Lief App Download

 Monthly Update – OBTOBER 2026

ท่ามกลางแรงกดดันจากดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ตลาดหุ้นยังมีแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจและการลงทุนด้าน AI คำถามสำคัญคือ แรงส่งเหล่านี้จะพาตลาดเดินหน้าต่อจนถึงสิ้นปี 2026 และปี 2027 ได้เพียงใด?

 

Lief Capital ชวนทบทวนภาพรวมตลาดหุ้นเดือนกันยายน 2026 พร้อมอัปเดตผลการดำเนินงานพอร์ตลงทุน และเจาะปัจจัยที่ต้องติดตาม เพื่อเตรียมรับทั้งโอกาสและความเสี่ยงในช่วงโค้งสุดท้ายของปีต่อเนื่องถึงปีหน้า

ภาพรวมตลาดหุ้นเดือนกันยายน 2026

  • ตลาดผันผวน แต่หุ้นบางกลุ่มยังเดินหน้าต่อ ราคาน้ำมันจากความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันการลงทุน
  • Bond Yield เพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์ กระทบทั้งราคาตราสารหนี้และมูลค่าหุ้นเติบโต โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
  • AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ช่วยสนับสนุนหุ้นเทคโนโลยีและ Nasdaq ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นเริ่มอ่อนตัว ทำให้ตลาดกลับมากระจุกตัว
  • การปรับฐานเปิดโอกาสคัดเลือกหุ้น Lief Capital ใช้จังหวะตลาดผันผวนปรับพอร์ตและเพิ่มการลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโต

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ และกำลังซื้อผู้บริโภค: การบริโภคและตลาดแรงงานยังเป็นฐานสำคัญของการเติบโต โดยต้นฉบับกล่าวถึงประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2027 ที่อาจขยายตัวประมาณ 3%
  • การลงทุนด้าน AI: ติดตามการเพิ่มงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และความสามารถในการเปลี่ยนเงินลงทุนให้เป็นรายได้และกำไรจริง
  • กำไรบริษัทจดทะเบียน: ประมาณการในต้นฉบับยังชี้ว่ากำไรปีหน้าขยายตัว แม้บางตลาดเติบโตช้าลง จึงต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหุ้นและธีมลงทุน
  • ทิศทาง Fed เงินเฟ้อ และ Bond Yield: หากดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง อาจกดดันมูลค่าหุ้นและต้นทุนทางการเงิน แม้เศรษฐกิจยังเติบโตได้
  • ราคาน้ำมันและความขัดแย้งระหว่างประเทศ: เป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนธุรกิจ และกำลังซื้อ โดยแต่ละประเทศได้รับผลกระทบแตกต่างกัน
  • การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ: ติดตามผลต่อนโยบายและความเชื่อมั่นตลาด โดยต้นฉบับใช้สถิติผลตอบแทนในอดีตเป็นปัจจัยสนับสนุนมุมมองช่วงปลายปีและปีหน้า

ผลการดำเนินงานพอร์ตลงทุน Lief Capital

  • US Selective: ผลตอบแทนเดือนกันยายน +1.67% เทียบกับ VTI +0.46% ส่วนผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ +33% สูงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ประมาณ +19–20%
  • Kasian System และ Secular Fund: ผลตอบแทนรายเดือนบางพอร์ตได้รับแรงกดดันจากตราสารหนี้และหุ้นบางกลุ่ม แต่ภาพรวมย้อนหลัง 3 เดือนเป็นบวก และตามต้นฉบับ พอร์ตที่ลงทุนตรงต่างประเทศทั้งหมดให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  • Twin Turbo: ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปียังเป็นบวก แต่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่มีหุ้นไทยเป็นส่วนประกอบ การปรับพอร์ตออกจาก Adobe และเข้าลงทุนใน Micron กับ ISRG ช่วยสนับสนุนผลตอบแทนช่วงหลัง
  • Nern Nern: ตะกร้าที่ 3 ซึ่งลงทุนในหุ้น ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีประมาณ +8% สะท้อนการเติบโตของพอร์ตสำหรับผู้ลงทุนที่ทยอยสะสมระยะยาว

กิจกรรมเพิ่มเติมจาก Lief Capital

  • สัมมนาแนวโน้มลงทุนปี 2570 วันที่ 16 ตุลาคม 2569: เจาะลึก 5 ปัจจัยบวกและ 5 ปัจจัยเสี่ยง พร้อมประเมินโอกาสที่ตลาดกระทิงจะเดินหน้าสู่ปีที่ 5 ลงทะเบียนฟรี และร่วมลุ้นเสื้อ Limited Edition จาก Lief Capital โดยผู้ที่รับชมย้อนหลังมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลเช่นกัน
  • ร่วมเสนอความคิดเห็นเพื่อพัฒนาแอป Nern Nern: เชิญผู้ใช้งานและผู้สนใจเสนอฟังก์ชันหรือบริการที่อยากให้มี เพื่อพัฒนาแอปเวอร์ชันใหม่ให้ตอบโจทย์การลงทุนมากขึ้น พร้อมร่วมลุ้นพัดลมพกพา โดยสแกน QR Code ที่ปรากฏในคลิปได้เลย หมดเขต ( 15 ต.ค. 69 )

บทสรุปส่งท้าย

มุมมองในต้นฉบับยังเป็น เชิงบวกต่อการลงทุนจนถึงปี 2027 โดยมีเศรษฐกิจสหรัฐฯ การเติบโตของกำไร และการลงทุนด้าน AI เป็นแรงสนับสนุน ขณะที่ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความขัดแย้งระหว่างประเทศยังสร้างความผันผวนได้

แนวทางสำคัญคือ ยึดพื้นฐานธุรกิจ คัดเลือกหุ้นที่เติบโตได้ และปรับพอร์ตให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้ โดยผลตอบแทนในอดีตและประมาณการไม่รับประกันผลการลงทุนในอนาคต

 Monthly Update – OBTOBER 2026 Read More »

