Lief App Download

 Monthly Update – August 2026

ในเดือนกรกฎาคมนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ภาพรวมการลงทุนในตลาดโลกอาจจะไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นมากนัก แต่กองทุนและพอร์ตการลงทุนของเรายังคงสามารถปรับตัวเติบโตและทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ  ท่ามกลางมรสุมความผันผวนรอบด้านที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ยังไม่ชัดเจน รวมถึงความกังวลระลอกใหม่ในเรื่องนโยบายภาษี

สรุปภาพรวมเดือนกรกฎาคม 2026


 ภาพรวมตลาดและเหตุการณ์สำคัญในเดือนกรกฎาคม

  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ: ความกังวลเรื่องสงครามที่ยืดเยื้อส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นแตะเกือบ 100 เหรียญในเดือนกรกฎาคม ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพและการบริโภคโดยตรง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยคุณเควิน ยังไม่มีท่าทีหรือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย แต่ยังคงมุ่งเป้าหมายดึงเงินเฟ้อลงสู่ระดับ 2% ทำให้ตลาดเกิดความสับสน
  • ผลประกอบการไตรมาส 2 และกระแส AI: งบการเงินของบริษัทในไตรมาส 2 ประกาศออกมาแล้วกว่า 70% ซึ่งกำไรและรายได้เติบโตในทิศทางที่ดีเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการนำ AI เข้ามาใช้งานและกระแสความต้องการ Computing Power ที่ทำให้บริษัทกลุ่มเทคโนโลยียังเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง
  • ความผันผวนและการกระจายตัวของตลาดหุ้น: หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เกิดความผันผวนและมีการปรับฐานในเดือนกรกฎาคมจนทำให้ระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง นอกจากนี้ ตลาดเริ่มมีการกระจายตัวของเม็ดเงินลงทุนไปยังเซกเตอร์อื่น ๆ เช่น กลุ่มการเงิน (Financials) อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) และกลุ่มการบริโภค แทนที่จะกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีเหมือนในช่วงครึ่งปีแรก
  • นโยบายภาษีของสหรัฐฯ: มีความกังวลเล็กน้อยจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการเก็บภาษี (Tariff) กับบางประเทศคู่ค้า ส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยที่แท้จริง (Effective rate) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งในปัจจุบันถือว่ายังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวลมากนัก

ผลการดำเนินงานของกองทุน (Performance Update)

  • กองทุน Twin Turbo สร้างผลตอบแทนโดดเด่น: สามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึง 7% ในรอบ 1 เดือน โดยได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และการลงทุนในหุ้นไทยผสม DR ต่างประเทศ
  • กองทุน US Selective ชนะตลาดสม่ำเสมอ: สามารถทำผลตอบแทนได้ 3% ในเดือนกรกฎาคม และมีผลการดำเนินงานรวม 7 เดือนแบบ Year to Date (YTD) ของปี 2026 ที่ชนะดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ได้อย่างโดดเด่นมากกว่า 10%
  • พอร์ตเกษียณ System ปรับตัวลดลงเล็กน้อย: ได้รับผลกระทบจากการปรับฐานชั่วคราวของดัชนี Nasdaq และการย่อตัวลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำอย่าง ASML และ TSMC หลังจากประกาศงบการเงิน อย่างไรก็ตาม พื้นฐานของบริษัทเหล่านี้ยังคงแข็งแกร่งและสามารถลงทุนต่อได้ในระยะยาว
  • ผลตอบแทนย้อนหลังระยะยาวที่แข็งแกร่ง: สำหรับพอร์ตเกษียณที่เป็นลักษณะกองทุนผสม (มีทั้งตราสารหนี้และหุ้น) สามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีได้สูงถึง 21% (หลังหักค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว) ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายการเกษียณได้เร็วยิ่งขึ้น

การปรับพอร์ตการลงทุนในเดือนกรกฎาคม (Portfolio Adjustments)

