loader image

Nasdaq ร่วง แต่พอร์ต Lief ยังบวก! 🚀 เจาะลึกกลยุทธ์ AI + Human ที่เอาชนะตลาดได้ในวิกฤตซอฟต์แวร์

ทำไมในช่วงที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลง 3-4% แต่กลยุทธ์การลงทุนของ Lief Capital กลับยังผงาดเป็นสีเขียวสวนกระแสได้? ท่ามกลางความกังวลเรื่อง AI จะเข้ามา Disrupt งานมนุษย์จนหุ้นซอฟต์แวร์ดิ่งเหวเกือบ 30% และความไม่แน่นอนจากนโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์

พบกับคำตอบที่ทำให้นักลงทุนต้องทบทวนพอร์ตใหม่! ตั้งแต่เบื้องหลัง โมเดล “Arrest” (ARS) ที่ทำกำไรชนะ Benchmark ถึง 16% ไปจนถึงการจับจังหวะ “ขายทำกำไร” หุ้นไทยที่จุดสูงสุด 1,530 จุด อะไรคือสัญญาณที่บอกว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่กำลังจะกลับมา (Mega Cap Back)? ร่วมถอดรหัสกลยุทธ์ที่แม่นยำและล้ำหน้ากว่าใครในสรุปคลิปนี้ครับ!

สรุปเนื้อหา: กลยุทธ์การลงทุนสวนกระแสตลาด (กุมภาพันธ์ 2026)

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Nasdaq จะปรับตัวลงประมาณ 3-4% แต่กลยุทธ์ของ Lief Capital ส่วนใหญ่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:

  1. เศรษฐกิจโลกและสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ดี ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2026 ยังอยู่ในโหมดเติบโต โดยคาดการณ์ GDP โลกที่ 3.3% และสหรัฐฯ ที่ 2.4%. ในขณะที่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) นำโดยจีนและอินเดีย ขยายตัวเด่นถึง 4.2% ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับการกระจายความเสี่ยงในระยะยาว.
  2. กำไรบริษัทจดทะเบียน (Earnings) แข็งแกร่งเกินคาด หุ้นใน S&P 500 สามารถทำกำไรเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 โดยโตถึง 14.3%. เมื่อประกอบกับการที่ราคาหุ้นมีการพักฐาน (Sideway) แต่กำไรยังโต ทำให้ค่า PE Ratio ลดลง ส่งผลให้ระดับราคาหุ้นน่าสนใจและ “ถูกลง” กว่าช่วงปลายปีที่ผ่านมา,.
  3. วิกฤตหุ้นซอฟต์แวร์คือ “โอกาส” ไม่ใช่ “จุดจบ” หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ดิ่งลงเกือบ 30% จากความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์เงินเดือน (White Collar). แต่จากการวิเคราะห์ของ Lief พบว่าการแทนที่ไม่ได้เกิดขึ้นเร็วขนาดนั้นและบริษัทต่างๆ กำลังปรับตัวนำ AI มาเป็นเครื่องมือเพิ่มรายได้ ทำให้หลังจากการวิเคราะห์ ราคาหุ้นกลุ่มนี้ก็เริ่มดีดกลับขึ้นมาทันที,.
  4. กลยุทธ์หุ้นไทย: ขายทำกำไรที่จุดสูงสุด ในช่วงที่หุ้นไทยพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,530 จุด (+22% YTD) ทีมงานได้ตัดสินใจ ขายทำกำไรออก 50% ในหุ้น 7-8 หลักทรัพย์ เช่น KTB, BBL, ICHI และ BDMS เนื่องจากราคาถึงเป้าหมายและ PE ขึ้นไปสูงถึง 19 เท่า เพื่อรอจังหวะซื้อกลับเมื่อตลาดนิ่ง,.
  5. ความสำเร็จของโมเดล “Arrest” (AI + Human) โมเดล ARS ที่ใช้ AI คัดเลือกหุ้นร่วมกับผู้จัดการกองทุน สามารถสร้างผลตอบแทนสุทธิได้สูงถึง 14% ในไตรมาสที่ผ่านมา ชนะดัชนี Nasdaq ที่ติดลบไป 2.6% (Outperform ถึง 16.62%). โดยปัจจุบันโมเดลเริ่มส่งสัญญาณ Rotate Back กลับเข้าหาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Mega Cap) อีกครั้ง.

กลยุทธ์และคำแนะนำจาก Lief Capital:

  • มองข้ามสงคราม: สถิติชี้ว่าหากถือลงทุนเกิน 1 ปี ปัจจัยเรื่องสงครามจะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นเสมอ.
  • เน้นหุ้นคุณภาพ: เลือกหุ้นที่มี ROE, ROA และ Net Profit Margin สูง เพื่อความสบายใจในการถือครอง.
  • Active Management: การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตัดสินใจสับเปลี่ยนกลุ่มหุ้น (Sector Rotation) เป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงเป้าหมายการลงทุน.

ติดตามมุมมองการลงทุนแบบเจาะลึก: สอบถามรายละเอียดกลยุทธ์ Model ARS หรือปรึกษาพอร์ตการลงทุนส่วนบุคคลได้ที่ Line Official ของ Lief Capital หรือรับฟังรายการ “The Shortlist” ได้ทุกเช้าวันจันทร์-ศุกร์ครับ

หมายเหตุ – ข้อมูล บทวิเคราะห์ ความคิดเห็น หรือมุมมองที่ปรากฏในบทความนี้ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นการชักชวน เสนอขาย หรือแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ทางการเงินใดเป็นการเฉพาะ / ข้อมูลที่นำเสนออ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดทำไม่สามารถรับรองความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลได้ และข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุน ฐานะทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง

Share:

More Posts

ข่าวร้ายเต็มตลาด ลงทุนต้องยึดหลักการให้ถูก

เมื่อตลาดเต็มไปด้วยความเสี่ยง ข่าวพาดหัว อาจทำให้เสียโอกาสลงทุนระยะยาวได้ ปัจจัยที่ขับเคลื่อนและความเสี่ยงที่แท้จริงคืออะไร มุมมองจาก SSIM

Catch the Global market update with

The Shortlister News

Scroll to Top