Q4 ชูเทคฯ–อุตสาหกรรม–สุขภาพ / เศรษฐกิจยังโต แต่ความเสี่ยงเพิ่ม | TSL 08 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนสำคัญ คือ การเลือก Sector ที่ยังได้แรงหนุนจาก Earnings และ AI Investment Cycle กับ การสร้างพอร์ตที่ทนต่อความเสี่ยงหลายรูปแบบมากขึ้น ฝั่ง SSGA ยังมองบวกต่อ Technology, Industrials และ Health Care เพราะกำไรและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังแข็งแรง ขณะที่ PIMCO มองว่าเศรษฐกิจโลกยังโตได้ในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า แต่ความเสี่ยงจาก AI, Energy Shock และภาวะการเงินตึงตัวกำลังขยายกว้างขึ้น ทำให้ตราสารหนี้คุณภาพสูงกลับมามีบทบาทสำคัญในพอร์ต

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • S&P 500 และ Nasdaq ทำ All-Time High แต่ Fed ยังเป็นตัวแปรหลัก หุ้นเทคโนโลยียังนำตลาดจากแรงซื้อในธีม AI ขณะที่ตลาดลดความกังวลเรื่อง Fed ขึ้นดอกเดือน ต.ค. หลังข้อมูลแรงงานอ่อนลง แต่ Earnings Season, Bond Yield และราคาน้ำมันยังเป็นตัวทดสอบสำคัญของ Valuation หุ้น Tech Paper 26-07-24

  • Fed Minutes ยังชี้ว่าอาจขึ้นดอกอีกครั้งปีนี้ กรรมการส่วนใหญ่ยังเห็นว่าควรขึ้นดอกอย่างน้อยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปี แม้ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 81% ว่าเดือน ต.ค. จะคงดอกเบี้ย เพราะการจ้างงานเดือน ก.ย. เพิ่มเพียง 29,000 ตำแหน่ง สะท้อนช่องว่างระหว่างมุมมอง Fed กับตลาด Paper 26-07-24

  • ผู้บริโภคสหรัฐเริ่มชะลอการกู้ โดยเฉพาะบัตรเครดิต Consumer Credit เดือน ส.ค. เพิ่มเพียง $8.3B ต่ำกว่าคาด ขณะที่ Revolving Credit ลดลง $4.8B มากที่สุดตั้งแต่ พ.ย. 2024 ท่ามกลางดอกเบี้ยบัตรเครดิตเฉลี่ย 22.36% และ Wage Growth ที่ชะลอลง Paper 26-07-24

  • AI ยังไม่ใช่ Bubble ชัดเจน แต่หุ้นบางตัวเสี่ยงปรับฐานแรง การลงทุนยังมี Demand จริงรองรับจาก Data Center และ Computing Infrastructure แต่ Valuation สูง, Capex มหาศาล และความไม่แน่นอนเรื่อง ROI ทำให้หุ้นบางบริษัทอาจผันผวนมาก โดยคอขวดระยะถัดไปอาจอยู่ที่พลังงานและ Data Center มากกว่าความต้องการ AI เอง Paper 26-07-24

  • กำไรตลาดกระจุกตัวใน AI หนักขึ้น โดย Nvidia + Micron อาจสร้างมากกว่า 1 ใน 3 ของ EPS Growth ทั้ง S&P 500หากรวมกลุ่ม AI Infrastructure ทั้งหมด อาจสร้างมากกว่าครึ่งหนึ่งของการเติบโตของกำไรดัชนี ขณะที่ตลาดคาด Q3 Earnings โต 29.5% YoY และทั้งปี 2026 โต 32.4% ทำให้โจทย์สำคัญของ Q4 คือกำไรจะกระจายออกจากหุ้น AI ไม่กี่ตัวได้หรือไม่ Paper 26-07-24

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: จับตา 3 กลุ่มเด่น ท่ามกลางตลาดที่ไม่ง่าย | SSGA

WHAT HAPPEN

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความยืดหยุ่น แม้ Bond Yield, ราคาพลังงาน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อยู่ในระดับสูง Paper 26-07-24
  • S&P 500 ถูกคาดว่ากำไรปี 2026 โตประมาณ 32% และยังโตเลขสองหลักต่อในปี 2027 Paper 26-07-24
  • SSGA ให้น้ำหนักเชิงบวกสูงสุดกับ Technology, Industrials และ Health Care Paper 26-07-24

WHY SHOULD I KNOW

  • Technology ยังได้แรงหนุนจาก AI Adoption, Cloud Revenue และ Semiconductor Earnings แม้ Yield สูง Paper 26-07-24
  • Industrials ได้ประโยชน์จาก AI Infrastructure, Data Center, Power, Cooling และ Defense Spending Paper 26-07-24
  • Health Care มีทั้ง Earnings Recovery และ Defensive Quality จึงช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้ Paper 26-07-24

WHAT TO DO NEXT

  • เน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ตรงจาก AI Investment Cycle
  • ใช้ Health Care ช่วยเพิ่ม Defensive Balance ให้พอร์ต
  • ระวัง Materials มากขึ้น หลัง SSGA ปรับมุมมองลงเป็น Neutral จาก Earnings ที่อ่อนลงและแรงกดจากดอกเบี้ยสูง Paper 26-07-24

Paper 2: โลกเปลี่ยน พอร์ตต้องปรับ รับมือความเสี่ยงยังไงดี? | PIMCO

WHAT HAPPEN

  • PIMCO มองเศรษฐกิจโลกยังโตได้ในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า และเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลง Paper 26-07-24
  • แรงพยุงหลักมี 3 อย่าง คือ AI Investment Cycle, ความสามารถของผู้บริโภค/จีนในการรับต้นทุน และนโยบายธนาคารกลางแบบค่อยเป็นค่อยไป
  • แต่ความเสี่ยงแบบ Fat Tail เพิ่มขึ้น หาก AI ชะลอ, Energy Shock รุนแรงขึ้น หรือ Financial Conditions ตึงตัวเร็วเกินไป Paper 26-07-24

WHY SHOULD I KNOW

  • ตลาดอาจยัง Price-in ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อ Valuation หลายสินทรัพย์ยังสูง
  • Yield ที่สูงขึ้นทำให้ตราสารหนี้กลับมาสร้างทั้ง Income และ Downside Cushion ได้มากกว่าช่วงปี 2022 Paper 26-07-24
  • หาก AI Capex สะดุดหรือ Energy Shock รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจและ Risk Assets อาจโดนกระแทกพร้อมกัน

