loader image

สรุปสัมนา: Winning in Volatility (May 26)

ท่ามกลางวิกฤตสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุสที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง นักลงทุนหลายคนกำลังตั้งคำถามว่า “Passive หรือ Active แบบไหนจะรอด?”

พบกับคำตอบจากงานสัมมนาสุดเข้มข้นของ Lief Capital ที่จะพาคุณไปดูเบื้องหลังความสำเร็จของโมเดล ARES (AI + Human) ที่ทำกำไร Year-to-Date ทะลุ 24.4% ชนะตลาดขาดลอย! ร่วมถอดรหัส 5 ตำราเก่าที่ต้องเผาทิ้ง ตั้งแต่เรื่องทองคำไปจนถึงค่า PE ที่สูงลิ่ว พร้อมเผยเทคนิคการหา Alpha ในวันที่ตลาดสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่แต่พื้นฐานยังแกร่งกว่าที่ใครคาดคิด หากคุณอยากรู้วิธีเปลี่ยนความผันผวนให้เป็นผลกำไรมหาศาล สรุปนี้มีคำตอบให้คุณครับ!

 

สรุปเนื้อหาสัมมนา: กลยุทธ์การลงทุน Winning in Volatility

ในงานสัมมนานี้ ทีมผู้บริหารและผู้จัดการกองทุนของ Lief Capital ได้มาแบ่งปันแนวคิดการบริหารพอร์ตในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง โดยเน้นที่ 3 เสาหลักสำคัญคือ Clarity (ความชัดเจน), Edge (ความได้เปรียบ) และ Discipline (วินัย) ดังนี้ครับ:

  1. Clarity: การมองภาพตลาดให้ชัดเจน
  • แยก Noise ออกจากเทรนด์: นักลงทุนต้องแยกให้ออกระหว่างปัจจัยระยะสั้น (Tactical) เช่น สงครามที่มักจบใน 2 เดือน กับปัจจัยพื้นฐาน (Business Cycle) และเทรนด์ระยะยาว (Secular Trend) เช่น สังคมสูงวัยหรือนวัตกรรม AI
  • All-Time High ไม่ใช่จุดจบ: จากสถิติ การซื้อหุ้นที่จุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) และถือต่อ 1-2 ปี ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ถึง 11-25% เนื่องจากพื้นฐานกำไรบริษัทโตตามทันราคาหุ้น
  • ล้างความเชื่อเก่า: ในโลกปัจจุบัน ตราสารหนี้อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป ทองคำอาจไม่ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีเท่าเดิม และหุ้นที่มีค่า PE สูงก็ไม่ได้แปลว่าอันตรายเสมอไปหากกำไรเติบโตล้อตามไปได้
  1. Edge: การสร้างความได้เปรียบในการลงทุน
  • นวัตกรรม AI (ARS Model): Lief Capital ใช้ระบบ AI ที่ชื่อว่า ALIS มาช่วยสกรีนหุ้นจาก 5,000 ตัว เหลือเพียง 250 ตัวที่แกร่งที่สุดในเชิงงบการเงินและโมเมนตัม เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหุ้นรายตัวเข้าพอร์ต
  • การหา Alpha: เน้นการลงทุนแบบ Selective ในกลุ่มที่มี Pricing Power และได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น กลุ่ม Networking (Broadcom, Marvell) ซึ่งมีรายได้เติบโตโดดเด่น
  • กลยุทธ์ค่าเงิน (FX Strategy): มองว่าค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นตาม Productivity ที่เพิ่มขึ้นจาก AI จึงใช้กลยุทธ์การไม่ป้องกันความเสี่ยง (Unhedged) ในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลตอบแทน
  1. Discipline: วินัยในการลงทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาว
  • Stay Invested: การถือเงินสดนานเกินไปอาจทำให้พลาด “วันที่ดีที่สุด” ของตลาด ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ และมีผลต่อผลตอบแทนรวมอย่างมหาศาล
  • Rebalancing: ต้องมีการปรับสมดุลพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้สัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสูงเกินกว่าที่แผนวางไว้
  • Lump Sum vs DCA: สถิติในอดีตชี้ว่าการลงทุนแบบเงินก้อน (Lump Sum) มีโอกาสชนะการทยอยลงทุน (DCA) ถึง 70% หากเป็นการลงทุนระยะยาว

อัปเดตผลการดำเนินงาน: ปัจจุบันพอร์ตการลงทุนภายใต้การบริหารของ Lief Capital เช่น US Selective สามารถทำผลตอบแทนได้โดดเด่นชนะดัชนีเปรียบเทียบ (Benchmark) อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการบริหารแบบ One-Stop Service เพื่อให้นักลงทุนไปถึงเป้าหมายการเกษียณได้อย่างมั่นใจ

สนใจปรึกษาแผนการลงทุน: สามารถติดต่อทีมงาน Lief Capital ผ่านทางแอปพลิเคชันหรือ Line Official เพื่อรับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ และติดตามรายการ The Shortlist ทุกเช้าเพื่ออัปเดตสถานการณ์ตลาดแบบทันท่วงทีครับ

สรุปสัมนา: Winning in Volatility (May 26) Read More »

สรุปสัมมนา 3 Big Ideas (Mar 26)

อย่าปล่อยให้ความกลัวเรื่องสงครามและเงินเฟ้อทำให้คุณพลาดโอกาสสำคัญ! ในขณะที่ตลาดผันผวน รู้หรือไม่ว่า Model ARES ของ Lief Capital สามารถทำผลงานชนะดัชนี Nasdaq ได้ถึง 16.62% ในไตรมาสที่ผ่านมา?

