loader image

โอกาสเติบโตกับหุ้นสหรัฐฯ

Lief US Selective Fund

กองทุนส่วนบุคคล Lief US Selective พิเศษอย่างไร ?

  • ไม่พลาดทุกโอกาส เพราะเลือกหุ้นจากทั้งตลาดสหรัฐกว่า 5,000 ตัว
  • AI เสริมศักยภาพ ระบบ “ARES” ประยุกต์นวัตกรรม AI เข้ากับการคัดเลือกหุ้นเชิงพื้นฐาน คัดเหลือ 250 ตัว
  • TOP 10 Focus หลังจากนั้นเลือกลงทุนเฉพาะหุ้น 10 อันดับแรกที่มีศักยภาพสูงสุด 
  • มั่นใจ ไม่มีหลุด ทีมผู้จัดการกองทุน ตัดสินใจในเชิงคุณภาพเป็นขั้นตอนสุดท้าย เชคปัจจัย Forward looking 
  • สดใหม่เสมอ ปรับพอร์ตทุก 3 เดือน ให้ได้หน้าหุ้นที่พร้อมเติบโต แต่ไม่แพงจนเกินไป ไม่ตกเทรนด์

กองทุนนี้เหมาะกับใคร ? ท่านที่ … 

  • กำลังมองหาโอกาสลงทุน จากหุ้นเติบโต เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
  • ต้องการเริ่มลงทุน แต่ไม่มีเวลาศึกษาข้อมูล
  • เสียดายโอกาส ไม่ได้เริ่มเสียที รู้งี้ลงทุนไปนานแล้ว
  • ต้องการให้เงินเติบโต แบบมีมืออาชีพดูแลให้แบบ One stop 
  • ลงทุนได้ระยะกลาง – ยาว รับความผันผวนได้สูง จากหุ้นรายตัว
  • อาจจะมีพอร์ตลงทุนอยู่แล้ว แต่ต้องการหา Alpha เพิ่มเติม
ผลตอบแทนที่โดดเด่น ตั้งแต่ต้นปี 2026
US Selective + 23.35% เทียบ Benchmark (VTI) +14.23 %
(ข้อมูล ณ วันที่ 27 พ.ค. 26)
ขึ้นแรง แต่ลงไม่แรง เพราะมืออาชีพดูแลอีกชั้น
ตั้งแต่จัดตั้ง US Selective + 20.47% (เฉลี่ยต่อปี 13.23%) แต่ Maximum drawdown พอๆ กับดัชนี
ผลตอบแทนสูงกว่าทั้ง Benchmark และกองทุนรวมหุ้นสหรัฐ Active เฉลี่ย 10 กองทุน แต่ค่าความเสี่ยงแทบไม่ต่างกัน
มากกว่าพื้นฐาน คือ การมองหาโอกาสที่กำลังเกิดขึ้น
หุ้นพื้นฐานดี ไม่ได้ขึ้นดีทุกตัว ต้องหาปัจจัยเร่ง และจังหวะเข้าลงทุนที่เหมาะสม ทันต่อเหตุการณ์
พอร์ตหุ้นกองทุน US Selective และผลตอบแทน ไตรมาสที่ผ่านมา แสดงตามราคาตลาดในช่วงเวลาลงทุนจริง
เน้นการเติบโต แต่ไม่ลืมกระจายความเสี่ยง
หุ้นที่ดีไม่เคยราคาถูก คำถามคือแนวโน้มเติบโตต่อได้ไหม ? วางเงิน ถูกที่ ถูกเวลาหรือเปล่า ?
พิจารณาโอกาส (คุณสมบัติเติบโต) และความเสี่ยง (ไม่แพงเกินไป) ทุกไตรมาสก่อนเข้าลงทุน ตัวไหนดีถือต่อ ตัวไหนแพงถอดออก

คำเตือน – ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน


ขั้นตอนการตัดสินใจลงทุน คัดเลือกหุ้น 10 ตัวที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงที่สุด จากทั้งตลาดสหรัฐ ฯ

กว่าจะได้มาซึ่งหุ้น 10 ตัวที่มีศักยภาพสูงสุดในแต่ละไตรมาส ผู้จัดการกองทุนทำงานร่วมกับ AI ทันทีหลังจากงบการเงินประกาศ เพื่อปรับพอร์ตให้สอดรับกับ 3 เดือนถัดไป (ทุกต้นเดือน 3 6 9 และ 12) จาก 5,000 > 2,000 > 250 > 10 ทีละขั้น หลังจากนั้นเฝ้าติดตามสภาวะการลงทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อหุ้น รวมถึงการบริหารความเสี่ยง Take profit และ Cut loss เมื่อถึงกรอบที่กำหนดไว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

หากคิดจะลงทุนหุ้น US ... โอกาสที่ดีที่สุดคือ "วันนี้ "

เพราะยิ่งเริ่มให้เงินทำงาน เริ่มนับหนึ่งลงทุนในตลาดเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีผลขาดทุนน้อยลง และปิดโอกาสเสี่ยงได้แทบทั้งหมดเมื่อลงทุนได้ต่อเนื่องถึง 20 ปี และตลาดหุ้น US เป็นเพียงตลาดเดียวที่สถิติร่วม 80 ปี ยังคงเป็นจริงมาจนถึงปัจจุบัน ครองความเป็น “US Exceptionalism” 6 ด้านที่แข็งแกร่ง (ตลาดทุนกว้าง กฎหมายเข้ม นวัตกรรมล้ำ ดอลล่าร์สหรัฐ บุคลากรชั้นนำจากทั่วโลก และบริษัทเอกชนที่ทำกำไรได้ต่อเนื่อง)