WHAT TO DO NEXT

  • ถือ High-Quality Global Bonds เพื่อรับ Carry และช่วย Hedge ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ
  • ใน Credit และ AI-related Debt ให้เน้น Selectivity, Relative Value และ Downside Protection Paper 26-07-24
  • พิจารณา Commodities และ Real Assets เป็นตัวช่วย Hedge ความเสี่ยงด้าน Supply Shock

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ Q4 ยังเป็นตลาดที่มีโอกาส แต่ต้องลงทุนแบบเลือกมากขึ้น SSGA มองว่ากำไรและ AI Capex ยังแข็งพอหนุน Technology, Industrials และ Health Care ขณะที่ PIMCO มองว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่ใช่ภาพถดถอย แต่ความเสี่ยงรอบด้านกำลังขยาย ทำให้การถือสินทรัพย์คุณภาพและตราสารหนี้กลับมาสำคัญขึ้น

แก่นสำคัญคือ “ยังรุกได้ แต่ต้องมี Buffer” — ใช้หุ้นคุณภาพเพื่อรับ Growth และใช้ตราสารหนี้คุณภาพสูงเพื่อรับ Yield และลดความผันผวนของพอร์ต.

Q4 ชูเทคฯ–อุตสาหกรรม–สุขภาพ / เศรษฐกิจยังโต แต่ความเสี่ยงเพิ่ม | TSL 08 October  26 Read More »

SMID Cap แซง S&P500 ยังวิ่งต่อ / AI เข้า Adoption Stage แล้ว ลงทุนยังไง | TSL 07 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนสำคัญ คือ Market Broadening และ การจัดพอร์ตในโลกที่ Yield ยังสูง ฝั่ง J.P. Morgan มองว่าหุ้น Small- & Mid-Cap โดยเฉพาะใน Developed Markets เริ่มกลับมาเด่นจากพื้นฐานที่ดีขึ้น Positioning ต่ำ และ Valuation Discount ที่สูง ขณะที่ Morgan Stanley ยังมองเชิงบวกต่อ Risk Assets ใน Q4 เพราะเศรษฐกิจและกำไรยังแข็งแรง แต่ต้องเลือกลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯ, SMID-cap และกลุ่ม AI Winners Paper23-07-69

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • Nasdaq ทำ New High หลังตลาดลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเดือน ต.ค. ข้อมูลแรงงานเดือน ก.ย. อ่อนกว่าคาด ทำให้โอกาสขึ้นดอกเดือน ต.ค. ลดเหลือราว 20% จากประมาณ 70% สัปดาห์ก่อน ขณะที่ Nvidia +2.1% ช่วยหนุน Tech แต่ 10Y Treasury Yield ยังสูงถึง 5.31% ทำให้ Earnings Season เป็นบททดสอบสำคัญต่อ Valuation Paper23-07-69

  • น้ำมันต่ำกว่า $100 แม้ความเสี่ยง Hormuz ยังสูง การโจมตี Tanker เพิ่มขึ้น แต่ Oil Flow ผ่าน Hormuz กลับฟื้นใกล้ระดับก่อนสงคราม โดย Middle East Oil Flow อยู่ราว 80% ของ Pre-war ทำให้ Brent ลดต่ำกว่า $100 สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักกับ Supply จริงมากกว่า Headlines ในระยะสั้น Paper23-07-69

  • AI Risk ขยับจาก Model Risk ไปสู่ Cyber Risk Jamie Dimon เตือนว่า Advanced AI Agent อาจเพิ่มความเสี่ยง Cybersecurity ถึง 10 เท่า ขณะที่ JPMorgan เข้าร่วม Alliance for Critical Infrastructure ทำให้ Cybersecurity อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแขนงของ AI Infrastructure Spending ต่อจาก Compute, Data Center และ Power Paper23-07-69

  • AI Boom เริ่มพึ่ง “หนี้” มากขึ้น SpaceX กำลังหา Financing ราว $40B เพื่อซื้อ Nvidia Chips โดยมีทั้ง Bank Loans และ Investment-grade Debt สะท้อนว่า AI Capex กำลังย้ายจาก Cash/Equity ไปสู่ Debt Financing มากขึ้น ทำให้ Cost of Capital และ ROIC กลายเป็นตัวแปรสำคัญของ AI Trade รอบถัดไป Paper23-07-69

  • คอขวด AI กำลังย้ายจาก “ชิป” ไปสู่ “ไฟฟ้า” Google ทำสัญญา 20 ปีมูลค่า $4.3B กับ Constellation Energy เพื่อเพิ่มกำลังผลิต Nuclear Power ราว 890 MW รองรับ Data Center สะท้อนว่า Power Generation, Grid, Nuclear และ Energy Infrastructure กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ AI Supply Chain โดยตรง

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: SMID-cap กำลังกลับมา | J.P. Morgan

WHAT HAPPEN

  • เงินลงทุนเริ่มหมุนจากหุ้น Mega-cap ที่ถือกันหนาแน่น ไปยังหุ้น Small- & Mid-Capมากขึ้น โดย Russell 2500 เริ่ม Outperform S&P 500 Paper23-07-69
  • การฟื้นตัวเด่นใน Developed Markets ขณะที่ SMID-cap ใน Emerging Markets ยังUnderperform หุ้นใหญ่
  • J.P. Morgan มองแรงหนุนจาก Fundamentals, Positioning, Technicals, Geopolitics และ Valuation Discount Paper23-07-69

WHY SHOULD I KNOW

  • กระแส Deglobalization ทำให้บริษัทที่พึ่งเศรษฐกิจภายในประเทศมีโอกาสได้Premium มากขึ้น Paper23-07-69
  • SMID-cap มี Valuation Discount สูงเมื่อเทียบหุ้นใหญ่ จึงมีพื้นที่ให้เกิด Market Broadening ต่อ
  • แต่ Macro Risk ยังสูง ทั้งดอกเบี้ย น้ำมัน และเงินเฟ้อ ทำให้รอบนี้ไม่ใช่การซื้อ Small-cap แบบเหมารวม Paper23-07-69

