หุ้น TECH กลับมาแล้ว AI ขับเคลื่อน ปี 2026

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่แรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยหนุนดัชนีหลักให้ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุน ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ทางการเมืองสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป
🌍 ภาพรวมเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม
ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ทั้ง S&P 500, Nasdaq, และ Dow Jones ต่างปิดบวกอย่างโดดเด่น โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นแรง ตัวอย่างเช่น Palantir ที่ราคาพุ่งขึ้นถึง 8-9% แม้จะมีค่า P/E สูงถึง 452 เท่า ขณะที่ Nvidia ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นหลักของธีม AI ปรับขึ้นอีก 5.79%
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดยังคงเฝ้าจับตา การปิดหน่วยงานราชการของรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown) ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 41-42 วัน ถือเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าระยะเวลาการปิดตัวราว 40 วันยังไม่ส่งผลกระทบต่อ GDP อย่างมีนัยสำคัญ แต่การกลับมาเปิดทำการของรัฐบาลจะช่วยให้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีข้อมูลครบถ้วนมากขึ้นในการประเมินทิศทางนโยบายการเงิน โดยตลาดคาดว่าเฟดมีโอกาสสูงราว 65-70% ที่จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม หากข้อมูลแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
🔑 มุมมองจาก Goldman Sachs – เมื่อหนี้สะดุด ตลาดจะสะเทือนหรือแค่ข่าวลือ ?
เหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ล่าสุดไม่น่ากังวลต่อระบบการเงินโดยรวม
เหตุการณ์เฉพาะตัว: การล้มละลายของบริษัทอย่างFirst Brand และ Tremor Color Col เป็นกรณีเฉพาะและเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกง มากกว่าจะเกิดจากเศรษฐกิจอ่อนแอ
เศรษฐกิจยังแข็งแรง: GS คาดว่า GDP สหรัฐฯ จะเติบโต2% ในปีนี้ และมากกว่า 2%ในปีหน้า ซึ่งเป็นระดับปกติ ไม่บ่งชี้ภาวะถดถอย
ตลาด Private Credit: แม้สินเชื่อภาคเอกชนเติบโตต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงเชิงระบบยังต่ำ เพราะแหล่งเงินทุนหลักมาจากนักลงทุนระยะยาวที่มีสภาพคล่องสูง เช่น บริษัทประกันและกองทุนบำเหน็จบำนาญ
Bond Spread: สเปรดของพันธบัตร High Yield ขยายเพียง20 basis point ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเล็ก และคาดว่าจะยังคงแคบต่อไป
ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม: ได้แก่ เงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวเกินคาด, ตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลงอย่างฉับพลัน, และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือการค้า
🪨 มุมมองจาก BlackRock – AI แรงขับเคลื่อนหลักในมุมมองการลงทุนปี 2026
AI ยังคงเป็นเมกะเทรนด์ (Megaforce) ที่อยู่ในศูนย์กลางของกลยุทธ์การลงทุนในปี 2026 และจะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนในระยะยาว
ข้อจำกัดด้านพลังงาน: ศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI ต้องการพลังงานมหาศาล โดยคาดว่าสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ จะเพิ่มจาก6-7% ในปี 2024 เป็น 24% ภายในปี 2030
การแข่งขันระหว่างประเทศ: สหรัฐฯ พยายามลดการพึ่งพาแร่หายากจากจีน และหันมาร่วมมือกับออสเตรเลียเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่
บทบาทของ Stable Coin: จะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินในอนาคต ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ของระบบการชำระเงิน
กลยุทธ์การลงทุน (Big Call): BlackRock แนะนำเพิ่มน้ำหนัก (Overweight) การลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ จากปัจจัยหนุนด้านตลาดแรงงานที่เริ่มผ่อนคลาย กำไรบริษัทที่เติบโตดี และธีม AI นอกจากนี้ยังแนะนำเพิ่มน้ำหนักใน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นด้วย
🔍 สรุปภาพรวมทั้งหมด
ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังได้รับแรงหนุนจากกระแส AI ที่ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีพื้นฐานมั่นคง แม้มีแรงกดดันจากปัญหาการปิดหน่วยงานภาครัฐและหนี้ภาคเอกชนบางส่วน การวิเคราะห์จากทั้ง Goldman Sachs และ BlackRock สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก โดยมองว่า “AI” จะยังเป็น ธีมหลักในการขับเคลื่อนการลงทุนในอีกหลายปีข้างหน้า
ชมเนื้อหาฉบับเต็ม
ต่อยอดจากบทความนี้ให้ครบถ้วน เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง—ในวิดีโอฉบับเต็มเราจะสรุปประเด็นสำคัญเป็นขั้นตอน และข้อควรระวังที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ท่านมั่นใจขึ้นอีกก้าวก่อนลงมือวางแผนของตน
รับชมคลิปเต็ม


You must be logged in to post a comment.