โลกไม่พัง Broadening ยังแข็ง / BNP Midyear หุ้น Bond ยังโอกาสดี| สรุป TSL 08 July 26
ประเด็นวันนี้สะท้อนภาพตลาดที่ “ยังมีโอกาส แต่ต้องเลือกให้ลึกขึ้น” ฝั่ง Franklin Templeton มองว่าเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินยังมี Resilience สูงกว่าที่หลายฝ่ายกังวล แม้เจอเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ BNP Paribas มองว่าครึ่งหลังปี 2026 ยังมี Upside ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ แต่ต้องเน้นสินทรัพย์ที่มีแรงหนุนชัด เช่น Credit คุณภาพ หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI Capex และบริษัทที่กำไรยังเติบโตจริง


สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้
- ตลาดพักฐานรอ Fed Minutes หลัง S&P 500 และ Nasdaq ทำจุดสูงใหม่ นักลงทุนจับตาว่า Fed ยังมองเงินเฟ้อเป็นความเสี่ยงหลักหรือเริ่มเปิดทางผ่อนคลายนโยบาย ขณะที่ความเสี่ยงฮอร์มุซกลับมากดดันราคาน้ำมัน
- อิหร่านกลับมาโจมตีบริเวณ Strait of Hormuz ทำให้ตลาดกังวลเรื่องเส้นทางขนส่งน้ำมัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อโลกกลับขึ้นมาอีกครั้ง
- หุ้นเกาหลีใต้ร่วงแรงจนเกิด Circuit Breaker แม้ Samsung รายงานกำไรดีกว่าคาด สะท้อนว่าตลาดกังวลแนวโน้ม Memory และ Valuation มากกว่าผลประกอบการล่าสุด
- หุ้นกลุ่ม Memory เช่น Micron, Samsung และ SK Hynix เข้าสู่ Bear Market หลังปรับลงกว่า 20% จากจุดสูงสุด แต่หลายฝ่ายยังมองว่า Demand ระยะยาวจาก HBM และ AI Memory ยังไม่เปลี่ยน เป็นเพียงการพักฐานของราคาหุ้น
- SpaceX ยังถูกมองบวกในฐานะธีม AI Infrastructure ขณะที่ Microsoft เริ่มลดการพึ่งพา OpenAI ด้วยการใช้โมเดล AI หลายเจ้าและพัฒนาโมเดลภายใน สะท้อนว่าเกม AI กำลังเปลี่ยนจาก “ใครมีโมเดลดีที่สุด” ไปสู่ “ใครบริหารต้นทุนและระบบได้คุ้มที่สุด”
สรุปเนื้อหา Paper วันนี้
Paper 1: Resilience Playbook ลงทุนอย่างไรในโลกที่ยังไม่พัง – Franklin Templeton
WHAT HAPPEN
- เศรษฐกิจโลกครึ่งแรกปี 2026 รับแรงกระแทกได้ดีกว่าคาด แม้เจอเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์
- ตลาดหุ้นไม่ได้พึ่งแค่หุ้นเทคขนาดใหญ่ แต่โอกาสเริ่มกระจายไปหลายภูมิภาคและหลายสินทรัพย์
- EM, หุ้นขนาดกลาง-เล็ก, Value, การเงิน และ Private Markets เริ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้น
WHY SHOULD I KNOW
- ตลาดไม่ได้ “ไร้ความเสี่ยง” แต่ยังมีความยืดหยุ่นพอให้ลงทุนต่อได้ หากเลือกสินทรัพย์ถูก
- EM มี Valuation ถูกกว่าสหรัฐฯ และกำไรคาดว่าจะโตเด่นกว่าหลายภูมิภาค
- AI ไม่ได้หนุนแค่หุ้นเทค แต่รวมถึงไฟฟ้า Data Center Infrastructure พลังงาน และระบบจัดเก็บพลังงาน
WHAT TO DO NEXT
- สร้างพอร์ตแบบ Selective Resilience ไม่ใช่ถือสินทรัพย์เสี่ยงแบบเหมารวม
- เน้นหุ้นที่กำไรยังโตดี ตลาดเกิดใหม่ ตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง และ Credit คุณภาพ
- กระจายไปยัง Private Markets, Infrastructure, Energy, AI, National Security และธีมสังคมสูงวัย
Paper 2: Upside ยังอยู่ แต่ต้องเลือกสนามให้ถูก – BNP Paribas
WHAT HAPPEN
- ตลาดกลับมามองบวกมากขึ้น หลังความเสี่ยงพลังงานเริ่มคลี่คลาย และเศรษฐกิจโลกยังยืดหยุ่น
- AI Capex ยังเป็นแรงหนุนหลัก โดยเฉพาะ Semiconductor, Hardware, Network, Data Center และวัสดุก่อสร้าง
- ตราสารหนี้ยังมีโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ Income เช่น Investment Grade, High Yield, Structured Credit และ EM Bonds
WHY SHOULD I KNOW
- ตลาดยังมี Upside แต่ผลตอบแทนไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม
- หุ้น AI Hardware ยังไม่เหมือนฟองสบู่ดอตคอม เพราะราคาที่ขึ้นยังมีการเติบโตของกำไรรองรับ
- Hyperscalers และ Software ยังต้องพิสูจน์ว่า AI Capex จะเปลี่ยนเป็นกำไรและรายได้จริงได้แค่ไหน
WHAT TO DO NEXT
- ในตราสารหนี้ ควรเน้น Credit / Income มากกว่าการไล่ Duration ยาว
- ในหุ้น ควรเลือกบริษัทที่มีกำไรจริง ได้ประโยชน์จาก AI Capex และ Valuation ยังไม่แพงเกินไป
- ระวังหุ้นที่ขึ้นจากธีม AI อย่างเดียว แต่ยังไม่มีคุณภาพกำไรหรือกระแสเงินสดรองรับ
สรุปภาพรวมรายการวันนี้
ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดยังมีแรงไปต่อ แต่ไม่ใช่ตลาดที่ซื้ออะไรก็ชนะ Franklin Templeton ชี้ว่าโลกยังไม่พัง และโอกาสกำลังกว้างขึ้นจากหุ้นเทคขนาดใหญ่ไปยัง EM, Credit, Private Markets และ Infrastructure ส่วน BNP Paribas มองว่าหุ้นและตราสารหนี้ยังสร้างผลตอบแทนได้ในครึ่งหลังปี 2026 แต่ต้องเลือกสนามให้ถูก โดยเน้นสินทรัพย์ที่มีกำไรจริง รายได้จริง และได้ประโยชน์จาก AI Capex อย่างมีพื้นฐานรองรับ กลยุทธ์ที่เหมาะสมคืออยู่ในตลาดต่อ แต่ต้องกระจายพอร์ต คัดเลือกมากขึ้น และไม่ไล่ซื้อธีมที่ Valuation สะท้อนข่าวดีไปมากแล้ว
โลกไม่พัง Broadening ยังแข็ง / BNP Midyear หุ้น Bond ยังโอกาสดี| สรุป TSL 08 July 26 Read More »

You must be logged in to post a comment.