WHAT TO DO NEXT

  • เน้น Selective Stock Picking มากกว่าซื้อทั้งกลุ่ม
  • เลือกหุ้นที่ Earnings มีโอกาสทำได้จริง, Valuation ไม่แพง และ Earnings Visibility สูงPaper23-07-69
  • จับตาว่าการ Rotation จาก Mega-cap จะต่อเนื่องหรือหยุดพักในระยะสั้น

Paper 2: Global Market Reset — ปรับพอร์ตให้ทันโลก Q4 | Morgan Stanley

WHAT HAPPEN

  • Q4 อยู่ในภาวะ Rates Are Up, Growth Is Strong คือ Yield สูงขึ้น แต่เศรษฐกิจโลกยังแข็งแรงและยืดหยุ่น Paper23-07-69
  • Morgan Stanley ยังให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ โดยเฉพาะ U.S. Equities, U.S. SMID และ AI Winners Paper23-07-69
  • ฝั่ง Fixed Income ให้น้ำหนัก MBS/ABS และ Bank Loans มากกว่า Investment Grade ที่ Spread แคบเกินไป Paper23-07-69

WHY SHOULD I KNOW

  • Yield สูงรอบนี้ไม่ได้มาจากเศรษฐกิจอ่อน แต่จาก Nominal Growth ที่แข็งแรง จึงยังพยุง Earnings และ Cash Flow ได้
  • AI ยังเป็นแรงขับสำคัญ แต่โอกาสกำลังกระจายไปยัง Processing, Connectivity และ Cybersecurity มากขึ้น Paper23-07-69
  • ความเสี่ยงใหญ่คือเงินเฟ้อและพลังงาน เพราะหากเงินเฟ้อกลับมาเร่ง ธนาคารกลางอาจต้อง Tighten มากขึ้น Paper23-07-69

WHAT TO DO NEXT

  • Overweight หุ้น โดยเน้น U.S., SMID และผู้ชนะใน AI Infrastructure
  • ในตราสารหนี้ เลือก MBS/ABS หรือ Bank Loans มากกว่า IG Credit ที่ Risk-Rewardแคบ
  • จับตา Inflation, Energy และ Geopolitics เพราะเป็นตัวแปรที่สามารถเปลี่ยน Asset Allocation ได้เร็ว

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดกำลัง Broadening มากขึ้น แต่ไม่ใช่ Broadening แบบไร้เงื่อนไขJ.P. Morgan มองว่า SMID-cap มีโอกาสฟื้นต่อจาก Valuation และ Positioning ที่ยังน่าสนใจ ขณะที่ Morgan Stanley ยังคง Constructive ต่อหุ้นใน Q4 เพราะ Growth และ Earnings ยังแข็งแรง แม้ Yield จะสูง

แก่นสำคัญจึงคือ “กระจายออกจาก Mega-cap แต่ต้องคัดหุ้น” — โดยให้ความสำคัญกับEarnings Visibility, Valuation และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI Infrastructure มากกว่าการไล่ตาม Momentum เพียงอย่างเดียว.

SMID Cap แซง S&P500 ยังวิ่งต่อ / AI เข้า Adoption Stage แล้ว ลงทุนยังไง | TSL 07 October  26 Read More »

Yield ยังไปต่อ / Q4 จับตา US-Bond-Sector | TSL 06 October  26

ประเด็นวันนี้สะท้อนว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงที่ดอกเบี้ยสูงไม่จำเป็นต้องแปลว่าหุ้นต้องลงทันที ฝั่ง BNY มองว่า Treasury Yield ที่ขึ้นแรงมาจาก Real Yield และความคาดหวังเศรษฐกิจที่แข็งแรงมากกว่าความกลัวเงินเฟ้อ ขณะที่ Raymond James มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย กำไรบริษัทยังแข็งแรง และ AI Infrastructure ยังเป็นแรงส่งสำคัญ แต่ในโลก Yield สูง นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของหุ้นและตราสารหนี้มากขึ้น

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • Jobs อ่อนกว่าคาด ทำให้ตลาดลดโอกาส Fed ขึ้นดอกเดือน ต.ค. Nonfarm Payrolls เดือน ก.ย. เพิ่มเพียง 29,000 ตำแหน่งต่ำกว่าคาด 90,000 และ Unemployment ขึ้นเป็น 4.2% ทำให้ตลาดให้น้ำหนักราว 80% ว่า Fed จะคงดอกเบี้ย เดือนนี้ ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้น Tech แต่ Yield และน้ำมันยังเป็นตัวถ่วง Paper 26-07-22

  • Oil ลดลงใกล้ $100 หลัง Supply ตะวันออกกลางฟื้น + G7 ปล่อยคลังฉุกเฉิน Brent ปิดที่ $100.32 และ WTI ที่ $89.43 หลังการส่งออกน้ำมันเริ่มกลับมา ขณะที่ G7 ตกลงปล่อยน้ำมันดิบและดีเซลรวม 100 ล้านบาร์เรล เพื่อลดความเสี่ยง Supply Shock แต่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่หาย Paper 26-07-22

  • AI Boom เริ่มถูกทดสอบด้วยตลาดหนี้ Anthropic เตรียมระดมหนี้ $60B เพื่อเช่า AI Chips แบ่งเป็น Senior Secured Debt $42B และ Junior Debt $18B ทำให้ตลาดเริ่มเปลี่ยนคำถามจาก “AI โตแค่ไหน” ไปสู่ “ผลตอบแทนจาก AI Capex คุ้ม Cost of Capital หรือไม่” Paper 26-07-22

  • Midterm ยังผันผวนก่อนเลือกตั้ง แต่สถิติหลังเลือกตั้งหนุนหุ้น ตั้งแต่ปี 1946 S&P 500 ให้ผลตอบแทนบวกทุกครั้งในช่วง 12 เดือนหลัง Midterm ขณะที่ Q4 ของปี Midterm ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +6.6% และเป็นบวก 84% ของเวลา โดยปีนี้ยังมีแรงหนุนเพิ่มจาก Earnings ที่คาดโตแรง Paper 26-07-22

