loader image

หุ้น Growth เทกระจาด จบรอบ Bull Market ? แนวรับอยู่ตรงไหน ? กลุ่มชิพ AI ยังไปต่อหรือเปล่า ? มุมมองจากคุณพงษ์ธร CEO ของเรา

“ตื่นมาเจอพอร์ตแดงเถือกแบบนี้ หลายคนคงเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ว่าตลาดกระทิงที่เราเอนจอยกันมานานมันจบลงแล้วหรือยัง? วันนี้ Phongthorn TV จะพาไปแกะรอย ‘คืนวันศุกร์สยองขวัญ’ ว่าอะไรคือตัวจุดฉนวนให้หุ้นเทคโนโลยีโดนเทกระจาดรุนแรงขนาดนี้ แล้วถ้าอยากจะถัวเพิ่มหรือช้อนใหม่ จุดไหนถึงจะเรียกว่า ‘ปลอดภัย’ และ ‘ได้เปรียบ’ ในเชิงพื้นฐาน? ใครที่กำลังถือหุ้นกลุ่ม AI, Semiconductor หรือมองหาโอกาสใน Emerging Market 7 นางฟ้า ต้องอ่านสรุปนี้ให้จบก่อนตัดสินใจครับ!”

1. เจาะลึก 6 ความเสี่ยงครึ่งปีหลัง (Mid-year Outlook)

นอกเหนือจากเรื่องเงินเฟ้อแล้ว ยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่น่ากังวล:

  • กำลังซื้อที่แท้จริงถดถอย: แม้เศรษฐกิจจะดูโต (GDP 2.5%) แต่ “ค่าจ้างจริง” เริ่มติดลบ เพราะเงินเฟ้อโตเร็วกว่าเงินเดือน ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึก “จนไม่ไหวแล้ว” และเงินออมลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่หลังโควิด.
  • AI เป็นตัวเร่งเงินเฟ้อระยะสั้น: แม้ระยะยาว AI จะช่วยลดต้นทุน แต่ระยะสั้นการแห่ลงทุน (AI Capex) ทำให้เกิดการแย่งทรัพยากรและบุคคลากร จนเกิด Demand Pull Inflation หรือเงินเฟ้อที่เกิดจากความต้องการที่ล้นเกิน.
  • ความเปราะบางของ Supply Chain: ยังมีความเสี่ยงเรื่องการห้ามส่งออกทรัพยากรหรือเทคโนโลยีในกลุ่มประเทศ AI Supply Chain ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักได้ตลอดเวลา.
  • สัญญาณอันตรายจากบอนด์ยีลด์: หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ เข้าใกล้ 5% จะเป็นจุดอันตรายที่จะดึงเงินจากหุ้นไหลกลับไปสู่ตราสารหนี้.

2. ตรวจสุขภาพ “ฟองสบู่” ผ่าน 4 สัญญาณอันตราย (The 4 Overs)

คุณพงธรใช้เกณฑ์จาก Rockefeller มาประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อดูว่าใกล้จุดระเบิดหรือยัง:

  • Over Valuation (ราคาแพงเกินไป): ปัจจุบัน PE อยู่ที่ 20 ต้นๆ ยังไม่ถึงขั้นเดือดพล่านเหมือนอดีต (ที่เคยไปถึง 24 เท่า) จึงถือว่ายังอยู่ในระดับที่พอรับได้.
  • Over Investment (ลงทุนเกินตัว): เริ่มมีสัญญาณเตือนในกลุ่ม AI Capex ที่คนเริ่มตั้งคำถามว่าลงทุนมหาศาลแล้วจะคุ้มค่าหรือได้กำไรกลับมาเมื่อไหร่.
  • Over Ownership (ถือครองกระจุกตัว): เริ่มเป็นสีแดง เพราะหุ้น Tech เบียดเข้าไปครองสัดส่วนถึง 40% ของดัชนี และมีหุ้นเพียง 17% เท่านั้นที่ชนะตลาดในเดือนที่ผ่านมา.
  • Over Leverage (หนี้สินท่วม): ยังปลอดภัย เพราะบริษัทกลุ่ม Hyper Scaler ปัจจุบันมีกระแสเงินสดดีมากและหนี้ต่ำกว่าสมัยวิกฤต Dotcom อย่างชัดเจน.
  • สรุป: ฟองสบู่รอบนี้เพิ่งเดินทางมาได้แค่ “ครึ่งทาง” เท่านั้น ยังไม่ถึงจุดที่ต้องล้างพอร์ตหนีตาย.

3. รายละเอียดแนวรับ S&P 500 (เชิงพื้นฐาน)

หากคุณต้องการรอ “จังหวะช้อน” ที่ปลอดภัย คุณพงธรคำนวณจาก PE เฉลี่ย 18 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับยุคที่มีหุ้น Tech:

  • แนวรับแรก (6,570 จุด): คำนวณจากกำไรที่คาดหวังปีนี้และปีหน้าผสมกัน เหมาะสำหรับคนถือยาว 1 ปีขึ้นไป.
  • แนวรับแย่ที่สุด (6,120 จุด): ในกรณีที่งบการเงินโดนกดดันจากสงครามหรือ AI ไม่ทำเงินตามเป้า จนกำไรโตเหลือเพียง 15%.
  • สายเก็งกำไรระยะสั้น (5,600 จุด): หากต้องการส่วนเผื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) สูงๆ เพราะตลาดช่วงสั้นจะผันผวนรุนแรงกว่าปกติ.

4. กลุ่มที่ยังเป็น “ความหวัง” และไปต่อได้

  • AI Super Cycle: ยังไปต่อได้ยาวๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็น Physical Infrastructure เช่น Data Center, ระบบระบายความร้อน, และ Networking ที่ต้องโตตามชิป Nvidia ไปด้วยกัน.
  • Emerging Market 7 นางฟ้า: หุ้นนอกสหรัฐฯ เริ่มน่าสนใจเพราะราคาถูกกว่า เช่น TSMC, Samsung, SK Hynix รวมถึง Delta Electronic ของไทยที่ถูกจัดเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของตลาดเกิดใหม่ในธีม AI ด้วย.

สรุปสั้นๆ: ตลาดตอนนี้คือการ “ตกใจแรง” จากปัจจัยแมโคร (ดอกเบี้ย/เงินเฟ้อ) แต่พื้นฐานบริษัทยังแน่น กลยุทธ์คือ “ลงมาให้ช้อน แต่ต้องเลือกกลุ่มที่ได้เปรียบในราคาที่เหมาะสม” ครับ

หมายเหตุ – ข้อมูล บทวิเคราะห์ ความคิดเห็น หรือมุมมองที่ปรากฏในบทความนี้ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและความรู้ด้านการลงทุนเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นการชักชวน เสนอขาย หรือแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ กองทุนรวม หรือสินทรัพย์ทางการเงินใดเป็นการเฉพาะ / ข้อมูลที่นำเสนออ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ณ วันที่จัดทำ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดทำไม่สามารถรับรองความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลได้ และข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า / การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุน ฐานะทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง

Share:

More Posts

Catch the Global market update with

The Shortlister News

Scroll to Top