LIEF SELECTIVE FUND

Lief capital Asset Management

Lief Selective Fund (Local) เป็นกองทุนส่วนบุคคลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหาการลงทุนในหุ้นระยะกลางถึงยาวที่ให้ผลตอบแทนต่างจากค่าเฉลี่ยของตลาด ยอมรับความผันผวนได้สูง ต้องการโฟกัสการลงทุนไปยังหุ้นที่เลือกแล้วว่ามีคุณภาพมีโมเดลธุรกิจที่น่าจะเอาชนะคู่แข่งในตลาดได้ และมีโอกาสการเติบโตที่ดีในอนาคต

กองทุนนี้จะลงทุนในหุ้นไทย SET และ mai โดยใช้กระบวนการในการคัดเลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน คืองบการเงินรายไตรมาสเป็นหลัก ผู้จัดการกองทุนจะทำการศึกษาบริษัททั้งจากมุมมองในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ จากนั้นจะทำการเลือกหุ้นที่มีศักยภาพทั้งหมด 25 ตัวโดยเมื่อเลือกหุ้นแล้วจะใช้วิธีการลงทุนแบบกระจายตัวในสัดส่วนเท่ากัน (Equal weighted) และลงทุนเต็มจำนวน (Fully Invest) ทั้งนี้ผู้จัดการกองทุนจะทำการติดตามผลการดำเนินงาน ของบริษัทที่กองทุนไปลงทุนและคอยประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่ประเมิน และบริหารจัดการได้

กองทุน Lief Selective Fund เหมาะกับนักลงทุนที่แบบไหน ?

“No man is better than a machine, and No machine is better than a man with a machine.”

ต้องการลงทุนหุ้นไทย 100%

ต้องการลงทุนในหุ้นไทยโดยใช้การคัดเลือกเชิงพื้นฐาน และมีการกระจายตัว (ความเสี่ยง) ที่พอเหมาะ

ต้องการคนบริหารให้

ต้องการให้เครื่องมือที่จัดการลงทุนให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาเลือกเอง ไม่ต้องกังวลปรับพอร์ต

ต้องการชนะดัชนีหุ้นไทย

มองหาผลตอบแทนจากหุ้นทีมีโอกาสชนะดัชนีในระยะยาว แต่สามารถรับความเสียง ความผันผวนระหว่างทางได้

ขั้นตอนคัดเลือกหลักทรัพย์ และดำเนินการลงทุน

1. งบการเงินรายไตรมาสของบริษัทที่จดทะเบียนใน SET + mai

คัดกรองจากงบการเงินรายไตรมาสของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด SET ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงถึงผลการดำเนินงานทางการเงินในช่วงเวลาหนึ่ง โดยประกอบด้วยรายงานทางการเงินหลัก เช่น งบกำไรขาดทุน งบดุล และงบกระแสเงินสด เพื่อวิเคราะห์รายได้ ค่าใช้จ่าย การเติบโต และความสามารถในการสร้างผลกำไร ทั้งนี้ยังช่วยสะท้อนถึงสภาพคล่องทางการเงิน ภาระหนี้สิน และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์ ทำให้สามารถประเมินคุณค่าของบริษัทได้อย่างมีข้อมูลและใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด

2. อัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึงศักยภาพการเติบโตของบริษัท

ROE, ROA, P/E, P/B, Net Profit  Margin และอื่น ๆ

3. คัดเลือกด้วยปัจจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Screening)

• ลักษณะธุรกิจ นโยบายการดำเนินงาน / ผู้บริหาร

• ข้อมูลเชิงลึกของบริษัท

• อุตสาหกรรม

• โอกาสการเติบโตในอนาคต

• ความสามารถในการแข่งขันภายใน อุตสาหกรรม

• ความสม่ำเสมอของผลการดำเนินงาน

• ความผันผวนเชิงสถิติ

• มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยย้อนหลัง

4. ติดตามสภาวะการลงทุน และบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบ

• ความเสี่ยงสภาวะตลาด

• เกณฑ์การ Cut Loss ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน

• ความเสี่ยงของเหตุการณ์เช่น การควบกิจการ การใช้สิทธิ์ Corporate Action ของบริษัท

