“หุ้นมีโมเมนตัม” เคยได้ยิน แต่เค้าเลือกกันยังไง ? ทำไมถึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ผลตอบแทนชนะตลาด
Momentum Factor คือแนวคิดการลงทุนที่มองว่า หุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา มีแนวโน้มจะรักษาความแข็งแกร่งนั้นต่อไปอีกระยะหนึ่ง
เหตุผลข้างใต้แนวคิด ไม่ได้อยู่ที่ราคาหุ้น “ขึ้นแล้วต้องขึ้นต่อ” เสมอไป แต่อาศัยพฤติกรรมตลาด ที่มักใช้เวลาระยะหนึ่ง ปรับตัวต่อข้อมูลใหม่ นักลงทุนจำนวนมากตอบสนองต่อผลประกอบการ แนวโน้มธุรกิจ หรือข่าวสำคัญแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงทำให้หุ้นที่เริ่มมีแนวโน้มแข็งแรงอาจเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้
ตัวอย่างเช่น งบการเงินที่ออกมาดีกว่าคาด หุ้นพุ่งหนักมาก แต่แรงส่งจากปัจจัยธุรกิจ มักจะไม่จบแค่ตัวเลขทางบัญชี ยังมีมูลค่าที่รอเปิดเผย เช่น โครงการความร่วมมือ หรือการนำจุดแข็งนั้นไปต่อยอดในอนาคต เป็นความหวังให้กับนักลงทุน ดันราคาหุ้นไปต่อได้อีกหลายเดือน
เรียกง่าย ๆ ว่า หุ้นดี มักไม่ได้เล่นกัน วันเดียวจบ เพียงแต่เราต้องเล็งให้ดีและเข้าให้ได้ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ รอบ
แล้วหุ้น Momentum คัดเลือกอย่างไร
โดยทั่วไป ดูที่ “ราคา” นักลงทุนจะเริ่มจากหุ้นในตลาดหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการลงทุน แล้ววัดผลตอบแทนย้อนหลังของแต่ละบริษัท เช่น 6 เดือน หรือ 12 เดือน
หุ้นที่ถูกคัดเลือกมักมีลักษณะ 5 อย่างดังนี้
- ชนะเพื่อน – ให้ผลตอบแทนย้อนหลังสูงกว่าหุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มเดียวกัน
- ชนะต่อเนื่อง – ราคาหุ้นมีแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่ปรับขึ้นแรงเพียงไม่กี่วัน
- ชนะตลาด – ผลตอบแทนเมื่อเทียบกับดัชนีตลาด หรือหุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกัน อยู่ในระดับโดดเด่น
- ตัดความฟลุค หรือกระแสช่วงสั้น – บางกลยุทธ์จะตัดผลตอบแทนของเดือนล่าสุดออก เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากแรงซื้อขายระยะสั้น
- เข้าได้ ต้องออกได้ – เลือกเฉพาะหุ้นที่มีสภาพคล่องเพียงพอ เพื่อให้ซื้อขายและปรับพอร์ตได้จริง

ตัวอย่างง่าย ๆ หากมีหุ้น 100 ตัวในตลาด นักลงทุนอาจจัดอันดับผลตอบแทนย้อนหลัง 12 เดือน และเลือกลงทุนใน 20–30 ตัวที่ผลตอบแทนสูงสุด จากนั้นปรับพอร์ตทุก 3 เดือน หรือทุก 6 เดือน เพื่อให้พอร์ตยังถือหุ้นที่มีโมเมนตัมแข็งแรง
อย่าเข้าใจผิด Momentum ไม่ได้ดู “ราคา” เพียงอย่างเดียว
แม้ Momentum จะใช้ข้อมูลราคาหุ้นเป็นแกนหลัก แต่การนำไปใช้จริงควรมองคุณภาพของแนวโน้มร่วมด้วย
หุ้นที่ราคาปรับขึ้นเพราะกำไรเติบโตต่อเนื่อง แนวโน้มรายได้ดีขึ้น หรืออุตสาหกรรมกำลังได้แรงสนับสนุน มักมีโมเมนตัมที่แข็งแรงกว่าหุ้นที่ขึ้นจากข่าวเฉพาะหน้า หรือแรงเก็งกำไร
