loader image


FED ทำ QT มันแตกต่างจาก QE ยังไง ?

"Quantitative Tightening"

🤓 วันนี้เราพูดถึงการที่ Fed จะทำ QT ว่ามันคืออะไรแล้วมันจะมีผลยังไงบ้าง

 คืออะไร

🏦 QT ก็คือกลับกันคือเป็นการลดปริมาณเงินที่อยู่ในระบบ โดยวิธีการเช่นไม่เอาเงินที่ได้มาจากหลักทรัพย์ที่ซื้อกลับไปซื้อหลักทรัพย์อื่นต่อ หรืออาจจะถึงขั้นขายหลักทรัพย์ออกมา พอเงินออกจากระบบเศรษฐกิจไปเยอะๆ ธนาคารพาณิชย์ก็จะมีเงินสดอยู่น้อยลงพร้อมจะปล่อยสินเชื่อน้อยลง พอเป็นแบบนั้นอัตราดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้น คนก็มีแนวโน้มจะกู้ยืมเงินเพื่อบริโภคหรือลงทุนน้อยลง

💡 อย่างตอนนี้ให้ดูเล่นๆว่า QE ที่ทำไปช่วงก่อนมันเยอะขนาดไหน จะเห็นว่าการอัดฉีดสภาพคล่องด้วย QE ที่ผ่านมาตอนโควิดกระโดดจากที่มีอยู่เดิม 4 trillion มาเป็นสูงกว่า 8 trillion ทีเดียว

 แล้วจะมีผลยังไง

ก็อย่างที่เพิ่งพูดไป มันก็จะทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจลดลง ธนาคารปล่อยกู้ด้วยดอกเบี้ยที่สูงขึ้น การบริโภคกับการลงทุนก็ควรจะลดลง

หลักทรัพย์ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงก็จะเป็นพวกตราสารหนี้แหละ ผลเหมือนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed เลยครับ bond yield สูงขึ้น ราคาของตราสารหนี้ตก

🤓 มุมมองเราที่มีต่อ QT ก็เหมือนกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเลยครับ เราไม่คิดว่ามันเลวร้ายนะ เพราะที่ผ่านมาตอนมีวิกฤติช่วงโควิดเค้าทำ QE เพิ่มเงินเข้ามาในระบบเยอะมาก ตอนนี้ทำ QT เพื่อลดให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติก็น่าจะถูกต้องแล้ว บวกกับเค้าก็พยายามจะจัดการกับเงินเฟ้อที่สูงอยู่ดังนั้นก็ยิ่งเหมาะสมเข้าไปใหญ่

บทสรุป

QT (Quantitative Tightening)  เป็นการดึงเงินออกจากระบบทำให้สภาพคล่องลดลง เหตุผลก็คือ ชะลอเศรษฐกิจลงและหยุดเงินเฟ้อส่วน QE (Quantitative Easing)  เป็นการเพิ่มเงินเข้าระบบทำให้ระบบมีสภาพคล่องเพิ่ม เหตุผลก็คือ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  เรามองว่า QT รอบนี้ เหมาะสมเพราะว่าเป็นการขึ้นสู้กับเงินเฟ้อและลดเงินที่ฉีดเข้าระบบไปรอบก่อน

Share On :

หมายเหตุ – ข้อมูล บทวิเคราะห์ ความคิดเห็น หรือมุมมองที่ปรากฏในบทความนี้ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นการชักชวน เสนอขาย หรือแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ทางการเงินใดเป็นการเฉพาะ / ข้อมูลที่นำเสนออ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดทำไม่สามารถรับรองความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลได้ และข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุน ฐานะทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง

Share:

More Posts

ข่าวร้ายเต็มตลาด ลงทุนต้องยึดหลักการให้ถูก

เมื่อตลาดเต็มไปด้วยความเสี่ยง ข่าวพาดหัว อาจทำให้เสียโอกาสลงทุนระยะยาวได้ ปัจจัยที่ขับเคลื่อนและความเสี่ยงที่แท้จริงคืออะไร มุมมองจาก SSIM

Catch the Global market update with

The Shortlister News

Scroll to Top