ตอนนี้ …ไม่ใช่รอให้พร้อม รอราคาหุ้นถูกกว่านี้ รอตลาดปรับฐาน รอวิกฤต ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในอดีตพิสูจน์แล้วว่า สามารถเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ได้เสมอ และการรอในแต่ละครั้ง นั่นคือโอกาสสร้างความมั่งคั่ง ที่หดหายไปทุกวัน


นักลงทุนถาม ... บลจ.ลีฟตอบ

 

คำถามนักลงทุนคำตอบจากเรา
ลงทุนอะไรเป็นหลัก ?หุ้นรายตัวตลาดสหรัฐ ฯ 
เลือกหุ้นอย่างไร ?คัดกรองด้วยนวัตกรรม AI จากปัจจัยพื้นฐานงบการเงิน จากนั้นคัดเลือกศักยภาพการเติบโตอีกขั้นโดยผู้จัดการกองทุน
จัดพอร์ตอย่างไร ?กระจายความเสี่ยงเท่ากันในหุ้น 10 – 15 ตัว ติดตามสภาวะลงทุน รวมถึงทยอยขายทำกำไรเมื่อถึงเป้า หรือขายตัดขาดทุนเมื่อหุ้นมีความเสี่ยง ปรับพอร์ตทุก 3 เดือน หลังจากฤดูประกาศงบการเงิน
ลงทุนรูปแบบใด ?กองทุนส่วนบุคคล โดย บลจ.ลีฟแคปปิตอล มีผู้จัดการกองทุน ดำเนินการส่งคำสั่งซื้อขาย ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุน โดยอัตโนมัติ รู้จักกับเราเพิ่มเติมได้ที่นี่
เงินเริ่มต้นเท่าไหร่ ?3 ล้านบาท (ช่วง Promotion วันนี้ – 31 พ.ค.69 เริ่มต้นได้ที่ 1 ล้านบาท)
ผลตอบแทนคาดหวัง ?12 – 15% ต่อปี (ข้อมูลการทดสอบ Backtest อยู่ที่ 35% ต่อปี เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี)
เสี่ยงมากไหม ?ระดับความเสี่ยงสูง-สูงมาก เนื่องจากลงทุนหุ้นรายตัวแบบกระจุกตัว มีความผันผวนมาก
ขาดทุนสูงสุดเท่าไหร่ในอดีต ?ค่า Maximum drawdown ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน อยู่ที่ 18.88% ในช่วงของ เม.ย. 68 (Tariff) ใกล้เคียงกับ Benchmark (VTI) -18.82%
ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ?Front End 1.00% / Man Fee 1.50% ต่อปี / Performance Fee 10.00% จากกำไรใหม่ (High watermark) คำนวณ ณ สิ้นปี หรือเมื่อมีการลดทุน ปิดกองทุน > Fund Factsheet ล่าสุด 100%
โมเดล ARES คืออะไรARES คือ โมเดล AI ช่วยคัดเลือกและมองหาหุ้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงสุด โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ฝ่ายจัดการลงทุนและทีม Data Scientist พัฒนามาแล้วกว่า 3 ปี ภายใน บลจ.ลีฟแคปปิตอล ทั้งหมด
ทำไมช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมาถึงชนะตลาดมาก ?เนื่องจากหุ้นกลุ่มที่เลือก (AI Infra) ได้รับผลดีจากเม็ดเงินลงทุน รวมถึงมีการกระจายตัวจากหุ้น Mega Cap ไปยังหุ้นกลุ่มอื่น ๆ มากขึ้น
ทำไมช่วงกลางปีก่อน ถึงแพ้ดัชนี ?เนื่องจากตลาดหุ้นมีการปรับตัวขึ้นในหุ้นเทคกลุ่มเดิม แบบกระจุกตัว (7 นางฟ้า) ต่อเนื่อง รวมถึง Valuation ที่ปรับสูงขึ้น แนวโน้มรายได้ AI ไม่ชัดเจน ซึ่งไม่ใช่กลุ่มหุ้นที่กองทุนเลือกลงทุน ประกอบกับมุมมองของทาง ผู้จัดการกองทุน ประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงในหุ้นกลุ่ม Mega cap ดังกล่าว ปัจจุบันได้มีการแก้ไขปัญหาของโมเดลส่วนนี้แล้ว
ต้องลงทุนนานกี่ปี ?แนะนำลงทุน 3 – 5 ปี เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แต่สามารถแจ้งปิดกอง ถอนทุนบางส่วนได้ตลอดเวลา
ความเสี่ยงค่าเงินจัดการโดยผู้จัดการกองทุน Dynamic Hedge ตามกรอบ
ต้องเสียภาษีไหม ?การลงทุนต่างประเทศโดยตรง ด้วยกองทุนส่วนบุคคล เปรียบเสมือนนักลงทุนทำด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นเข้าเกณฑ์ต้องนำกำไรไปคำนวณรวมในการยื่นภาษีบุคคลธรรมดา
แล้วจะคุ้มเหรอ ?สำหรับเพื่อน ๆ นักลงทุนที่ยังไม่มีกำหนดการใช้เงินทั้งก้อน สามารถพิจารณาลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาวได้ เนื่องจากโอกาสการลงทุนในต่างประเทศมีความน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในยุคนวัตกรรม ตัวเลือกที่หลากหลาย รวมถึงแนวโน้มพัฒนาของอัตราภาษียังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม
บลจ.ลีฟแคปปิตอล คือใคร ไว้ใจได้หรือ ? เราเป็น บลจ.ที่ก่อตั้งขึ้นภายใบอนุญาต บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ประเภทกองทุนส่วนบุคคล อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ > SEC Website

พร้อมแล้ว ไปเริ่มลงทุนกันเลย ...

เราติดตามตลาดลงทุนทุกวัน พบเราได้ใน The Shortlist ตอนเช้า 8.30
Scroll to Top