ประเด็นวันนี้สะท้อนภาพตลาดที่ “ยังมีโอกาส แต่ต้องเลือกให้ลึกขึ้น” ฝั่ง Franklin Templeton มองว่าเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินยังมี Resilience สูงกว่าที่หลายฝ่ายกังวล แม้เจอเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ BNP Paribas มองว่าครึ่งหลังปี 2026 ยังมี Upside ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ แต่ต้องเน้นสินทรัพย์ที่มีแรงหนุนชัด เช่น Credit คุณภาพ หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI Capex และบริษัทที่กำไรยังเติบโตจริง


สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้
- ตลาดพักฐานรอ Fed Minutes หลัง S&P 500 และ Nasdaq ทำจุดสูงใหม่ นักลงทุนจับตาว่า Fed ยังมองเงินเฟ้อเป็นความเสี่ยงหลักหรือเริ่มเปิดทางผ่อนคลายนโยบาย ขณะที่ความเสี่ยงฮอร์มุซกลับมากดดันราคาน้ำมัน
- อิหร่านกลับมาโจมตีบริเวณ Strait of Hormuz ทำให้ตลาดกังวลเรื่องเส้นทางขนส่งน้ำมัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อโลกกลับขึ้นมาอีกครั้ง
- หุ้นเกาหลีใต้ร่วงแรงจนเกิด Circuit Breaker แม้ Samsung รายงานกำไรดีกว่าคาด สะท้อนว่าตลาดกังวลแนวโน้ม Memory และ Valuation มากกว่าผลประกอบการล่าสุด
- หุ้นกลุ่ม Memory เช่น Micron, Samsung และ SK Hynix เข้าสู่ Bear Market หลังปรับลงกว่า 20% จากจุดสูงสุด แต่หลายฝ่ายยังมองว่า Demand ระยะยาวจาก HBM และ AI Memory ยังไม่เปลี่ยน เป็นเพียงการพักฐานของราคาหุ้น
- SpaceX ยังถูกมองบวกในฐานะธีม AI Infrastructure ขณะที่ Microsoft เริ่มลดการพึ่งพา OpenAI ด้วยการใช้โมเดล AI หลายเจ้าและพัฒนาโมเดลภายใน สะท้อนว่าเกม AI กำลังเปลี่ยนจาก “ใครมีโมเดลดีที่สุด” ไปสู่ “ใครบริหารต้นทุนและระบบได้คุ้มที่สุด”
สรุปเนื้อหา Paper วันนี้
Paper 1: Resilience Playbook ลงทุนอย่างไรในโลกที่ยังไม่พัง – Franklin Templeton
WHAT HAPPEN
- เศรษฐกิจโลกครึ่งแรกปี 2026 รับแรงกระแทกได้ดีกว่าคาด แม้เจอเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์
- ตลาดหุ้นไม่ได้พึ่งแค่หุ้นเทคขนาดใหญ่ แต่โอกาสเริ่มกระจายไปหลายภูมิภาคและหลายสินทรัพย์
- EM, หุ้นขนาดกลาง-เล็ก, Value, การเงิน และ Private Markets เริ่มกลับมาน่าสนใจมากขึ้น
WHY SHOULD I KNOW
- ตลาดไม่ได้ “ไร้ความเสี่ยง” แต่ยังมีความยืดหยุ่นพอให้ลงทุนต่อได้ หากเลือกสินทรัพย์ถูก
- EM มี Valuation ถูกกว่าสหรัฐฯ และกำไรคาดว่าจะโตเด่นกว่าหลายภูมิภาค
- AI ไม่ได้หนุนแค่หุ้นเทค แต่รวมถึงไฟฟ้า Data Center Infrastructure พลังงาน และระบบจัดเก็บพลังงาน
WHAT TO DO NEXT
- สร้างพอร์ตแบบ Selective Resilience ไม่ใช่ถือสินทรัพย์เสี่ยงแบบเหมารวม
- เน้นหุ้นที่กำไรยังโตดี ตลาดเกิดใหม่ ตราสารหนี้ระยะสั้น-กลาง และ Credit คุณภาพ
- กระจายไปยัง Private Markets, Infrastructure, Energy, AI, National Security และธีมสังคมสูงวัย
Paper 2: Upside ยังอยู่ แต่ต้องเลือกสนามให้ถูก – BNP Paribas
WHAT HAPPEN
- ตลาดกลับมามองบวกมากขึ้น หลังความเสี่ยงพลังงานเริ่มคลี่คลาย และเศรษฐกิจโลกยังยืดหยุ่น
- AI Capex ยังเป็นแรงหนุนหลัก โดยเฉพาะ Semiconductor, Hardware, Network, Data Center และวัสดุก่อสร้าง
- ตราสารหนี้ยังมีโอกาส โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ Income เช่น Investment Grade, High Yield, Structured Credit และ EM Bonds
WHY SHOULD I KNOW
- ตลาดยังมี Upside แต่ผลตอบแทนไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม
- หุ้น AI Hardware ยังไม่เหมือนฟองสบู่ดอตคอม เพราะราคาที่ขึ้นยังมีการเติบโตของกำไรรองรับ
- Hyperscalers และ Software ยังต้องพิสูจน์ว่า AI Capex จะเปลี่ยนเป็นกำไรและรายได้จริงได้แค่ไหน
WHAT TO DO NEXT
- ในตราสารหนี้ ควรเน้น Credit / Income มากกว่าการไล่ Duration ยาว
- ในหุ้น ควรเลือกบริษัทที่มีกำไรจริง ได้ประโยชน์จาก AI Capex และ Valuation ยังไม่แพงเกินไป
- ระวังหุ้นที่ขึ้นจากธีม AI อย่างเดียว แต่ยังไม่มีคุณภาพกำไรหรือกระแสเงินสดรองรับ
สรุปภาพรวมรายการวันนี้
ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดยังมีแรงไปต่อ แต่ไม่ใช่ตลาดที่ซื้ออะไรก็ชนะ Franklin Templeton ชี้ว่าโลกยังไม่พัง และโอกาสกำลังกว้างขึ้นจากหุ้นเทคขนาดใหญ่ไปยัง EM, Credit, Private Markets และ Infrastructure ส่วน BNP Paribas มองว่าหุ้นและตราสารหนี้ยังสร้างผลตอบแทนได้ในครึ่งหลังปี 2026 แต่ต้องเลือกสนามให้ถูก โดยเน้นสินทรัพย์ที่มีกำไรจริง รายได้จริง และได้ประโยชน์จาก AI Capex อย่างมีพื้นฐานรองรับ กลยุทธ์ที่เหมาะสมคืออยู่ในตลาดต่อ แต่ต้องกระจายพอร์ต คัดเลือกมากขึ้น และไม่ไล่ซื้อธีมที่ Valuation สะท้อนข่าวดีไปมากแล้ว







