เดือนสิงหาคม 2569 เป็นอีกหนึ่งเดือนที่ตลาดการลงทุนทั่วโลกต้องเผชิญทั้งความผันผวนจากราคาน้ำมัน ทิศทางดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังคงส่งสัญญาณแข็งแกร่ง
บทความนี้สรุปทั้ง ภาพรวมตลาด ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา และผลการดำเนินงานของพอร์ตลงทุน Lief Capital เพื่อให้เห็นว่าท่ามกลางตลาดที่ผันผวน ยังมีโอกาสการลงทุนอยู่ในหลายกลยุทธ์

ภาพรวมตลาดหุ้นเดือนสิงหาคม 2569
แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเผชิญความผันผวน แต่ยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้:
- ปัจจัยกดดันและความกังวล:
- ราคาน้ำมันและสงครามยืดเยื้อ: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการปิดช่องแคบฮอร์มุซกดดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นแตะระดับประมาณ 96 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกอยู่ในระดับสูง
- ทิศทางดอกเบี้ย Fed: จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีการลดดอกเบี้ย ธนาคารกลางทั่วโลกและ Fed เริ่มส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งกระทบต่อการประเมินมูลค่า (Valuation) ของหุ้น
- ปัจจัยหนุนที่ขับเคลื่อนตลาด:
- กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตแกร่ง: ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทในสหรัฐฯ เติบโตสูงถึง 51% YoY(หรือเติบโต 31% YoY หากตัดกำไรพิเศษ เช่น Anthropic ของ Amazon ออก) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ สะท้อนความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจนวัตกรรม
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง: ตัวเลขการจ้างงาน ค่าแรง ภาคการผลิต และภาคบริการยังขยายตัวได้ดี ไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ตามที่เคยคาดการณ์ไว้
- กระแสการลงทุน AI: เม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญแก่ตลาด
ปัจจัยที่ต้องติดตามจนถึงสิ้นปี
- การประชุม Fed (กลางเดือนกันยายน): ตลาดจับตาโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากมีการขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งอาจกระทบการเติบโตในปีหน้า
- การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (ต้นเดือนพฤศจิกายน): คะแนนนิยมของคุณทรัมป์ที่ลดลงอาจทำให้การผลักดันนโยบายฉับพลันทำได้ยากขึ้น ซึ่งในทางกลับกันอาจช่วยลดความผันผวนและสร้างความเสถียรให้ตลาดหุ้น
- การสร้างรายได้จาก AI: ติดตามว่าการลงทุนในนวัตกรรม AI ของบริษัทเทคโนโลยีจะแปลงเป็นรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงปัญหาคอขวดด้าน Supply
ผลการดำเนินงานพอร์ตลงทุน Lief Capital

ทุกกลยุทธ์การลงทุนของ Lief Capital สามารถทำผลตอบแทนในเดือนสิงหาคมเป็นบวกได้ทั้งหมด:
- พอร์ตเพื่อการเกษียณ (Retirement Fund): เดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้น 2% – 2.5% (และ Secular Fund ขึ้น 1.5%) เอาชนะ Benchmark พอร์ต 60/40 ที่ปรับขึ้นไม่ถึง 1% ส่วนผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ทำได้เกือบ 17% (ชนะ Benchmark 60/40 ที่ได้ 14%)
- พอร์ต Lief US Selective: พอร์ตหุ้นสหรัฐฯ 10 ตัวที่คัดเลือกด้วยโมเดล AI ร่วมกับผู้จัดการกองทุน ทำผลตอบแทน YTD สูงถึง 31% ชนะดัชนีหลักอย่าง S&P 500, NASDAQ และ VTI (ที่ขึ้น 19%)
- พอร์ต Lief Twin Turbo: พอร์ต DR หุ้นต่างประเทศ ฟื้นตัวได้ดีจากการรีบาวด์ของหุ้นเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ หลังงบ Nvidia ยืนยันความต้องการ AI ที่ยังแข็งแกร่ง
- พอร์ต DCA (เนิ่นๆ): ทั้งเนิ่นๆ กระปุก 3 และเนิ่นๆ ไฟล์ ค่อยๆ ฟื้นตัวตามทิศทางหุ้นโลกได้เป็นอย่างดี
อัปเดตบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่

Lief US Momentum Season 2: หลังประสบความสำเร็จใน Season 1 ที่ทำผลตอบแทนเข้าเป้า 8% สุทธิภายใน 14 วัน ล่าสุด Season 2 ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี โดยมีแนวโน้มยอดเงินลงทุนแตะระดับ 100 ล้านบาท
บทสรุปส่งท้าย
เดือนสิงหาคมสะท้อนให้เห็นว่า แม้ตลาดยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ย แต่เศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและ AI
สำหรับ Lief Capital ผลการดำเนินงานของกลยุทธ์หลักยังคงเป็นบวก และหลายพอร์ตสามารถสร้างผลตอบแทนเหนือ Benchmark ได้ สะท้อนถึงความสำคัญของการ คัดเลือกสินทรัพย์และบริหารพอร์ตอย่างเหมาะสมกับสภาวะตลาด
ในช่วงที่เหลือของปี นักลงทุนยังควรติดตาม ทิศทางดอกเบี้ย Fed การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และการเติบโตของกำไรจาก AI อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดและโอกาสการลงทุนในระยะต่อไป






