลาด Private Credit: แม้สินเชื่อภาคเอกชนเติบโตต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงเชิงระบบยังต่ำ เพราะแหล่งเงินทุนหลักมาจากนักลงทุนระยะยาวที่มีสภาพคล่องสูง เช่น บริษัทประกันและกองทุนบำเหน็จบำนาญ

  • Bond Spread: สเปรดของพันธบัตร High Yield ขยายเพียง20 basis point ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเล็ก และคาดว่าจะยังคงแคบต่อไป

  • ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม: ได้แก่ เงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวเกินคาด, ตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลงอย่างฉับพลัน, และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือการค้า

🪨 มุมมองจาก BlackRockAI แรงขับเคลื่อนหลักในมุมมองการลงทุนปี 2026

AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ (Megaforce) ที่อยู่ในศูนย์กลางของกลยุทธ์การลงทุนในปี 2026 และจะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนในระยะยาว

  • ข้อจำกัดด้านพลังงาน: ศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI ต้องการพลังงานมหาศาล โดยคาดว่าสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ จะเพิ่มจาก6-7% ในปี 2024 เป็น 24% ภายในปี 2030

  • การแข่งขันระหว่างประเทศ: สหรัฐฯ พยายามลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน และหันมาร่วมมือกับออสเตรเลียเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่

  • บทบาทของ Stable Coin: จะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินในอนาคต ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ของระบบการชำระเงิน

  • กลยุทธ์การลงทุน (Big Call): BlackRock แนะนำเพิ่มน้ำหนัก (Overweight) การลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ จากปัจจัยหนุนด้านตลาดแรงงานที่เริ่มผ่อนคลาย กำไรบริษัทที่เติบโตดี และธีม AI นอกจากนี้ยังแนะนำเพิ่มน้ำหนักใน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นด้วย

 🔍 สรุปภาพรวมทั้งหมด

ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังได้รับแรงหนุนจากกระแส AI ที่ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีพื้นฐานมั่นคง แม้มีแรงกดดันจากปัญหาการปิดหน่วยงานภาครัฐและหนี้ภาคเอกชนบางส่วน การวิเคราะห์จากทั้ง Goldman Sachs และ BlackRock สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก โดยมองว่า “AI” จะยังเป็น ธีมหลักในการขับเคลื่อนการลงทุนในอีกหลายปีข้างหน้า

ชมเนื้อหาฉบับเต็ม

ต่อยอดจากบทความนี้ให้ครบถ้วน เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง—ในวิดีโอฉบับเต็มเราจะสรุปประเด็นสำคัญเป็นขั้นตอน  และข้อควรระวังที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ท่านมั่นใจขึ้นอีกก้าวก่อนลงมือวางแผนของตน

รับชมคลิปเต็ม

หุ้น TECH กลับมาแล้ว AI ขับเคลื่อน ปี 2026 Read More »

Update หุ้น Healthcare ยังมีหวังไหม ? 

สรุปสั้น รู้ทัน อินไซต์

กับรายการ The Shortlist

Home / Articles posted byMarketing Team

ภาวะตลาดการเงินในช่วงที่ผ่านมาเผชิญแรงกดดันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลงแรงจากแรงเทขายในหุ้นเทคโนโลยีและสินค้าฟุ่มเฟือย ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจบางส่วนเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง โดยเฉพาะตลาดแรงงานที่เริ่มสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้กำลังเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในระยะต่อไปหรือไม่

🧊 มุมมองจาก Polar Capital – Update หุ้น Healthcare ยังมีหวังไหม ?

  • หุ้นกลุ่มสุขภาพกำลังฟื้นตัว และมีมูลค่าถูกอย่างมาก ราคายังน่าสนใจ: กลุ่ม Health Care มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยค่า Price-to-Earnings (P/E) ปัจจุบันอยู่ในระดับ “ต่ำเพียง 5% แรก (5th percentile)” เมื่อเทียบกับอดีตเกือบ 30 ปี หมายความว่าหากกลับสู่ค่าเฉลี่ยเดิม ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้มาก
  • ความเสี่ยงด้านนโยบายลดลง:  ภาษีศุลกากร (Tariff) – ภาษี 100% สำหรับยานำเข้าที่มีแบรนด์จะได้รับ การยกเว้น หากบริษัทเพิ่มการผลิตในสหรัฐฯ เช่น Pfizer และ AstraZeneca ได้ดำเนินการแล้ว การควบคุมราคายา (MFN / Trump RX) – แม้จะต้องลดราคายาบาง. รายการ แต่การมีนโยบายที่ชัดเจนช่วยให้นักลงทุนมั่นใจต่อมูลค่าระยะยาวมากขึ้น
  • แรงหนุนต่อการเติบโต: นวัตกรรมใหม่ต่อเนื่อง: การอนุมัติยาใหม่จาก FDA ยังดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ ดีมานด์เพิ่มขึ้น: สังคมผู้สูงอายุและการฟื้นตัวหลังโควิดช่วยกระตุ้นการใช้บริการสุขภาพ  M&A คึกคัก: บริษัทใหญ่ยังคงเข้าซื้อกิจการขนาดเล็กเพื่อต่อยอด เทคโนโลยีและนวัตกรร     ­