  • การขายทำกำไร (Take Profit) หุ้นสหรัฐฯ: มีการขายทำกำไรหุ้นกลุ่มบริการทางการเงิน (UVE) ที่ราคาปรับตัวขึ้นมาได้ดี รวมถึงแบ่งขายหุ้นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวอย่าง Expedia ออกครึ่งหนึ่ง เพื่อนำเงินไป rebalance ลงทุนต่อในหุ้นที่ราคาปรับฐานลงมาแต่ยังมีพื้นฐานที่ดี
  • การขายทำกำไรหุ้นไทยเพื่อหาโอกาสใหม่: ได้ทำการขายทำกำไรหุ้นไทยทั้งหมดในพอร์ต (เช่น BDMS, CP) หลังจากดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นมาเหนือระดับ 1,600 จุด และทำการเข้าลงทุนในหุ้นที่ราคาปัจจุบันยังคงต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Under value) อย่าง SISB
  • การปรับสมดุลเพื่อควบคุมความผันผวน: มีการให้น้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในหุ้นกลุ่มที่จ่ายเงินปันผลเพื่อช่วยรักษาสมดุลและป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตในช่วงตลาดผันผวน และพร้อมจะสลับกลับเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) หากสถานการณ์สงครามและผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • การจับจังหวะซื้อและแผน rebalance กลุ่มซอฟต์แวร์: ได้เข้าซื้อหุ้น Palantir (พาที) ในพอร์ตล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงถึง 30% ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม อีกทั้งยังเตรียมพิจารณาปรับสัดส่วนเพื่อทำกำไรบางส่วนในหุ้นซอฟต์แวร์ที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้ดีอย่าง Microsoft


รายละเอียดงานสัมมนาการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ

  • หัวข้อและเป้าหมายของงาน: สัมมนาในหัวข้อ “การลงทุนเกษียณยังไงให้มีความมั่งคั่งได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” เพื่อเผยแพร่แนวทางและผลลัพธ์จากการบริหารพอร์ตเกษียณของ Left Capital ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
  • กำหนดการจัดงาน: วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม เวลา 14:00 น. 
  • ช่องทางการเข้าร่วม: สามารถเข้าร่วมรับฟังการบรรยายสด หรือรับชมคลิปย้อนหลังและรับบทสรุปสัมมนาผ่านทางอีเมลหลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น 
  • ลงทะเบียนสัมมนาได้ที่ตรงนี้เลย https://liefcapital.com/lief-retireme…

 Monthly Update – August 2026 Read More »

RJ สรุปตลาด ส.ค. 2026 / Semis ถูกสุดรอบหลายปี| TSL 10 August 26

ประเด็นวันนี้สะท้อนว่า ตลาดหุ้นยังมีแรงหนุนจากกำไรบริษัท แต่การเลือกหุ้นเริ่มสำคัญกว่าการซื้อทั้งตลาด ฝั่ง Raymond James มองว่ากำไรของบริษัทใน S&P 500 ออกมาแข็งแรงมาก และไม่ได้กระจุกอยู่แค่กลุ่มเทคโนโลยีหรือ AI อีกต่อไป ขณะที่ BlackRock มองว่าหุ้นเทคและหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับฐานลง อาจไม่ใช่สัญญาณว่าแนวโน้ม AI จบลง แต่เป็นการปรับฐานเพื่อให้ราคาหุ้นกลับมาใกล้พื้นฐานมากขึ้น

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • หุ้นสหรัฐฯ พักตัวหลังรีบาวด์แรง โดย S&P 500, Dow และ Nasdaq ปิดลบเล็กน้อย เพราะ Bond Yield และราคาน้ำมันกลับมากดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนยังรอความชัดเจนเรื่องอิหร่านและตัวเลข Nonfarm Payrolls
  • ความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz ยังไม่จบ ทำให้น้ำมันพุ่ง แม้ Trump ระบุว่าการเจรจา “กำลังไปได้ดี” แต่อิหร่านยังยืนยันว่าไม่ได้เจรจาโดยตรง และเสนอเงื่อนไขจำกัดเรือบางประเทศผ่านช่องแคบ ทำให้ Brent กระโดดแรงจากความเสี่ยงพลังงาน
  • หุ้น Memory / Storage ยังผันผวน แต่ Citi มองเป็นจังหวะสะสม Micron, Samsung และ SK Hynix ย่อลงแรงจากจุดสูงสุด แต่ Citi มองว่า AI-driven Memory Upcycle ยังอยู่ช่วงต้น เพราะ AI ต้องการทั้ง DRAM, NAND และ HBM มากขึ้น
  • AI Capex เป็นทั้งโอกาสและแรงกดดัน Alphabet เตรียมขายหุ้นกู้ก้อนใหญ่เพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่วน SpaceX ยังแกว่งจากความกังวลเรื่อง Capex และหุ้นพ้น Lock-up แม้นักลงทุนรายย่อยยังซื้อสะสมตอนราคาย่อ
  • ตลาดเริ่มให้รางวัลเฉพาะบริษัทที่พิสูจน์ Guidance และผลลัพธ์ได้จริง Cloudflare พุ่งหลังงบและ Guidance ดีกว่าคาดจากแรงหนุน AI Infrastructure / Agentic Internet ขณะที่ AppLovin, Datadog, Fiserv และ Western Digital สะท้อนว่า “งบดีอย่างเดียวไม่พอ” หากแนวโน้มรายได้ Margin หรือคุณภาพการเติบโตยังไม่ชัดเจน