พบกับเจาะลึก 3 ไอเดียการลงทุนที่จะเปลี่ยนเกมในช่วง 3 เดือนนี้: ตั้งแต่อวสานการสลับกลุ่มเล่น (End of Rotation) ที่จะพาเงินไหลกลับเข้าหาหุ้นยักษ์ใหญ่, การฟื้นคืนชีพของกลุ่มซอฟต์แวร์หลังเผชิญวิกฤต AI Disruption, ไปจนถึงความชัดเจนของนโยบายสหรัฐฯ ที่จะผลักดันกลุ่ม Networking และ AI Infrastructure ให้พุ่งทะยาน มาร่วมถอดรหัสกลยุทธ์ “Omasake Investment” ที่จะช่วยให้พอร์ตของคุณเติบโตอย่างมั่นคงไปกับผู้เชี่ยวชาญจาก Lief Capital ในสรุปนี้ครับ!

สรุปเนื้อหา: 3 Big Ideas โอกาสลงทุนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า

ในงานสัมมนานี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Lief Capital นำโดยคุณพงธร ถาวรธนากุล (CEO) ได้มาเผยแพร่แนวคิดการลงทุนภายใต้ธีม “The Big Ideas Are Coming” เพื่อมองหาโอกาสในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2026,

  1. 3 Big Ideas: ธีมหลักที่จะขับเคลื่อนตลาด
  • End of Sector Rotation (อวสารการเปลี่ยนกลุ่มเล่น): หลังจากเงินไหลออกจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ไปหาหุ้นกลุ่ม Defensive และ Value (เช่น พลังงาน, สินค้าอุปโภคบริโภค) มาพักใหญ่ ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณว่าหุ้นใหญ่ (Mega Cap) และกลุ่ม AI เริ่มกลับมามีระดับราคา (Valuation) ที่น่าสนใจอีกครั้ง เนื่องจากกำไรเติบโตทันราคาหุ้นแล้ว,,
  • End of Software Apocalypse (อวสาoฝันร้ายกลุ่มซอฟต์แวร์): ก่อนหน้านี้หุ้นซอฟต์แวร์ถูกเทขายอย่างหนักเพราะความกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่ (Disruption) แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นความชัดเจนว่า AI จะเข้ามาเป็น “ผู้ช่วย” มากกว่า “ผู้ทำลาย” บริษัทที่มีข้อมูลเฉพาะตัว (Proprietary Data) และมีค่าใช้จ่ายในการสลับระบบสูง (Switching Cost) อย่าง Microsoft จะกลับมาแข็งแกร่ง,,,
  • End of US Uncertainty (ความไม่แน่นอนของสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลาย): นโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Election) จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและผลักดันนวัตกรรม ทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสเดินหน้าต่อ
  1. มุมมองสินทรัพย์และกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ
  • หุ้นกลุ่ม Networking และ AI Infra: เป็นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ต่อจากกลุ่มชิป (GPU) โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำระบบเชื่อมต่อ Data Center เช่น Broadcom และ Marvel Technology,,
  • Bitcoin: ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดยมองเป้าหมายที่ 300,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2030 จากการยอมรับของสถาบันการเงิน (Institution Adoption) และการเข้ามาแทนที่ทองคำบางส่วน (Digital Gold),,
  • ค่าเงินดอลลาร์: มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น (Stronger Dollar) จากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังขยายตัวได้ดีและความต้องการใช้ Stable Coin ที่อิงกับดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก,,
  • สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (ตามมุมมองของทีมงาน): เหมืองทองคำ (Upside จำกัด), หุ้นกลุ่มพลังงาน (ผันผวนตามราคาน้ำมันโลก) และตราสารหนี้ระยะยาว (ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ย),,
  1. นวัตกรรม Model ARES จาก Lief Capital
  • Lief Capital นำนวัตกรรม AI ร่วมกับการบริหารโดยผู้จัดการกองทุน (AI + Human) มาใช้ในโมเดล ARS เพื่อคัดเลือกหุ้นรายตัว,,
  • ผลการดำเนินงาน: ในไตรมาสที่ผ่านมา โมเดล ARS สามารถทำผลตอบแทนชนะดัชนี Nasdaq ได้ถึง 16.62% และชนะดัชนี VTI อย่างขาดลอย แม้ในช่วงที่ตลาดผันผวน
  • กลยุทธ์ปัจจุบัน: มีการปรับพอร์ต (Rebalance) โดยเน้นไปที่หุ้นกลุ่ม IT และ Consumer Discretionary มากขึ้น เพราะยังมีเพดาน (Upside) ให้เติบโตได้สูงกว่ากลุ่มอื่น,

Lief Capital ให้บริการในรูปแบบ กองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ที่เน้นการดูแลแบบ One-stop Service ตั้งแต่การวางแผน การคัดเลือกหุ้น และการปรับพอร์ตอัตโนมัติ (Auto Pilot Investment) เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายการเงินของลูกค้าอย่างแท้จริง

สรุปสัมมนา 3 Big Ideas (Mar 26) Read More »

Scroll to Top