โอกาสเติบโตกับหุ้นสหรัฐฯ

Lief US Selective Fund

ทำไมตอนนี้ต้องลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ?

สหรัฐฯ มีข้อได้เปรียบ จาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

โอกาสเติบโตสูง

บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ มีการขยายธุรกิจไปทั่วโลก สร้างรายได้ และยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี ที่มีศักยภาพสูง

มีศักยภาพ

มีอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง ผู้บริหารมีความสามารถในการใช้กลไกตลาดทุนเพื่อสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล

มีความมั่นคง

นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูง ยอมรับการซื้อหุ้นที่ P/E สูง ทำให้ราคาหุ้นสหรัฐฯ สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ (All-time high) ได้บ่อยครั้ง

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสิ่งเหล่านี้

นักลงทุนที่รับความเสี่ยง สูง - สูงมาก ได้

มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนระยะยาวแม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของตลาด เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทน

มีเงินลงทุนที่ถือได้ยาวนาน (3–5 ปีขึ้นไป)

สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนที่ต้องใช้เวลาอยู่กับตลาดให้นานเพื่อปลดล็อกศักยภาพของพอร์ตในการสร้างโอกาสการเติบโตอย่างเต็มที่

ไม่มีเวลาบริหารพอร์ตลงทุนเอง

ต้องการโอกาสลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยไม่ต้องเฝ้าตลาดทุกวัน ได้รับการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพเพื่อให้พอร์ตเติบโต

ต้องการลงทุนหุ้นสหรัฐฯ เปิดประตูสู่โอกาส

เข้าถึงตลาดทุนที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงโลก

จุดเด่นของกองทุน

คัดเลือกหุ้นด้วย AI/ML

ด้วยโมเดล ARES 2.0 ใช้ 3 ปัจจัยหลัก – Fundamental, Momentum และ Valuation เพื่อคัดเลือกหุ้นศักยภาพสูงในตลาดสหรัฐฯ

ผนึกกำลังกับ Fund Manager

โมเดล AI ช่วยกรองเชิงปริมาณ ขณะที่ผู้จัดการกองทุนตรวจสอบเชิงคุณภาพ ทำให้ได้หุ้นที่โดดเด่นทั้งสองมิติ

ลงทุนหุ้น 10–15 บริษัทคุณภาพ

เน้นเฉพาะบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเข้มข้น กระจายน้ำหนักลงทุนเท่ากัน (Equal Weight) เพื่อกระจายความเสี่ยง

ปรับพอร์ตทุก 3 เดือน

ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐฯ พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง

รายละเอียดการคัดเลือกหุ้น

ด้วยนวัตกรรม AL/ML Model ARES 2.0 ศึกษาเพิ่มเติมที่นี่

Total US Stocks(5,000 Stocks)
LIQUIDITYFILTER
Investable Stocks(2,000–3,000 Stocks)
EXPERTSYSTEM
Quality Universe(250 Stocks)
ARES AI/MLE(R) Ranking
Lief US Selective(10–15 Stocks)
ดูรายละเอียดนโยบายกองทุน Lief US Selective Fund

นโยบายการลงทุน 

Lief US Selective Fund

รูปแบบการลงทุน 

กองทุนส่วนบุคคล ที่มีผู้จัดการกองทุนคัดเลือกสินทรัพย์ และติดตามการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุน  

ประเภทสินทรัพย์ 

หุ้นรายตัวที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐอเมริกา และสินทรัพย์สภาพคล่องอื่น ๆ ระหว่างรอลงทุน (ถ้ามี) 

เงินลงทุนเริ่มต้น

3 ล้านบาท (เพิ่มทุนขั้นต่ำ ครั้งละ 5 แสนบาท)

วัตถุประสงค์การลงทุน

เลือกลงทุนในหุ้นรายตัว ที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยคัดเลือกจาก ปัจจัยความแข็งแกร่งของงบการเงิน มีแนวโน้มเติบโตได้ดี ซึ่งการคัดเลือกหุ้นเป็นการทำงาน 3 ส่วน คือ     