💵 มุมมองจาก Pimco – ทิศทางดอกเบี้ยท่ามกลาง Government Shutdown

  • การปิดหน่วยงานรัฐบาลอาจขัดขวางโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ผลกระทบหลัก: การปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลกลางทำใหข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น รายงานตลาดแรงงาน ไม่สามารถเผยแพร่ได้ ซึ่งเป็นข้อมูลจำเป็นต่อการตัดสินใจของ Fed
  • เส้นตายสำคัญ: หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายก่อนวันที่ 12 พฤศจิกายน มีโอกาสสูงที่รายงานตลาดแรงงานจะไม่ออกทันก่อนการประชุม Fed วันที่ 9–10 ธันวาคม
  • แนวโน้มดอกเบี้ย: Pimco มองว่า Fed จะมีท่าที “ระมัดระวัง” มากขึ้น และอาจยัง ไม่ลดดอกเบี้ย ในการประชุมครั้งหน้า โดยคาดว่าการปรับลดอาจเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้ง ในช่วง ธันวาคม 2025 หรือมกราคม 2026 จากนั้นจะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึง กลางปี 2026 เมื่อวาระของประธาน Fed สิ้นสุดลง ­

🕯️ มุมมองจาก Alliance – ยุโรปกับแรงหนุน ไล่ตามสหรัฐฯ ให้ทัน ยุโรปเริ่มสร้างกลไกใหม่เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดทุน คาดกำไรพุ่งแรงปี 2026

  • ความได้เปรียบด้านราคา: หุ้นยุโรปยัง “ถูกกว่าหุ้นสหรัฐฯ” อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีส่วนลดราคาประมาณ 33.3%
  • แนวโน้มกำไรเติบโต: คาดว่ากำไรของบริษัทในยุโรปจะฟื้นตัวแรงในปี 2026 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี
  • นโยบายระยะยาวเพื่อเสริมโครงสร้างตลาด: โครงการ EU Saving and Investment Union (EU SIU) เพื่อส่งเสริมการลงทุนภายในภูมิภาค
  • สนับสนุนการลงทุนรายย่อยและธุรกิจเอกชน ด้วยระบบภาษีที่เป็นมิตรมากขึ้น
  • ข้อเสนอแนะการลงทุน: แนะนำเน้นหุ้นยุโรป ขนาดกลาง–เล็ก ที่มีธุรกิจภายในประเทศ เนื่องจากได้รับผลกระทบน้อยจากความผันผวนของค่าเงินยูโรและภาษีข้ามพรมแดน 

­สรุปภาพรวม
ตลาดการเงินโลกในช่วงนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ระหว่าง “ความหวังเรื่องดอกเบี้ยขาลง” กับ “ความกังวลด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัว” นักลงทุนควรจับตาสัญญาณจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ และทิศทางของ Fed อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน โอกาสการลงทุนเริ่มปรากฏในบางกลุ่ม เช่น หุ้นสุขภาพและหุ้นยุโรป ซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานและได้รับแรงหนุนจากปัจจัยโครงสร้างในระยะยาว การกระจายพอร์ตและเลือกลงทุนในกลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งจึงยังเป็นแนวทางสำคัญในช่วงตลาดผันผวนนี้

ชมเนื้อหาฉบับเต็ม

ต่อยอดจากบทความนี้ให้ครบถ้วน เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง—ในวิดีโอฉบับเต็มเราจะสรุปประเด็นสำคัญเป็นขั้นตอน  และข้อควรระวังที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ท่านมั่นใจขึ้นอีกก้าวก่อนลงมือวางแผนของตน

รับชมคลิปเต็ม

Update หุ้น Healthcare ยังมีหวังไหม ?  Read More »

Testimonial: คุณ รุ่งฤทธิ์ เจริญศุภกุล Technical Solution Consultant

Home / Articles posted byMarketing Team

บทสัมภาษณ์ คุณ รุ่งฤทธิ์ เจริญศุภกุล Technical Solution Consultant

> ประสบการณ์ลงทุนช่วงแรกและปัญหาที่เจอ

คุณแม็กเริ่มลงทุนด้วยกองทุนรวมทั่วไป โดยลงทุนตามคำบอกของคนอื่นและสะสมไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเป้าหมายที่แน่นอน ต่อมาจึงตระหนักว่าหากเป้าหมายคือการเกษียณ การลงทุนที่ผ่านมาไม่ตอบโจทย์ เพราะการลงทุนก่อนหน้านี้คล้ายกับการพนันมากกว่า คาดหวังผลตอบแทนเร็ว ๆ แต่เมื่อผลตอบแทนไม่ดีจึงถอนออกก่อนเวลา ทำให้เสียโอกาส