  • หุ้นอาจไม่แพงเท่าที่ดูจาก P/E เพราะ Earnings โตเร็วมาก แม้ตลาดถูกมองว่า Valuation สูง แต่ PEG Ratio ของ S&P 500 กลับอยู่ต่ำสุดในรอบ 30 ปี เพราะกำไร Q3 ถูกคาดโต 29.5% YoY, Q4 โต 27.6% และทั้งปี 2026 โต 32.4% เงื่อนไขสำคัญคือกำไรต้องออกมาใกล้เคียงคาด

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: Yield ทำจุดสูงใหม่ หุ้นต้องระวังอะไรต่อ? | BNY

WHAT HAPPEN

  • US 10Y Treasury Yield ขึ้นมาราว 5.30% หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps โดยแรงหลักมาจาก Real Yield ที่สูงขึ้น Paper 26-07-22
  • ตลาดกำลัง Price-in ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีกราว 4 ครั้งถึงสิ้นปี 2027 ขณะที่ 10Y Real Yield ขึ้นใกล้ 2.9% Paper 26-07-22
  • ประวัติศาสตร์ชี้ว่า หลัง Fed เริ่มขึ้นดอกเบี้ย 10Y Yield มักขึ้นต่ออีกหลายเดือน ก่อนเริ่มทรงตัวในช่วงประมาณ 3–6 เดือน Paper 26-07-22

WHY SHOULD I KNOW

  • Yield รอบนี้ไม่ได้ขึ้นเพราะ Inflation Expectation อย่างเดียว แต่เพราะตลาดมองว่า Nominal Growth ยังแข็งแรง
  • หุ้นโดยรวมยังรับมือได้ เพราะ AI Capex และกำไรบริษัทช่วยชดเชยแรงกดจากDiscount Rate Paper 26-07-22
  • กลุ่ม Long Duration เช่น Real Estate, Utilities และ Consumer Discretionary เริ่มได้รับแรงกดดันชัดขึ้น Paper 26-07-22

WHAT TO DO NEXT

  • จับตา Real Yield มากกว่าดูแค่ Nominal Yield
  • เน้นหุ้นที่ Earnings และ Cash Flow แข็งแรง มากกว่าหุ้นที่พึ่ง Valuation สูง
  • ระวังสินทรัพย์ Long Duration หาก Yield ยังปรับขึ้นต่อ

Paper 2: โอกาสใหม่ท่ามกลางความเสี่ยงตลาด | Raymond James

WHAT HAPPEN

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัว โดยคาด GDP ปี 2026 โตประมาณ 2.3% และปี 2027 ราว 2.2% Paper 26-07-22
  • Raymond James คาด Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปี แต่ยังมองเป็น Mid-Cycle Adjustment มากกว่ารอบ Tightening ครั้งใหญ่ Paper 26-07-22
  • หุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนจาก Earnings และ AI โดยตั้งเป้า S&P 500 ใน 12 เดือนที่ 8,450 จุด หรือ Upside ราว 11% Paper 26-07-22

WHY SHOULD I KNOW

  • ตลาดแรงงานและการบริโภคเริ่มชะลอบางส่วน แต่ยังไม่เห็นสัญญาณ Recession ชัด
  • Bond Yield สูงทำให้ตราสารหนี้คุณภาพดีมีบทบาทมากขึ้น เพราะให้ Income และช่วยเป็น Buffer ของพอร์ต Paper 26-07-22
  • ความเสี่ยงของหุ้นอยู่ที่ Concentration + Valuation + Yield สูง แต่ Earnings ยังแข็งพอชดเชยแรงกดดันได้บางส่วน Paper 26-07-22

WHAT TO DO NEXT

  • ยังให้น้ำหนักหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Technology / AI แต่ควรคัดบริษัทที่กำไรแข็งแรง
  • เพิ่ม High-Quality Fixed Income แทนการไล่หา Yield ใน Credit คุณภาพต่ำ
  • กระจายไป Emerging Markets Asia และ Japan ซึ่งได้ประโยชน์จาก AI Investment Cycle และ Earnings Growth Paper 26-07-22

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ Yield สูงยังเป็นแรงกด แต่ยังไม่ใช่เหตุผลพอให้หนีหุ้นทั้งหมด BNY มองว่า Yield ที่สูงขึ้นสะท้อนเศรษฐกิจที่ยังแข็งแรงและ Real Yield ที่ปรับขึ้น ขณะที่ Raymond James ยังเห็น Upside ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จาก Earnings และ AI Capex พร้อมมองว่า Bond คุณภาพสูงกลับมาน่าสนใจมากขึ้น

แก่นสำคัญจึงคือ “ถือหุ้นเพื่อ Growth แต่ใช้ Bond เพื่อ Income และ Stability” และในฝั่งหุ้นควรเลือกบริษัทที่กำไรจริงแข็งแรง มากกว่าพึ่งเพียง Valuation หรือ Narrative.

Yield ยังไปต่อ / Q4 จับตา US-Bond-Sector | TSL 06 October  26 Read More »

Yield 5% คือ Normal ใหม่ ? / โลก 2 ใบ Earnings ดี แต่ Bond น้ำมันพัง | TSL 05 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนสำคัญ คือ Bond Yield สูงอาจกลายเป็น New Normal และ ตลาดหุ้นยังเดินหน้าต่อได้เพราะ Earnings แม้โลกเต็มไปด้วยความเสี่ยง ฝั่ง BNP มองว่า Yield สหรัฐฯ เหนือ 5% อาจไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติ หากเศรษฐกิจยังโตแรงและเงินเฟ้อยังสูง ขณะที่ Robeco มองตลาดกำลังอยู่ใน “Parallel Worlds” ด้านหนึ่งคือ AI, Productivity และกำไรบริษัทที่แข็งแรง แต่อีกด้านคือหนี้โลกสูง สงคราม เงินเฟ้อ และต้นทุนเงินทุนที่ตึงขึ้น

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • ตลาดรอ Jobs แต่ Oil + Yield ยังเป็นแรงกดหลัก Futures สหรัฐฯ บวกเล็กน้อย โดย S&P 500 +0.1%, Nasdaq 100 +0.23% และ Dow +0.07% แต่ตลาดยังไม่กล้าไล่ราคา เพราะ 10Y Yield สูงกว่า 5% และ Brent พุ่งจากความเสี่ยงตะวันออกกลาง ขณะที่ Fed ยังส่งสัญญาณ Hawkish Paper 26-07-22