ดูรายละเอียดกองทุน Lief Selective Fund
กองทุนLief Selective Fund
รูปแบบกองทุนส่วนบุคคล ที่มีผู้จัดการกองทุนจัดสัดส่วนการลงทุนและปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับสภาวะและโอกาสการลงทุนอยู่เสมอ
เงินทุนเริ่มต้นเงินทุนเริ่มต้น 3 ล้านบาท (เพิ่มทุนครั้งละ 300,000 บ. )
ทรัพย์สินที่ลงทุนหลักทรัพย์หุ้นภายในประเทศรายตัว (SET + mai)
โมเดลพอร์ต ตามระดับความเสี่ยง เสี่ยงกลาง Balance Model กระจายลงทุน 25 หลักทรัพย์ ลงทุนในสัดส่วนเท่ากัน (Equal Weight)เสี่ยงสูง Growth Model คัดเลือกลงทุนเพียง 10 หลักทรัพย์ ลงทุนในสัดส่วนเท่ากัน (Equal Weight)
ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี)8.00-12.00 %
กองทุนนี้เหมาะสำหรับ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ต้องการลงทุนในหุ้นไทยเต็มจำนวน ตลอดเวลาแต่มีการกระจายอย่างพอเหมาะ และมีการปรับพอร์ต ให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทอย่างต่อเนื่องนักลงทุนต้องสามารถรับความเสี่ยงได้สูงมาก รับความผันผวนจาก การกระจุกตัวได้ ต้องการลงทุนในหุ้นรายตัว โดยผ่านการคัดเลือก ปัจจัยพื้นฐานของรายบริษัท เพื่อการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (ต่อปี)1.50%
ค่าธรรมเนียมจัดตั้งกองทุน1.00% ของเงินลงทุนตั้งต้น (เรียกเก็บครั้งเดียว หรือเมื่อมีการเพิ่มทุน)
ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มส่วนแบ่งผลตอบแทนอัตรา 10.00% คำนวณด้วยวิธี High Water Mark คำนวณ ณ สิ้นปีปฏิทิน
ค่าใช้จ่ายกองทุนอื่น ๆค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน / ค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ เรียกเก็บจากกองทุนตามค่าใช้จ่ายจริง
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ
  1. ความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่ม (Concentration Risk)
  2. ความเสี่ยงของตลาด และราคาตลาด ความเสี่ยงที่มูลค่าของทรัพย์สินที่กองทุนลงทุน จะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง (Market Risk)
  3. ความเสี่ยงของประเทศที่กองทุนไปลงทุน (Country Risk)
ลักษณะผลตอบแทน / ความเสี่ยงมีโอกาสขาดทุนได้ / ไม่มีกลไกการคุ้มครองเงินต้น / ไม่มีการรับประกันผลตอบแทน
เกณฑ์วัดผลการดำเนินงานดัชนี SET TRI 100%

ลงทะเบียนรับข้อมูลเพิ่มเติม

LF : [🔥] Lief TH Selective Fund (LDP)

คำถามที่พบบ่อย

1. Lief Capital คือใคร ?

เราคือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ลีฟแคปปิตอล จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2563 ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ประเภทธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล เลขที่ ด08-0138-01 โดยเราเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา โดยท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลของบลจ. จากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ที่นี่

2. ผู้ก่อตั้งคือใคร เชื่อถือได้ไหม ?

บลจ.ลีฟแคปปิตอล ก่อตั้งโดยทีมบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการวางแผนการเงิน การลงทุน และการดูแลลูกค้าบุคคล ประสบการณ์รวมกันกว่า 20 ปี โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร หลักประกอบด้วย

    • คุณพงษ์ธร ถาวรธนากุล, CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร / ผู้จัดการกองทุน

    • ดร.ชาติขาย มีสุขโข, CFP, ประธานกรรมการ

    • คุณวรวรรณ รักษ์แก้ว, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

    • คุณนิรันดร์ ประวิทย์ธนา, ที่ปรึกษาด้านงานวิจัยและนวัตกรรมการลงทุน

3. บริการลงทุนของ Lief Capital เหมาะกับใคร

เหมาะกับนักลงทุนรายบุคคล หรือนิติบุคคลที่ต้องการ “ลงทุนเพื่อเป้าหมาย” (Goal Based Investment) เช่น เตรียมตัวเกษียณ การใช้เงินก้อน การบริหารเงินสดสภาพคล่อง หรือเพื่อปันผล เป็นต้น โดยต้องการบริการการลงทุนแบบ One stop service ที่มีมืออาชีพ ทีมผู้จัดการกองทุน คอยประเมินสภาวะการลงทุน และปรับพอร์ตให้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดความกังวลใจ ไม่ต้องติดตามภาวะตลาด ตลอดเวลา แต่ยังมั่นใจได้ว่า เงินลงทุนได้ค่อย ๆ เดินหน้าเข้าสู่เป้าหมาย

4. จุดเด่น ข้อได้เปรียบของ บลจ.ลีฟแคปปิตอล คืออะไร ?

จุดเด่นของ บลจ.ลีฟแคปปิตอล คือ เราเชื่อว่า การเน้นทำเพียงเรื่องเดียว (Focus) ผสานกับความคล่องตัว รวดเร็ว (Flexibility) จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ แม้จะเป็นภารกิจที่ใหญ่และยาก จุดเด่นตรงนี้ เกิดได้จากการที่เราเป็น บลจ.ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อการบริหารเงินให้บรรลุตามเป้าหมายของลูกค้าเท่านั้น ไม่มีนโยบายอื่น ๆ จากกลุ่มบริษัทในเครือหรือกลุ่มทุนใด ๆ ลูกค้านักลงทุน จึงมั่นใจได้ว่า เราจะทำทุกอย่าง ทุกวิถีทางเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ

5. ทำไมต้องตอนนี้ ?

ภาวะการลงทุนที่ซับซ้อนผันผวนขึ้น กับ ภารกิจมากมายที่มาแย่งเวลาในแต่ละวัน สนับสนุนให้นักลงทุนมองหา มืออาชีพด้านการลงทุน มาบริหารจัดการแบบครบวงจร (Auto Pilot)มากขึ้น และด้วยแนวโน้มประชากร ที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) ทั้งในประเทศไทยและระดับสากล ยิ่งทำให้การลงทุนเพื่อเป้าหมาย เช่น การเตรียมตัวเกษียณ มีความต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

Scroll to Top