  1. การคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพ ผ่านคุณสมบัติของหุ้นที่มีโอกาสเติบโตได้ดี เช่น รายได้ อัตรากำไร ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น จากมุมมองผู้จัดการกองทุน  
  2. นำผลที่ได้จากข้อ 1 ไปคัดเลือกต่อด้วยโมเดล AI/ML โดยนำ 3 ปัจจัย คือ Fundamental (พื้นฐาน) Momentum (แนวโน้มราคาดี) และ Valuation (หุ้นยังถูกอยู่หรือแพงเกินไป) มาให้น้ำหนักในการคัดเลือก 
  3. จากนั้น นำชุดหุ้นที่ได้ มาผ่านการคัดกรองอีกรอบด้วยปัจจัยเชิงคุณภาพโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ เช่น โอกาสการเติบโตในอนาคตคุณภาพของทีมบริหารคู่แข่งและข้อได้เปรียบ ในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าเราได้เลือกหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนใน ช่วงเวลานั้น มีความโดดเด่นในเชิงปริมาณและคุณภาพ 

กลยุทธ์การลงทุน

ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากหุ้นในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยคัดเลือกหุ้น จำนวน 10 – 15 บริษัท เพื่อพิจารณาเข้าลงทุน โดยจะมีการพิจารณาปรับพอร์ตทุก 3 เดือน การลงทุนเป็นลักษณะเต็มจำนวน (fully invest) และกระจายสัดส่วน ลงทุนเท่ากัน (equal weighting)

ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี)​ *

12.00 – 15.00% ต่อปี (เฉลี่ยในระยะยาว / มีโอกาสขาดทุนได้ ไม่มีการรับประกันผลตอบแทน)  

ค่าธรรมเนียมกองทุน

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front End) 1.00% จัดเก็บครั้งเดียว หรือทุกครั้งที่มีการเพิ่มทุน 
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนรายปี (Management Fee) 1.50% ต่อปี 
  • ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม (Performance Fee) ที่อัตรา 10.00% คำนวณด้วยเกณฑ์ High water mark จัดเก็บทุกสิ้นปี (ถ้ามี) 
  • ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian Fee) ที่อัตรา 0.03% ต่อปี (ขั้นต่ำ 1,000 บาท ต่อเดือน) 
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ สำหรับการนำเงินไปลงทุน ภายในกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน 

ลักษณะผลตอบแทน /

ความเสี่ยง 

  • ความเสี่ยงจากการลงทุนเฉพาะกลุ่ม 
  • ความเสี่ยงของตลาด และราคาตลาด ความเสี่ยงที่มูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง 
  • ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง จะมีผลทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนผันผวน 
  • ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่ในบางกรณีตราสารอนุพันธ์อาจจะทำให้กองทุนเกิดการขาดทุน หรือเพิ่มความผันผวนให้กองทุนได้ 
  • ความเสี่ยงของประเทศที่กองทุนไปลงทุน และความเสี่ยงจากข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศที่กองทุนเข้าไปลงทุน ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศได้ 

ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน  

มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน 

เงื่อนไขการลดทุน /

ปิดกองทุน  

นักลงทุนสามารถแจ้งความประสงค์ปิดกองทุน หรือลดทุนบางส่วนได้ตลอดเวลา โดยทาง บริษัทจัดการจะดำเนินการขายสินทรัพย์

และนำส่งเงินลงทุนภายใน 15 วันทำการ 

เกณฑ์วัดผลการดำเนินงาน 

NASDAQ Composite Index (Total return) 

ผู้รับฝากทรัพย์สิน 

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 

เกณฑ์วัดผลการดำเนินงาน 

NASDAQ Composite Index (Total return) 

ดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็ม

หลัง FED เคาะดอกเบี้ย… หุ้นสหรัฐฯ จะไปต่อหรือไม่?

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังทำสถิติ All Time High แต่นักลงทุนกำลังตั้งคำถามว่า นี่คือ โอกาสทองครั้งใหม่ หรือคือ ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาพิเศษที่จะพาคุณวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดล่าสุด พร้อมกลยุทธ์จัดพอร์ตที่ตอบโจทย์ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
LF : [🌤️] Seminar (US Selective)

รายละเอียดการลงทุนเพิ่มเติม

กับคำถามที่พบบ่อยเหล่านี้

1. กลยุทธ์การลงทุนกองทุน Lief US Selective Fund คืออะไร ?

ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากหุ้นในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยคัดเลือกหุ้น จำนวน 10 – 15 บริษัท เพื่อพิจารณาเข้าลงทุน โดยจะมีการพิจารณาปรับพอร์ตทุก 3 เดือน การลงทุนเป็นลักษณะเต็มจำนวน (fully invest) และกระจายสัดส่วน ลงทุนเท่ากัน (equal weighting)

2. กองทุนมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นอย่างไร?

กองทุนใช้ระบบการคัดเลือกหุ้นโดยผสานการทำงานระหว่างเทคโนโลยี AI และทีมผู้จัดการกองทุน โดยเริ่มต้นจากหุ้นในตลาดสหรัฐฯ ที่มีมากกว่า 5,000 ตัว ก่อนจะคัดกรองให้เหลือประมาณ 10-15 ตัว โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น งบการเงินและศักยภาพในการเติบโตในช่วงเวลานั้น

3. รายละเอียดภาษีจากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ

ผลกำไรจากการขายหุ้นต่างประเทศถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีในประเทศไทยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4. การคิดค่าธรรมเนียมผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Performance Fee)

กองทุนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผลตอบแทนส่วนเพิ่มในอัตรา 10% ของกำไรส่วนเกินที่ทำได้ โดยมีเงื่อนไขว่า พอร์ตต้องมีกำไรสุทธิ ผลตอบแทนต้องสูงกว่า High Water Mark (ระดับผลตอบแทนสูงสุดเดิม) การเรียกเก็บจะดำเนินการปีละ 1 ครั้ง หากพอร์ตไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า High Water Mark ได้ จะไม่เรียกเก็บในปีนั้น

5. การลงทุนเมื่อมีการเพิ่มทุนใหม่

กองทุนมีการประเมินจังหวะลงทุนให้ในระดับหนึ่ง หากเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม จะดำเนินการลงทุนทันที แต่หากภาวะตลาดมีความผันผวนสูง หรือยังไม่มีความชัดเจน อาจทยอยลงทุนเป็นรอบ หรือถือเงินสดไว้ชั่วคราว เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดแรงกระแทกของพอร์ต โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

6. การบริหารพอร์ตในกรณีตลาดสหรัฐฯ ปรับฐาน

กองทุนสามารถเลือกถือเงินสดไว้ในระหว่างที่ตลาดมีความผันผวนสูง และทยอยเข้าลงทุนเมื่อเห็นโอกาสที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยงในพอร์ต

7. มีเกณฑ์ในการพิจารณาขายหุ้นหรือไม่ (Cut Loss)?

หากหลักทรัพย์บางรายการมีการปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาขายเพื่อลดความเสี่ยงตามความเหมาะสมของสถานการณ์ โดยมีหลักเกณฑ์ในการประเมินอย่างเป็นระบบ เพื่อควบคุมระดับความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม

8. กรณีหุ้นที่อยู่ในพอร์ต มีการจ่ายปันผล จะจัดการกับปันผลนั้นยังไง

จะถูกนำกลับไปสะสมไว้ในบัญชีเงินสดของลูกค้า (Cash Balance) โดยสามารถนำไปลงทุนต่อ หรือรอใช้บริหารสภาพคล่องได้ตามกลยุทธ์ของพอร์ต

9. จับจังหวะการลงทุนให้ไหม ? / เพิ่มทุนมาแล้วลงทุนให้เลยทันทีไหม ?

“ทางบลจ.มีการ “จับจังหวะการลงทุน” ให้ในระดับหนึ่งครับ เราจะพิจารณา “ลงทุนทันที” หากมองว่าตลาดอยู่ในจังหวะที่เหมาะสม แต่ถ้าช่วงนั้นตลาดมีความผันผวนสูงหรือยังไม่แน่นอน เราอาจเลือก “ทยอยเข้าลงทุนเป็นรอบ ๆ หรือถือเป็นเงินสดไว้ช่วงเวลานึง” เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดแรงกระแทกจากความผันผวน โดยทีมจัดการกองทุน จะติดตามภาวะตลาดและประเมินความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง”

10. รับประกันผลตอบแทน หรือคุ้มครองเงินต้นไหม ?

ไม่มีการรับประกันผลตอบแทน หรือคุ้มครองเงินต้น เงินลงทุนมีโอกาสขาดทุนได้ ตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

เริ่มสร้างโอกาสเติบโตในหุ้นสหรัฐฯ

ด้วยกองทุน Lief US Selective Fund

Scroll to Top