  • ตลาด “มีทุกเหตุผลให้ลง แต่ยังไม่ลง” แม้ Yield สูง, น้ำมันแพง, AI Risk และ Market Breadth อ่อน แต่ S&P 500 ยังอยู่ห่างจุดสูงสุดไม่ถึง 1% สะท้อนว่าแรงซื้อยังแข็ง โดยจุดเสี่ยงสำคัญคือหาก Yield ขึ้นถึงแถว 5.5% Valuation อาจเริ่มถูกกดชัดขึ้น Paper 26-07-22

  • OPEC+ ยังเพิ่ม Supply ไม่ได้จริงตามเป้า ผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียยังส่งออกได้เพียง 60–80% ของระดับปกติ และ 7 ประเทศหลักยังผลิตต่ำกว่าก่อนสงครามราว 5 ล้านบาร์เรล/วัน ทำให้ความเสี่ยงด้านน้ำมันยังเป็นแรงกดเงินเฟ้อและ Bond Yield ต่อเนื่อง Paper 26-07-22

  • Bond Yield สูงอาจไม่ได้มาจากเงินเฟ้ออย่างเดียว แต่จาก “เงินทุนขาดแคลน” 30Y Treasury Yield ขึ้นถึง 5.62%ขณะที่ Real Yield สูงกว่า 3% ท่ามกลาง Fiscal Deficit เกือบ $1.9T และ AI Boom ที่ต้องใช้เงินมหาศาลสร้าง Data Center, Chip และ Power Infrastructure ทำให้รัฐบาลกับ AI Capex แย่งเงินทุนก้อนเดียวกัน Paper 26-07-22

  • ดอกเบี้ยสูงเริ่มกัดเศรษฐกิจ แต่ Big Tech ยังรับแรงได้ดีกว่า Moody’s Mark Zandi เตือนว่า 10Y Yield 5.22% และ Mortgage 30 ปี 7.5% เริ่มกดต้นทุนครัวเรือนและธุรกิจ หากยืดเยื้ออาจเพิ่ม Corporate Bankruptcy โดยเฉพาะบริษัทหนี้สูง ขณะที่ Big Tech ยังได้เปรียบจาก Margin สูงและ AI Earnings ที่แข็งแรง Paper 26-07-22

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: Yield 5% กำลังจะเป็นเรื่องปกติใหม่? | BNP

WHAT HAPPEN

  • US 10Y Yield เพิ่มขึ้นมากกว่า 60 bps ระหว่างต้น ส.ค.–ต้น ต.ค. และยังทรงตัวสูงแม้น้ำมันจะย่อลง Paper 26-07-21
  • ปัจจัยขับ Yield เปลี่ยนจากน้ำมัน ไปเป็นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแรงขึ้น โดย GDP Q2 ถูกปรับจาก 1.5% เป็น 2.2% Paper 26-07-21
  • BNP มองว่า Yield เหนือ 5% อาจเป็นการกลับสู่ “ภาวะปกติแบบยุค 80s–90s” มากกว่าจะเป็นภาวะผิดปกติ Paper 26-07-21

WHY SHOULD I KNOW

  • Yield สูงไม่ได้แปลว่าหุ้นทุกกลุ่มต้องลง เพราะ Tech ยังได้แรงหนุนจาก Earnings Momentum จนหักล้างแรงกดจาก Discount Rate ได้ Paper 26-07-21
  • Nominal GDP สหรัฐฯ ยังอยู่แถว 6.3% ทำให้ Yield ระดับ 5% อาจไม่ได้สูงเกินพื้นฐานเศรษฐกิจมากนัก Paper 26-07-21
  • ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ Debt Sustainability, Oil Shock และ Fed ที่อาจต้องขึ้นดอกมากกว่าคาดหากเศรษฐกิจร้อนเกินไป Paper 26-07-21

WHAT TO DO NEXT

  • อย่าตั้งพอร์ตบนสมมติฐานว่า Yield จะกลับต่ำเร็ว
  • ให้น้ำหนักหุ้นที่ Earnings แข็งแรงพอชดเชยต้นทุนเงินทุนสูง
  • จับตา Nominal GDP, Fed, ราคาน้ำมัน และ Credit Spread มากกว่าดู Yield เพียงตัวเดียว

Paper 2: ยุคตลาดหุ้น 2 ชั้น AI ดันกำไร แต่หนี้โลกดึงแรง | Robeco

WHAT HAPPEN

  • ตลาดกำลังอยู่ใน “Parallel Worlds” ด้านหนึ่งเศรษฐกิจและกำไรแข็งแรงจาก AI และ Innovation แต่อีกด้าน Bond Market ถูกกดจากหนี้สูง สงคราม และดอกเบี้ย Paper 26-07-21
  • Robeco ยังมีมุมมอง Constructive ต่อหุ้น เพราะ Earnings, Liquidity และ Fiscal Support ยังช่วยพยุงตลาด Paper 26-07-21
  • ตลาดเริ่มกระจายกว้างขึ้นจาก Mag 7 ไปยัง Industrials, EM และหุ้น Free-Cash-Flow สูง Paper 26-07-21

WHY SHOULD I KNOW

  • S&P 500 Earnings ปีนี้ถูกคาดโตระดับ Mid-20s ถึง High-30s และยังโตต่อในปี 2027 จึงช่วยรองรับตลาดแม้ Yield สูง Paper 26-07-21
  • EM เด่นจาก EPS Growth ที่แข็งแรง โดย Robeco คาดปี 2026 มี Growth Advantage เหนือ DM ราว 43% Paper 26-07-21
  • ปริมาณการออกพันธบัตรทั่วโลกปี 2026 อาจสูงถึง $29T ซึ่งเป็นแรงกดสำคัญต่อ Bond Yield และต้นทุนเงินทุน Paper 26-07-21

WHAT TO DO NEXT

  • ไม่ต้องเลือกแค่ “AI หรือ Non-AI” แต่เน้นบริษัทที่สร้าง Free Cash Flow ได้จริง
  • มองหาโอกาสใน EM, Industrials, Automation, Defense และ Energy Infrastructure
  • ระวังโลกที่ Debt Supply สูง เพราะ Yield อาจอยู่สูงนาน และกด Valuation ของสินทรัพย์ที่พึ่งเงินทุนราคาถูก

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ Yield 5% อาจไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป หากเศรษฐกิจและกำไรยังโตแรง BNP มองว่านี่อาจเป็นการกลับสู่ Normal Regime มากกว่าวิกฤต ขณะที่ Robeco มองว่าตลาดหุ้นยังมีแรงหนุนจาก Earnings, AI และ Productivity แต่ต้องยอมรับว่าโลกอีกด้านหนึ่งกำลังเจอ Debt Supply, Fiscal Risk และต้นทุนเงินทุนที่สูงขึ้น

แก่นสำคัญจึงคือ “อย่าถามแค่ว่า Yield สูงไหม แต่ต้องถามว่ากำไรโตเร็วพอชนะ Yield หรือไม่”.