> การเรียนรู้หลักการลงทุนและการปรับตัว

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อได้เรียนรู้จากคุณพงษ์ ทำให้เข้าใจว่าการลงทุนต้องแบ่งออกเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว การจัดสัดส่วนเช่นนี้ทำให้เขามีความใจเย็นกับการลงทุนระยะยาวมากขึ้น และผลลัพธ์ก็ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะสามารถวางแผนและคาดหวังผลตอบแทนได้ชัดเจน สิ่งที่ค้นพบคือการเริ่มลงทุนเร็วจะทำให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็ว และผลตอบแทนจะทวีคูณขึ้นตามเวลา ไม่ว่าจะมีเงินมากหรือน้อยก็ควรเริ่มลงทุนให้เร็วที่สุด

> ความมั่นใจในการใช้แอป Nern Nern

ตอนแรกคุณแม็กยังสงสัยว่า Nern Nern เป็นแอปจริงหรือไม่ แต่เมื่อได้รู้จักกับคุณพงษ์และเรียนรู้หลักการลงทุนจากเขา จึงมั่นใจมากขึ้น สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจใช้บริการคือการที่แอปไม่ได้เป็นของบุคคลคนเดียว แต่เป็นของสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือสูง ทำให้ไว้ใจที่จะฝากเงินให้ดูแล อีกทั้งยังได้เห็นทิศทางการพัฒนาในอนาคตที่ไม่ได้จำกัดแค่การลงทุน แต่ยังอาจสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบอื่น ๆ การลงทุนกับ Nern Nern ทำให้เห็นว่าแม้แต่การลงทุนระยะสั้นที่ความเสี่ยงต่ำก็ยังสร้างผลตอบแทนได้ และช่วยให้เห็นภาพรวมว่าเงินลงทุนกำลังเติบโตไปสู่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

> ข้อเสนอแนะต่อ Nern Nern

สิ่งที่อยากให้พัฒนาต่อคือการให้รายละเอียดชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการลงทุนระยะสั้น ว่าลงทุนในอะไร ผลตอบแทนออกมาอย่างไร และมีแนวโน้มแบบไหน เพื่อเพิ่มความมั่นใจ อีกทั้งอยากให้มีตัวเลือกการลงทุนที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้นักลงทุนสามารถปรับให้ตรงใจได้มากกว่าเดิม

> ข้อคิดที่อยากฝาก

คุณแม็กอยากฝากแนวคิดสั้น ๆ ว่า เราควรปล่อยให้เงินทำงานแทนเรา และเราเองควรโฟกัสกับงานที่ทำให้ดีที่สุด

เสียงจริงจากนักลงทุนที่เลือกใช้บริการกับเรา

ค้นพบประสบการณ์การลงทุนที่แตกต่าง ผ่านมุมมองตรงจากผู้ใช้จริง ที่ไว้วางใจให้เราดูแลพอร์ตการเงิน

Testimonial: คุณ รุ่งฤทธิ์ เจริญศุภกุล Technical Solution Consultant Read More »

Testimonial: คุณ กิตติพล กสิภาร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

Home / Articles posted byMarketing Team

บทสัมภาษณ์ คุณ กิตติพล กสิภาร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

> จุดเริ่มต้นการลงทุน

คุณกิตติพลเริ่มลงทุนตั้งแต่ทำงานใหม่ ๆ โดยในช่วงแรกเงินเดือนยังไม่มากจึงเลือกออมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ ต่อมาเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีก็หันไปลงทุนกองทุนประหยัดภาษี เช่น LTF และ IMF และเน้นถือยาวเป็นหลัก แม้จะผ่านทั้งวิกฤต Hamburger Crisis ปี 2008 และช่วงโควิดมาแล้ว แต่ผลตอบแทนที่ได้ยังไม่เป็นไปตามหวังเพราะขาดความรู้ในสินทรัพย์หลายประเภท สิ่งนี้ทำให้เห็นความสำคัญของการมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลพอร์ต

> การรู้จักแอป Nern Nern

จุดเริ่มต้นมาจากการดูรายการธร ทีวี จนทำให้ได้รู้จักแอป Nern Nern ต่อมาคุณพงษ์ก็ได้แนะนำเพิ่มเติม ซึ่งคุณกิตติพลติดตามจาก YouTube มานานกว่าปี ความน่าเชื่อถือของแอปยืนยันได้จากการที่ Lief Capital AM ซึ่งเป็นผู้พัฒนา อยู่ในลิสต์ของ ก.ล.ต. ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ไว้ใจได้