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: กำไรเริ่มกว้าง หุ้นกลุ่มไหนได้ไปต่อ? | Raymond James

WHAT HAPPEN

  • กำไรบริษัทใน S&P 500 โตแข็งแรง โดย EPS เพิ่มขึ้นประมาณ 49% YoY
  • การปรับประมาณการกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง ไม่ได้จำกัดเฉพาะหุ้น Tech / AI
  • กลุ่มที่ได้แรงหนุนเริ่มกว้างขึ้น เช่น Cyclical, การเงิน และหุ้นที่กำไรถูกปรับขึ้น

WHY SHOULD I KNOW

  • ตลาดไม่ได้ขึ้นจากหุ้น AI เพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป หากกำไรกระจายกว้าง ตลาดจะมีฐานแข็งแรงขึ้น
  • หุ้นบางกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในกระแส AI อาจเริ่มกลับมาน่าสนใจ หากกำไรจริงเริ่มฟื้น
  • Valuation ยังเป็นประเด็นสำคัญ เพราะราคาหุ้นบางกลุ่มอาจสะท้อนความคาดหวังสูงไปแล้ว

WHAT TO DO NEXT

  • เพิ่มน้ำหนักหุ้นที่มี Earnings Revision ดี และกำไรเติบโตจริง
  • มองหาโอกาสในกลุ่ม Financials, Cyclical และบริษัทที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจยังขยายตัว
  • ไม่ควรไล่ซื้อเฉพาะหุ้น AI ที่ราคาแพง แต่ควรดูคุณภาพกำไรและ Valuation ควบคู่กัน

Paper 2: เมื่อแรงขาย Tech กดตลาด แต่โอกาสยังไม่หมด | BlackRock

WHAT HAPPEN

  • หุ้น Technology, AI และ Semiconductor ปรับฐานแรง หลังขึ้นมามากและตลาดเริ่มตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าของ AI Capex
  • BlackRock มองว่าการย่อตัวรอบนี้สะท้อนการปรับฐานราคาและ Valuation มากกว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของ AI
  • ตลาดเริ่มแยกหุ้นที่ “มีพื้นฐานรองรับจริง” ออกจากหุ้นที่ขึ้นตามกระแส

WHY SHOULD I KNOW

  • การปรับฐานของหุ้น AI อาจเป็นโอกาส หากบริษัทนั้นยังมีกำไรแข็งแรงและมีความได้เปรียบจริง
  • หุ้นที่ไม่มีรายได้หรือกระแสเงินสดรองรับ อาจถูกลงโทษหนักขึ้นในช่วงที่ตลาดกลับมาเน้นพื้นฐาน
  • นักลงทุนไม่ควรมองแรงขายทั้งหมดเป็นสัญญาณลบ เพราะบางครั้งเป็นเพียงการลดความร้อนแรงของราคา

WHAT TO DO NEXT

  • คัดเลือกหุ้น AI / Semiconductor ที่มีกำไรจริง กระแสเงินสดจริง และยังมี Demand ระยะยาว
  • หลีกเลี่ยงหุ้นที่ขึ้นแรงจาก Narrative แต่ไม่มีพื้นฐานรองรับชัดเจน
  • ใช้จังหวะตลาดย่อทยอยสะสมอย่างมีวินัย แทนการซื้อไล่ราคาในช่วงที่ตลาดคึกเกินไป

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดไม่ได้อ่อนแอเชิงพื้นฐาน แต่กำลังเปลี่ยนจากการซื้อธีมใหญ่ ไปสู่การเลือกหุ้นที่กำไรและ Valuation รองรับจริง Raymond James ชี้ว่ากำไรบริษัทสหรัฐฯ ยังแข็งแรง และการเติบโตเริ่มกระจายออกจากหุ้น Tech / AI ไปสู่กลุ่มอื่นมากขึ้น ขณะที่ BlackRock มองว่าแรงขายในหุ้นเทคและเซมิคอนดักเตอร์อาจเป็นการปรับฐานที่ช่วยให้ราคากลับมาสมเหตุสมผล ไม่ใช่สัญญาณว่าธีม AI สิ้นสุดลง กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือยังลงทุนต่อได้ แต่ต้องเลือกหุ้นมากขึ้น เน้นกำไรจริง กระแสเงินสดจริง และหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อหุ้นที่ราคาเกินพื้นฐาน

RJ สรุปตลาด ส.ค. 2026 / Semis ถูกสุดรอบหลายปี| TSL 10 August 26 Read More »

Scroll to Top