Yield 5% คือ Normal ใหม่ ? / โลก 2 ใบ Earnings ดี แต่ Bond น้ำมันพัง | TSL 05 October  26 Read More »

VIEW 2027 – The Fifth Year of the Bull Market

ตลาดหุ้นเดินหน้ามาถึงปีที่ 5 ของขาขึ้นแล้ว—ยังมีโอกาสให้ลงทุน หรือถึงเวลาต้องระวัง?

เมื่อราคาหุ้นปรับขึ้นต่อเนื่อง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า “ตลาดจะขึ้นอีกไหม” แต่คือ กำไรของบริษัทจะเติบโตทันราคาหุ้นหรือเปล่า และหุ้นกลุ่มไหนยังมีโอกาสเป็นผู้ชนะในรอบถัดไป

เราขอเชิญชวนมาร่วมงานสัมมนา “ส่องโอกาสลงทุน: หุ้นกระทิงปีที่ 5” เพื่อมองปัจจัยที่จะขับเคลื่อนตลาด ประเมินความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม และค้นหาโอกาสลงทุนท่ามกลางตลาดที่ไม่ได้ขึ้นพร้อมกันทุกตัว

แล้วมาพบกัน วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผ่าน Online Seminar ครับ

VIEW 2027 – The Fifth Year of the Bull Market Read More »

4 คำถามรับ Q4 / เศรษฐกิจฟื้น AI หนุนกำไร / เลือกหุ้นกำไรจริง ไม่อิงสตอรี่ | TSL 02 October  26

ประเด็นวันนี้มี 3 แกนที่เชื่อมกันชัดเจน คือ การกระจายพอร์ตในโลก Yield สูง, โมเมนตัมเศรษฐกิจ Q4 ที่กลับมาแข็งแรง และการเข้าสู่ AI Phase 2 ฝั่ง Morningstar มองว่าตลาดเริ่มเปลี่ยนจากการพึ่งหุ้น Growth ขนาดใหญ่ไปสู่ Value, Small/Mid Cap, International และ Commodities มากขึ้น ขณะที่ Allianz เห็นภาพเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวพร้อมกับ AI Capex ที่ยังหนุนตลาด ส่วน Franklin Templeton ชี้ว่าเฟสถัดไปของ AI จะไม่ได้วัดกันที่ Capex อย่างเดียว แต่ต้องดูว่า AI สร้าง Productivity และ Earnings จริงให้บริษัทได้มากแค่ไห

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • Micron งบแรง แต่ Bond Yield ยังเป็นเพดานตลาด Futures สหรัฐฯ ขยับขึ้นหลัง Micron รายงาน EPS และ Guidance ดีกว่าคาด ยืนยันว่า AI Demand ยังแข็งแรง แต่ 10Y Treasury Yield ที่สูงกว่า 5.2% ยังจำกัด Upside ของตลาด โดย Nonfarm Payrolls จะเป็นข้อมูลสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยรอบถัดไป Paper 26-07-21

  • Fed ยังไม่จบรอบขึ้นดอกเบี้ยง่าย ๆ Lorie Logan มองว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีกอย่างน้อย 50 bps หากเศรษฐกิจยังแข็งและเงินเฟ้อลงไม่พอ ทำให้ตลาดต้องระวังว่า Terminal Rate อาจสูงกว่าที่ Price-in ไว้ แม้ Core PCE รอบล่าสุดจะออกมาต่ำกว่าคาด Paper 26-07-21

  • น้ำมันยังสูง แม้ Supply ตะวันออกกลางเริ่มฟื้น Brent อยู่แถว $98.23 และ WTI $90.49 โดย Middle East Crude Exports ฟื้นขึ้น แต่ Supply ยังต่ำกว่าก่อนสงครามราว 3.2 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันยังตึงจาก Gasoline และ Distillate Inventory ที่ลดลง Paper 26-07-21

  • Citadel มอง Q4 เป็น “Reload” หลัง September Reset ตลาดไปเยอะแล้ว Positioning เบาลง Valuation ลดลง และเดือน ต.ค. มีแรงหนุนจาก Earnings Season กับ Corporate Buybacks แต่ต้องดูว่า Trading Volume จะกลับมาจริงหรือไม่ เพราะหาก Volume ยังต่ำ Rally อาจไปได้ไม่ไกล Paper 26-07-21

  • AI Fundamental ยังแข็ง แต่ Market Technical เริ่มเปราะ เดือน ก.ย. หุ้นประมาณ 75% ใน S&P 500 ปรับลง และมีเพียง 40.55% ที่อยู่เหนือเส้น 200 วัน ขณะที่ BofA Bull & Bear Indicator ขึ้นถึง 9.6 ในเขต Sell Signal แต่ฝั่ง AI ยังมีแรงหนุนจาก Chip Cycle โดย BofA เลือก NVDA, INTC, MU, MRVL และ LRCX เป็น Top Picks พร้อมเพิ่มคาดการณ์ตลาด AI Data Center ปี 2030 เป็น $2.2T

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: 4 คำถามชี้ทิศตลาด Q4 | Morningstar

WHAT HAPPEN

  • US 10Y Treasury Yield ขึ้นเหนือ 5% กดดัน Valuation หุ้นและพันธบัตรระยะยาวPaper 26-07-20
  • ตลาดเริ่มเห็นการหมุนจาก Growth / Large Cap ไปยัง Value, Micro-cap, Small Cap และหุ้นนอกสหรัฐฯ Paper 26-07-20
  • Commodities และ Natural Resources ยังเด่นจาก Energy, Copper, Agricultural Inputs และวัตถุดิบ Paper 26-07-20