> เหตุผลที่เลือกใช้

สิ่งที่ตรงใจที่สุดคือ Nern Nern ตอบโจทย์เป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับเงินที่เตรียมใช้ยามเกษียณ โดยคาดหวังว่าด้วยระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนาน จะสร้างผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสม คุณกิตติพลจึงเริ่มลงทุนกับ Nern Nern มาประมาณ 3-4 เดือน และตั้งใจเก็บต่อเนื่องในระยะยาว

> ประสบการณ์ที่ประทับใจ

สิ่งที่ชอบที่สุดคือระบบ ปรับพอร์ตอัตโนมัติ ที่ทันต่อสถานการณ์ ในระยะเวลาเพียง 4 เดือนแรกพบว่ามีการปรับพอร์ตแล้วถึง 2 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทีมงานทำการบ้านมาอย่างดี และช่วยให้นักลงทุนบรรลุเป้าหมายได้จริง เพราะนักลงทุนทั่วไปมักไม่สามารถปรับพอร์ตได้ทันเวลา นอกจากนี้ยังประทับใจที่ ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน ทำให้เริ่มต้นได้ง่าย และมั่นใจว่าระยะยาวจะสร้างผลตอบแทนได้ อีกทั้งยังมีระบบแสดงผลพอร์ตที่รวดเร็ว พร้อมแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการปรับพอร์ต ผ่านทางอีเมล ทำให้ติดตามได้อย่างใกล้ชิด

> ข้อเสนอแนะต่อ Nern Nern

คุณกิตติพลเสนอแนะเรื่องการออกแบบตัวการ์ตูนในแอป ซึ่งอาจจะดูเด็กเกินไป หากผู้ใช้งานมียอดพอร์ตถึงระดับหนึ่ง อาจปรับเปลี่ยนตัวการ์ตูนให้สอดคล้องกับระดับการลงทุน เพื่อสร้างแรงจูงใจและทำให้การใช้งานมีสีสันมากขึ้น

> คำแนะนำสำหรับนักลงทุน

สิ่งที่อยากฝากคือการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นเรื่องสำคัญมาก และควรเริ่มให้เร็วที่สุด เพราะ “เริ่มเร็วได้เปรียบ” ใช้เงินไม่มากก็เพียงพอ แต่หากเริ่มช้าจะเหนื่อยและใช้เงินมากกว่า เขาเชิญชวนให้ทุกคนลองวางแผนการเงินตั้งแต่วันนี้ และมองว่า Nern Nern เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าเชื่อถือ

คุณกิตติพลยังฝากข้อคิดว่า “ขอบคุณตัวเองในอดีต” ที่ได้เริ่มลงทุนตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน เพราะหากไม่ทำ วันนี้คงเสียใจ และอยากให้ทุกคนเห็นคุณค่าของการดูแลอนาคตตัวเอง สุดท้ายเขาย้ำว่า ตัวเราวันนี้คือคนที่จะดูแลเราในยามชราเมื่อทำงานไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นควรลงมือทำทันที

เสียงจริงจากนักลงทุนที่เลือกใช้บริการกับเรา

ค้นพบประสบการณ์การลงทุนที่แตกต่าง ผ่านมุมมองตรงจากผู้ใช้จริง ที่ไว้วางใจให้เราดูแลพอร์ตการเงิน

Testimonial: คุณ กิตติพล กสิภาร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย Read More »

Testimonial: พญ.นันทวัน ปิ่นเกษร ผู้บริหาร นันทวันคลินิก

Home / Articles posted byMarketing Team

Testimonial: บทสัมภาษณ์ พญ.นันทวัน ปิ่นเกษร ผู้บริหาร นันทวันคลินิก

> จุดเริ่มต้นของการลงทุน

แพทย์หญิงนันทวันเริ่มต้นการลงทุนเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ซึ่งตรงกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเวลานั้นคลินิกต้องปิดทำการตามมาตรการควบคุมโรค ส่งผลให้รายได้ของคลินิกลดลงอย่างมาก จึงมองหาช่องทางใหม่ที่จะทำให้เงินสามารถทำงานแทนรายได้ที่หายไป และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ท่านก้าวเข้าสู่การลงทุน

> การลงทุนด้วยตนเอง

ในระยะแรกเริ่ม ท่านบริหารพอร์ตการลงทุนด้วยตนเอง โดยเน้นการลงทุนในหุ้นไทย DR กองทุนรวม และมีการเทรดทองคำเป็นบางครั้ง แต่การจัดการพอร์ตด้วยตัวเองทั้งหมดกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด

> ความท้าทายในการจัดการพอร์ตด้วยตนเอง

ท่านพบว่าการลงทุนด้วยตนเองเต็มไปด้วยอุปสรรคสำคัญหลายด้าน หนึ่งคือไม่มีเวลาติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สองคือไม่สามารถจับจังหวะการลงทุนได้อย่างถูกต้อง ทำให้บางช่วงที่ตลาดผันผวนก็เกิดการขาดทุนและสร้างความกังวลใจ และสามคือการเทรดทองคำที่มีความผันผวนสูงทำให้รู้สึกว่าการจัดพอร์ตเองนั้นยากและมีความเสี่ยงมากเกินไป

