ประเด็นวันนี้สะท้อนว่า AI กำลังเข้าสู่เฟสที่ตลาดเริ่มถามหา “ผลลัพธ์จริง” มากขึ้น ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องหรือการซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI แบบกว้าง ๆ อีกต่อไป ฝั่ง Columbia Threadneedle มองว่าผู้ชนะรอบต่อไปคือบริษัทที่นำ AI ไปใช้จริง วัดผลได้ และเปลี่ยนเป็น Productivity หรือ Margin ที่ดีขึ้น ขณะที่ Goldman Sachs ชี้ว่าในตลาดเกิดใหม่ หุ้นกลุ่ม HALO หรือธุรกิจสินทรัพย์หนักและล้าสมัยยาก กำลังได้แรงหนุนจาก AI Infrastructure, Energy Security และการกลับมาลงทุนในอุตสาหกรรมหนัก


สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้
- ตลาดหุ้นฟื้นตัว หลังสหรัฐฯ–อิหร่านลดความตึงเครียดในช่องแคบ Hormuz ทำให้นักลงทุนลด Risk Premium ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และราคาน้ำมันเริ่มคลายแรงกดดัน
- Anthropic นำ Claude ขึ้น Microsoft Azure AI Foundry โดยใช้ชิป NVIDIA GB300 สะท้อนว่า AI Infrastructure ระดับองค์กรยังเดินหน้าขยายต่อ ทั้ง Compute, AI Agent และ Multi-Agent
- นักลงทุนขายกองทุนเทคโนโลยีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการทำกำไรหุ้น AI และความกังวลเรื่อง Valuation แต่ยังไม่เห็นสัญญาณว่า Big Tech จะลดงบลงทุน AI
- ศาลสูงสหรัฐยืนยันความเป็นอิสระของ Fed ช่วยลดความกังวลเรื่องการแทรกแซงนโยบายการเงิน และช่วยพยุงความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินสหรัฐฯ
- Goldman Sachs ยังมองบวกต่อทองคำ โดยคาดว่าราคาอาจไปถึง 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อธนาคารกลางและความไม่แน่นอนมหภาค ขณะที่ Big Tech ยังลงทุน AI ต่อเนื่อง หนุนกลุ่ม Semiconductor, Networking และ Data Center ระยะยาว
สรุปเนื้อหา Paper วันนี้
Paper 1: จากกระแสร้อนแรง สู่ประโยชน์จริงของ AI | Columbia Threadneedle
WHAT HAPPEN
- AI กำลังเปลี่ยนจาก “กระแสความคาดหวัง” ไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เริ่มวัดได้จริง
- บริษัทเริ่มเห็น Productivity Gain ในงานบริการลูกค้า งานเขียนโค้ด Back-office และงานที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก
- การลงทุน AI รอบต่อไปจะไม่ใช่การซื้อหุ้น AI แบบกว้าง ๆ แต่ต้องเลือกบริษัทที่ใช้ AI แล้วสร้างผลลัพธ์จริงได้
WHY SHOULD I KNOW
- บริษัทที่ใช้ AI ได้จริงอาจได้ Valuation Premium เพราะสามารถลดต้นทุน เพิ่ม Margin และสร้างความได้เปรียบระยะยาว
- SaaS และ Software จะเริ่มแยกผู้ชนะ-ผู้แพ้ชัดขึ้น โดยแพลตฟอร์มที่ถือข้อมูลสำคัญจะได้เปรียบกว่า Point Solution
- การเข้าถึง AI ไม่ใช่คูเมืองหลักอีกต่อไป แต่ความสามารถในการนำ AI ไปใช้จริงต่างหากที่สำคัญกว่า
WHAT TO DO NEXT
- เน้นบริษัทที่มีข้อมูลแข็งแรง มี Use Case ชัด และวัดผล Productivity ได้จริง
- จับตากลุ่ม Software / SaaS ว่าบริษัทใดเป็น Source of Truth และบริษัทใดเสี่ยงถูก AI แทนที่
- เลือกหุ้นแบบ Selective มากขึ้น ไม่ซื้อทุกบริษัทที่มีคำว่า AI ใน Story
Paper 2: HALO Effect แรงส่งใหม่ของ EM? | Goldman Sachs
WHAT HAPPEN
- หุ้น HALO ในตลาดเกิดใหม่ปรับตัวแรง โดยกลุ่ม Capital-intensive ให้ผลตอบแทนสูงกว่ากลุ่ม Capital-light อย่างชัดเจน
- แรงหนุนหลักมาจาก AI Boom ที่ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานจริง เช่น ไฟฟ้า Data Center โทรคมนาคม พลังงาน และอุตสาหกรรมหนัก
- แม้ราคาหุ้นขึ้นมาแล้ว แต่หุ้น HALO ใน EM ยังซื้อขายที่ Valuation Discount ราว 20% เทียบกับกลุ่ม Capital-light
WHY SHOULD I KNOW
- AI ไม่ได้หนุนแค่หุ้นซอฟต์แวร์หรือชิป แต่ยังหนุนธุรกิจสินทรัพย์จริงที่เป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ของ AI
- กลุ่ม Capital-light เช่น Software / Internet อาจถูกกดดันจาก AI Disruption มากขึ้น
- ตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน มีสัดส่วนสำคัญในหุ้น HALO ที่เกี่ยวข้องกับ Semi, Utilities, Energy และ Telecom
WHAT TO DO NEXT
- จับตาหุ้น EM กลุ่ม Utilities, Energy, Telecom, Industrials และ Semiconductor ที่ใช้สินทรัพย์หนักและมีคูเมืองสูง
- มอง HALO เป็นธีมเสริมของ AI Infrastructure ไม่ใช่ธีมแยกจาก AI
- ระวังการไล่ซื้อหลังราคาขึ้นแรง ต้องดู Earnings Momentum, Valuation และความเสี่ยงจาก Capex ระยะยาว
สรุปภาพรวมรายการวันนี้
ภาพรวมวันนี้คือ AI กำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องพิสูจน์ผลลัพธ์จริง และโอกาสเริ่มกระจายออกจากหุ้นเทคแบบเดิม Columbia Threadneedle ชี้ว่าบริษัทที่จะชนะในยุค AI ไม่ใช่บริษัทที่พูดถึงAI ได้ดีที่สุด แต่คือบริษัทที่นำ AI ไปใช้แล้วสร้าง Productivity, Margin และความได้เปรียบจริง ขณะที่ Goldman Sachs มองว่ากระแส AI กำลังหนุนหุ้น HALO ในตลาดเกิดใหม่ เพราะ AI Infrastructure ต้องพึ่งพาสินทรัพย์จริงจำนวนมาก ตั้งแต่ไฟฟ้า โทรคมนาคม พลังงาน ไปจนถึงอุตสาหกรรมหนัก กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือเลือกหุ้นที่มีผลลัพธ์ชัด มีคูเมืองจริง และได้ประโยชน์จาก Capex รอบใหญ่ของ AI โดยไม่ไล่ซื้อหุ้นที่ขึ้นจากกระแสเพียงอย่างเดียว