ดังนั้น นักลงทุนบางรายจึงผสม Momentum เข้ากับปัจจัยอื่น เช่น Quality เพื่อคัดบริษัทที่กำไรและฐานะการเงินดี หรือ Value เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อหุ้นที่ราคาแพงเกินไป
อย่างนโยบาย Lief US Momentum ที่ บลจ.ลีฟแคปปิตอล นำเสนอ เราคัดหุ้นกว่า 5,000 ตัวทั่วตลาดสหรัฐฯ ให้เหลือเพียง 250 บริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง จากนั้นจึงคัดกรองด้วยปัจจัยเชิง Momentum เรียกว่า คุณภาพมาก่อน ราคาตามมาเสริม
จุดแข็งและความเสี่ยงที่ควรเข้าใจ
จุดแข็งของ Momentum คือช่วยให้พอร์ตมีวินัย เพราะตัดสินใจจากกฎที่กำหนดไว้ ลดการยึดติดกับหุ้นที่ราคาปรับลงต่อเนื่อง (เลี่ยงถัวขาลง ซึ่งอันตรายมาก) และเปิดโอกาสให้เงินลงทุนเลือกธีม กลุ่มหุ้นที่กำลังได้รับความสนใจจากตลาด
แต่ความเสี่ยงสำคัญคือ ช่วงที่ตลาดกลับทิศอย่างรวดเร็ว หุ้นที่เคยขึ้นแรงอาจถูกขายทำกำไรพร้อมกัน ทำให้กลยุทธ์ Momentum ขาดทุนได้มากกว่าตลาดในระยะสั้น
ปรากฏการณ์นี้มักเรียกว่า “Momentum Crash” อย่างเช่น หุ้นเกาหลี หรือกลุ่ม Memory chip ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงมาก หากแนวโน้ม ความคาดหวัง เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลให้เกิดแรงขายมหาศาลได้ ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย
อีกประเด็นคือการปรับพอร์ตบ่อยเกินไปอาจทำให้ต้นทุนซื้อขายสูง โดยเฉพาะในตลาดที่สภาพคล่องต่ำหรือมีค่าธรรมเนียมสูง ซึ่งตรงนี้ทาง Lief US Momentum ได้คัดกรองสภาพคล่องมาก่อนแล้วชั้นหนึ่ง รวมถึงการทดสอบการปรับพอร์ตในระดับความถี่ต่าง ๆ จนออกมาเป็นระดับรายเดือน เพื่อให้พอร์ตเคลื่อนไหวได้เรว ทันสถานการณ์
กล่าวโดยสรุป
หัวใจของ Momentum Factor ไม่ใช่การไล่ซื้อหุ้นที่ขึ้นแรงที่สุดในวันนี้ แต่คือการใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อค้นหาหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งอย่างมีระบบ แล้วบริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายพอร์ตและปรับพอร์ตตามรอบที่ชัดเจน
สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว Momentum จึงเหมาะจะเป็น “ส่วนหนึ่งของพอร์ต” มากกว่าคำตอบทั้งหมดของการลงทุน เพราะแนวโน้มราคาช่วยบอกว่าตลาดกำลังให้ความสำคัญกับอะไร ขณะที่คุณภาพธุรกิจและมูลค่าหุ้นยังเป็นสิ่งที่กำหนดผลตอบแทนในระยะยาว
ในบทความหน้า เราจะมาตีแผ่ดัชะนีหุ้น Momentum อย่าง SPMO ว่ามีการคัดเลือกหุ้นอย่างไร เหมือนหรือต่างกับ บลจ.ลีฟแคปปิตอล แค่ไหนครับ
หากสนใจลงทุน Lief US momentum สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย
นอกจาก Momentum Factor แล้ว กลยุทธ์การลงทุนอื่น ๆ มีอะไรอีกบ้าง ที่ช่วยให้ขนะตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในวันที่หุ้นเทควิ่งขึ้นมาแล้วกว่า 4 ปี มาหาคำตอบกันได้ที่
งานสัมมนา Online Exclusive Seminar “Factor Investing Masterclass” วันศุกร์ที่ 24 กรกฏาคม เวลา 14.00 – 16.00 ลงทะเบียนฟรี ถามตอบกันได้สด ๆ หน้างาน