> เป้าหมายการลงทุนในอนาคต

จากบทเรียนที่ได้รับ ทำให้ท่านกำหนดเป้าหมายชัดเจนขึ้นว่า ต้องการเตรียมเงินก้อนหนึ่งเพื่อให้เงินสามารถทำงานไปได้เรื่อย ๆ ในลักษณะของการลงทุนเพื่อการเกษียณ เป้าหมายสำคัญคือการมีเงินที่สามารถใช้ได้อย่างสบายใจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพตัวเอง ดูแลครอบครัว หรือตอบสนองความต้องการต่าง ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเงิน และต้องการการลงทุนระยะยาวที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิต

> เหตุผลในการตัดสินใจเลือก Lief Capital AM

จุดเริ่มต้นมาจากการติดตามชมช่อง YouTube ของ Lief Capital AM ซึ่งทำให้เกิดความมั่นใจในความรู้และความสามารถของทีมงาน ต่อมาได้เข้าร่วมสัมมนาของบริษัท ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า Lief Capital AM จะสามารถช่วยให้พอร์ตการลงทุนบรรลุเป้าหมายตามแผนชีวิตที่ตั้งไว้ สิ่งที่ประทับใจคือการที่ทีมงานสามารถตอบคำถามได้ต่อเนื่อง หากมีคำถามที่ยังไม่แน่ใจก็จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมมาตอบ อีกทั้งยังมีการอัปเดตข่าวสารใหม่ ๆ ให้ลูกค้าอยู่เสมอ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและการดูแลลูกค้าอย่างแท้จริง

> ผลลัพธ์และประสบการณ์หลังลงทุนกับ Lief Capital AM

หลังจากเริ่มลงทุนกับ Lief Capital AM ท่านรู้สึกว่าพอร์ตการลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการขาดทุนหรือความผันผวนของตลาด ทำให้มีเวลาโฟกัสกับงานในคลินิกและการดูแลครอบครัวได้เต็มที่ สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคือทีมงานทุกคนให้ความเอาใจใส่และติดตามการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ที่คนไข้บางรายสอบถามถึงการลงทุนกับ Lief Capital AM ด้วยความสนใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

> คำแนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นการลงทุน

แพทย์หญิงนันทวันย้ำว่าการลงทุนคือเป้าหมายระยะยาวที่ต้องอาศัยการวางแผนที่ดี เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตได้จริง ในยุคที่ข่าวสารล้นหลาม การมีผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพเข้ามาช่วยจัดการถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้มั่นใจและเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วยในการจัดพอร์ตการลงทุน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ตรงความต้องการ โดยเฉพาะกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ที่มองว่าเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นใจ

> ข้อความขอบคุณถึงทีมงาน Lief Capital AM

ท้ายที่สุด ท่านฝากข้อความขอบคุณถึงทีมงานที่ตั้งใจทำงานเพื่อลูกค้าอย่างแท้จริง และดูแลด้วยความใส่ใจมาโดยตลอด โดยย้ำว่าการลงทุนไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นเรื่องของการวางแผนอนาคตระยะยาว ท่านหวังว่า Lief Capital AM จะรักษามาตรฐานที่ดีเช่นนี้ไว้ และพัฒนานวัตกรรมหรือเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมสรุปว่า Lief Capital AM เป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญ มั่นคง และไว้ใจได้

เสียงจริงจากนักลงทุนที่เลือกใช้บริการกับเรา

ค้นพบประสบการณ์การลงทุนที่แตกต่าง ผ่านมุมมองตรงจากผู้ใช้จริง ที่ไว้วางใจให้เราดูแลพอร์ตการเงิน

Testimonial: พญ.นันทวัน ปิ่นเกษร ผู้บริหาร นันทวันคลินิก Read More »

Testimonial: คุณ ประภาวริณท์ โรจนศิริวณิชย์ Exclusive Client

Home / Articles posted byMarketing Team

บทสัมภาษณ์ คุณประภาวริณท์ โรจนศิริวณิชย์ Exclusive Client

> ภูมิหลังและเส้นทางอาชีพ

ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการที่ธนาคารญี่ปุ่น ปัจจุบันแม้จะเกษียณแล้ว แต่ก็ยังคงทำงานในรูปแบบที่หลากหลายเสมือนเป็น “มัลติฟังก์ชัน จ๊อบ” ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การเป็นผู้ช่วย Financial Planner เพื่อการเกษียณ การเป็นผู้จัดอบรมความรู้ทางการเงินพื้นฐาน และการเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารซึ่งก็คือร้านหมูสเต๊ะเจ้าเก่าซอยแปลงนาม สาขา 1 ที่สืบทอดสูตรดั้งเดิมมากว่า 40 ปีจากเยาวราช ตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมาได้สั่งสมความรู้และประสบการณ์ด้านการเงินและการลงทุนอย่างมาก เพราะจบการศึกษาด้านไฟแนนซ์โดยตรง และทำงานในสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศตั้งแต่เรียนจบจนกระทั่งเกษียณ

> มุมมองและเป้าหมายในการลงทุน

การลงทุนถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นหนทางที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับชีวิตได้ เริ่มต้นลงทุนในหุ้น กองทุน และทองคำตั้งแต่ช่วงที่เรียนจบใหม่ ๆ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้าง passive income เพื่อบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น และมั่นใจว่าจะมีเงินเพียงพอหลังเกษียณ โดยไม่จำเป็นต้องทำงานอีกต่อไป

> ปัญหาและความท้าทายจากการลงทุนด้วยตนเอง

ในช่วงที่ยังทำงานอยู่ การลงทุนด้วยตนเองเต็มไปด้วยอุปสรรค หลายครั้งไม่มีเวลาเพียงพอในการศึกษาตลาดและเศรษฐกิจเชิงลึก อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งการตัดสินใจยังขึ้นอยู่กับอารมณ์ เช่น รีบขายเมื่อหุ้นตก หรืออยากได้กำไรเพิ่มเมื่อหุ้นขึ้น นอกจากนี้ยังมีความต้องการที่จะขยายการลงทุนไปในตลาดต่างประเทศ แต่กลับขาดผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม

> วิธีแก้ไขก่อนพบ Lief Capital AM

ด้วยความตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านี้ จึงเริ่มมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น Financial Advisor หรือ Private Wealth แม้ผู้ให้คำปรึกษาก่อนหน้านี้จะช่วยจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อการเกษียณ แต่กลับพบว่ามีกองทุนบางตัวที่มีความเสี่ยงสูงถึงระดับ 8 ทำให้เกิดการขาดทุน ต้องมีการปรับพอร์ตและตัดขาดทุนอยู่เป็นระยะ ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการหลักในการปกป้องเงินต้น

> ความประทับใจและความแตกต่างของ Lief Capital AM

เมื่อได้มาพบกับ Lief Capital AM สิ่งที่เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนคือวิธีการดูแลลูกค้า ไม่ได้เน้นการทำ Mass Marketing จึงมีเวลาและทรัพยากรที่จะดูแลลูกค้าแต่ละรายได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมที่สมเหตุสมผล มีทั้ง Financial Planner และ Fund Manager ที่ทำงานร่วมกันเพื่อคัดเลือกการลงทุนที่ลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด สิ่งที่สำคัญคือผู้บริหารและทีมงานมีความจริงใจในการทำงาน ถ่ายทอดความรู้ด้านการลงทุน และศึกษาข้อมูลทั้งในเชิงอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมการลงทุนอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกที่ได้รับคือความมั่นใจว่า Lief Capital AM บริหารเงินของลูกค้าเสมือนเงินของตัวเอง และยังคืนประโยชน์ให้กับลูกค้าผ่านการจัดสัมมนา ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงการลงทุนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมหัวข้อที่เปิดโลกทัศน์ในด้านอื่น ๆ ด้วย แม้ในช่วงแรกจะมีความกังวลเพราะเงินลงทุนนี้คือเงินสำหรับใช้หลังเกษียณ แต่เมื่อเข้าใจสภาวะตลาดและการลงทุนในระยะยาวแล้ว จึงเกิดความพึงพอใจ เพราะผลงานที่ Lief Capital AM ทำได้ดีกว่ากองทุน Private Wealth อื่น ๆ ที่เคยใช้บริการมา

> คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจการลงทุน

สิ่งแรกที่อยากแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนคือคุณต้องรู้ว่าสินทรัพย์และหนี้สินที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นเท่าไร และคุณต้องการเงินเท่าไรหลังเกษียณ การรู้เป้าหมายของตัวเองคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ จากนั้นควรลองเข้าร่วมสัมมนาที่ Lief Capital AM จัดขึ้นเพื่อเปิดมุมมองและเรียนรู้ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง การมีเพื่อนหรือที่ปรึกษาที่สามารถช่วยวิเคราะห์ได้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และท้ายที่สุดสิ่งที่อยากแนะนำคือการติดต่อกับ Lief Capital AM เพื่อเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนอย่างมั่นใจและยั่งยืน

เสียงจริงจากนักลงทุนที่เลือกใช้บริการกับเรา

ค้นพบประสบการณ์การลงทุนที่แตกต่าง ผ่านมุมมองตรงจากผู้ใช้จริง ที่ไว้วางใจให้เราดูแลพอร์ตการเงิน

Testimonial: คุณ ประภาวริณท์ โรจนศิริวณิชย์ Exclusive Client Read More »

Testimonial: คุณกุ๊ก คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO บริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด

Home / Articles posted byMarketing Team

บทสัมภาษณ์ คุณกุ๊ก คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO บริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด

คุณกุ๊ก ธารินทร์ จงประเจิด ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Sales and Marketing Technology Software แบบครบวงจร นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการของลูกค้า

> รู้จักกับ Lief Capital ได้อย่างไร?
คุณกุ๊กเล่าว่าเขารู้จักคุณพงษ์ธรเป็นการส่วนตัว เคยใช้เวลาใกล้ชิดกัน และบางครั้งก็เล่นดนตรีด้วยกัน สิ่งที่ประทับใจคือคุณพงษ์ธรเป็นคนจริงใจและมีความคิดสร้างสรรค์ คุณกุ๊กมองว่า “มันก็เป็นไปได้เนอะ ที่ความคิดสร้างสรรค์มันจะมาประจวบกับนักลงทุนได้” จึงรู้สึกว่า Lief Capital น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี จึงสอบถามรายละเอียดบริการจากคุณพงษ์ธร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนหน้านี้บริษัทมักเก็บเงินสดไว้ในบัญชีธนาคาร ฝากประจำบ้าง และนาน ๆ ครั้งก็ซื้อตามคำแนะนำของธนาคารหากเห็นว่าเหมาะสม

> ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้คุยกับ Lief Capital เป็นอย่างไร?
สิ่งที่ประทับใจมากคือ สิ่งแรกที่ถูกถามคือ “เป้าหมายทางการเงินของบริษัท” และที่สำคัญคือ ไม่มีการเสนอขายผลิตภัณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่ได้รับคือการพูดคุยถึงเป้าหมาย และการให้ภาพรวมของตลาดการลงทุนที่ชัดเจน สิ่งนี้ทำให้รู้สึกว่า Lief Capital เป็นที่ที่จริงใจ และน่าจะดูแลเงินได้ดี จึงเปิดใจตั้งแต่การพูดคุยครั้งแรก

> บริษัทมีเงื่อนไขหรือความต้องการอะไรบ้างในการลงทุน?
เนื่องจากเป็นเงินของบริษัทที่ปกติต้องนำไปใช้ในการทำธุรกิจ จึงต้องการ การปกป้องเงินต้นในระดับสูง (Protect ค่อนข้างมาก) และกำหนดไว้ชัดเจนว่า อยากให้ลงทุนแบบ Conservative

> การให้บริการเป็นอย่างไรบ้าง ?
เมื่อฟังความต้องการแล้ว Fund Manager ตอบรับได้ทันที โดยอธิบายว่าโดยปกติแล้วมีแผนลงทุนที่เหมาะกับเงินที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงสูงสุด คือเน้นความเสี่ยงต่ำสุด ๆ อีกทั้งมีกองทุนที่คัดเลือกมาอย่างชัดเจน ซึ่งเหมาะกับโจทย์นี้ ทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น

> หลังจากเริ่มลงทุนกับ Lief Capital แล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
รู้สึกว่า เงินของบริษัทถูกจัดการเป็นระบบมากขึ้น เพราะมีผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน และผลตอบแทนที่ได้รับก็ใกล้เคียงกับสิ่งที่คุยไว้ตั้งแต่แรก สิ่งนี้ทำให้รู้สึกสบายใจและสามารถโฟกัสทำธุรกิจได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการเงินอีกต่อไป ทีมงานทำงานอย่างมืออาชีพ มีการส่งรายงานสรุปผลการลงทุนทุกเดือน และตลอดการทำงานไม่เคยมีการยัดเยียดขายผลิตภัณฑ์ใด ๆ เพิ่มเติม สิ่งนี้ทำให้มั่นใจว่า Lief Capital คือ คู่หูที่อยู่กันได้ยาว ๆ

> Lief Capital แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?
สิ่งที่แตกต่างชัดเจนคือ “เวลาและความใส่ใจ” ซึ่งมากกว่าที่เคยเจอ Fund Manager อื่น ๆ คอยอัปเดตและติดตามใกล้ชิด ทำให้ได้สื่อสาร พูดคุย และวิเคราะห์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้บอกว่าที่อื่นไม่ดี แต่ Lief Capital ทำให้รู้สึกสบายใจและใกล้ชิดมากกว่า

> อยากฝากอะไรถึงบริษัทที่กำลังมองหาที่ปรึกษาการลงทุน?
เชื่อว่า Lief Capital เหมาะกับบริษัทที่ต้องการ ที่ปรึกษาที่จริงใจ ไม่ขายเกินจริง เพราะไม่พยายามยัดเยียดผลิตภัณฑ์ และไม่พูดถึงผลตอบแทนที่มากเกินจริง แต่คุยกันอยู่บนหลักความเป็นจริง ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ที่ชัดเจน ดังนั้นจึงอยากแนะนำว่า “ลองเข้ามาคุยดู” แล้วจะเห็นด้วยตัวเองว่าเป็นที่ปรึกษาที่ต่างจากที่อื่น

เสียงจริงจากนักลงทุนที่เลือกใช้บริการกับเรา

ค้นพบประสบการณ์การลงทุนที่แตกต่าง ผ่านมุมมองตรงจากผู้ใช้จริง ที่ไว้วางใจให้เราดูแลพอร์ตการเงิน

Testimonial: คุณกุ๊ก คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO บริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด Read More »

หลังเกษียณมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และจะเพียงพอจริงหรือ?

INSIGHT

Lief capital Asset Management

หลังเกษียณมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และจะเพียงพอจริงหรือ?

Debt Ceiling Debate: Examining Risks Around the X Date

สรุปค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

การที่จะทราบได้ว่าเราต้องมีเงินหลังเกษียณจำนวนเท่าไร เราต้องทราบก่อนว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ใช้ในช่วงหลังเกษียณ ซึ่งโดยพื้นฐานหลัก ๆ ทุกคนก็จะมีค่าใช้จ่ายคล้าย ๆ กัน และมีสิ่งที่แตกต่างตามกิจกรรมที่ทำ

ค่าใช้จ่ายแบ่งได้หลัก ๆ 5 กลุ่ม คือ
1. ค่าใช้จ่ายประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ของใช้ภายในบ้าน
2. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ อินเทอร์เน็ต การซ่อมแซม
3. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าโดยสารรถสาธารณะ ทางด่วน ค่าบำรุงรักษารถยนต์
4. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ อาหารเสริม การตรวจสุขภาพ
5. ค่าใช้จ่ายเพื่อนันทนาการ เช่น ค่าใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อน การท่องเที่ยว สังสรรค์ เงินบริจาคต่าง ๆ

และจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจจะไม่ได้ต้องใช้ทุกคน คือ ค่าใช้จ่ายดูแลผู้อยู่ในอุปการะ เช่น ค่าเล่าเรียนบุตรหลานหรือค่าใช้จ่ายดูแลผู้ปกครองในแต่ละเดือน เป็นต้น และค่าจ้างคนดูแล เนื่องจากบางคนไม่มีบุตรหลานดูแลหรือต้องการที่จะอยู่คนเดียว เมื่อเกิดการเจ็บป่วยหรือดูแลตัวเองไม่ไหว ก็อาจจะต้องจ้างคนเพื่อมาดูแลตนเอง

ในช่วงหลังเกษียณ ค่าใช้จ่ายแต่ละกลุ่มจะมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง แต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน หลัก ๆ เลย คือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เนื่องจากเมื่อเราเกษียณอายุ เราก็จะอยู่บ้านมากขึ้น ออกไปข้างนอกน้อยลง ค่าไฟ ค่าน้ำก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพ เมื่อเราอายุมากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพก็จะมากขึ้น การเจ็บป่วย โรคภัยต่าง ๆ เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพก็จะเพิ่มสูงขึ้น

โดยหลักในการคำนวณค่าใช้จ่าย ที่เรียกว่า Replacement Ratio คือ ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณน่าจะมีประมาณ 50-80% ของค่าใช้จ่ายช่วงก่อนเกษียณ* เช่น ถ้าเราคาดว่าค่าใช้จ่ายหลังเกษียณจะอยู่ที่ 80% ของค่าใช้จ่ายช่วงก่อนเกษียณ คือ ค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณอยู่ที่ประมาณ 240,000 บาทต่อปี ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณจะอยู่ที่ประมาณ 240,000×80% = 192,000 บาท/ปี เป็นต้น

ตัวอย่างปริมาณค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณและหลังเกษียณ

ซึ่งถึงแม้ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณโดยประมาณจะน้อยลงกว่าค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณก็ตาม แต่ที่จำเป็นต้องคิดเข้าไปเพิ่มนั่นคือ เงินเฟ้อ เพราะในอนาคตเราไม่อาจประมาณการได้อย่างแน่นอนว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นหรือลดลง ซึ่งถ้าหากอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น จะส่งผลให้จำนวนเงินที่วางแผน ณ ปัจจุบันอาจจะไม่เพียงพอกับเงินที่ต้องใช้ในอนาคต


โดยสรุป : ดังนั้นเราควรออมเงินให้สูงกว่าที่คาดการณ์รายจ่ายหลังเกษียณเท่าที่เป็นไปได้ เพราะในอนาคตไม่มีอะไรแน่นอน และรายได้ของเราก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ และจะทำให้เรามั่นใจได้ว่าหลังเกษียณจะมีเงินไว้ใช้จ่ายตามที่ต้องการหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมนั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/331-10-checklists-of-retirement-expenses

*บทความสรุปเนื้อหาเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน หรือคำเสนอสินค้าและบริการทางการเงินการลงทุน นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

หลังเกษียณมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และจะเพียงพอจริงหรือ? Read More »

Scroll to Top