WHY SHOULD I KNOW

  • Yield สูงทำให้ Risk-Reward ของหุ้นแพงและสินทรัพย์ Leverage สูงแย่ลง
  • AI ยังแข็งแรง แต่การกระจุกตัวในหุ้น AI ขนาดใหญ่ทำให้ Concentration Risk สูงขึ้นPaper 26-07-20
  • การเปลี่ยน Market Leadership ทำให้ Diversification มีความสำคัญมากขึ้นกว่าช่วงที่ US Growth ครองตลาด

WHAT TO DO NEXT

  • กระจายออกจาก Growth ขนาดใหญ่ไปยัง Value / Small-Mid Cap / International
  • ใช้ Fixed Income ที่ Yield สูงขึ้น และ Natural Resources ช่วยกระจายความเสี่ยง
  • ระวัง Valuation, Leverage และการกระจุกตัวใน AI มากเกินไป Paper 26-07-20

Paper 2: Q4 Momentum is Back เมื่อตลาดกลับมาเร่งเครื่อง | Allianz

WHAT HAPPEN

  • เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น โดยสหรัฐฯ ยังแข็งแรง ยุโรปดีกว่าคาด และจีนมีโอกาสฟื้นใน Q4 Paper 26-07-20
  • Allianz คาด Fed, ECB และ BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มแห่งละ 25 bps ภายในสิ้นปีPaper 26-07-20
  • Earnings และ AI-related spending ยังช่วยหนุนทั้งหุ้นและ Credit แม้ Bond Yield สูงขึ้น Paper 26-07-20

WHY SHOULD I KNOW

  • ภาพเศรษฐกิจที่ยังแข็งแรงทำให้ตลาดยังรองรับ Risk Asset ได้ แม้ดอกเบี้ยสูง
  • AI Opportunity กำลังกระจายจาก GPU ไปยัง Optical Interconnects, Power Systems, Advanced Materials และ Electrification Paper 26-07-20
  • Allianz ให้น้ำหนัก Overweight หุ้น โดย Conviction สูงสุดอยู่ที่ Emerging Markets ตามด้วย Japan, US และ Europe Paper 26-07-20

WHAT TO DO NEXT

  • มองโอกาสใน EM, Japan และ AI Infrastructure ที่กว้างกว่า Semiconductor
  • เพิ่ม Value เพื่อช่วยถ่วงความเสี่ยงจาก AI / Momentum / Growth Duration สูง Paper 26-07-20
  • ระวัง Developed Market Government Bonds บางส่วน เพราะ Core Inflation และ Fiscal Risk ยังสูง Paper 26-07-20

Paper 3: AI Phase 2 จากกระแสสู่กำไรจริง | Franklin Templeton

WHAT HAPPEN

  • คอขวด AI กำลังย้ายจาก Compute ไปสู่ ไฟฟ้า Cooling ระบบส่งไฟ และ Connectivity Paper 26-07-20
  • Fed ขึ้นดอกเบี้ยและประเด็น AI Safety ทำให้ตลาดเริ่มถามว่า AI Infrastructure Cycle จะจบหรือไม่ แต่ Franklin มองว่า ยังไม่จบ Paper 26-07-20
  • AI Phase ถัดไปจะขยายจาก “ผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน” ไปสู่บริษัทที่นำ AI ไปใช้จริงในหลายอุตสาหกรรม Paper 26-07-20

WHY SHOULD I KNOW

  • ข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ไม่สามารถแก้ได้ด้วยดอกเบี้ยสูง จึงยังหนุน Capex ระยะยาว Paper 26-07-20
  • Earnings Surprise รอบต่อไปอาจมาจากบริษัท Industrials, Financials, Healthcare และ Consumer ที่ใช้ AI ลดต้นทุนและเพิ่ม Productivity Paper 26-07-20
  • เมื่อ Intelligence ถูกลง มูลค่าอาจย้ายไปยัง Proprietary Data, Trusted Distribution และ Embedded Workflows Paper 26-07-20

WHAT TO DO NEXT

  • อย่ามอง AI แค่ Semiconductor / Hyperscaler แต่ให้ดูบริษัทที่ใช้ AI เพิ่ม Margin และ Productivity ได้จริง
  • จับตา Power, Data Center, Cooling, Connectivity และ Infrastructure ที่ยังเป็นคอขวด
  • ให้ความสำคัญกับบริษัทที่มี Competitive Advantage และ Cash Flow จริง มากกว่าซื้อเพราะ “AI Story”

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ Q4 กำลังเปลี่ยนจากตลาดที่พึ่งผู้นำไม่กี่ตัว ไปสู่ตลาดที่ผลตอบแทนมีโอกาสกระจายกว้างขึ้น Morningstar เน้น Diversification ในโลก Yield สูง, Allianz มองว่า Momentum เศรษฐกิจและกำไรยังช่วยพยุง Risk Asset และ Franklin Templeton ชี้ว่า AI Phase 2 จะวัดกันที่ Productivity, Earnings และการใช้งานจริง

4 คำถามรับ Q4 / เศรษฐกิจฟื้น AI หนุนกำไร / เลือกหุ้นกำไรจริง ไม่อิงสตอรี่ | TSL 02 October  26 Read More »

หุ้น EM บวก Bond Selective / AI กู้มหาศาล Hidden Debt อยู่ที่ไหน | TSL 01 October  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนสำคัญที่เชื่อมกันชัดเจน คือ ตลาดหุ้นยังมีแรงไปต่อจาก Earnings แม้ Valuation จะตึงขึ้น และ AI Investment Cycle กำลังขยายจากตลาดหุ้นไปสู่ตลาดตราสารหนี้ ฝั่ง Pictet มองว่ากำไรบริษัททั่วโลก โดยเฉพาะ Emerging Markets และกลุ่ม IT/AI ยังแข็งแรงพอจะชดเชยแรงกดดันจาก Bond Yield ได้บางส่วน ขณะที่ Capital Group ชี้ว่า AI Infrastructure Boom กำลังใช้เงินลงทุนมหาศาลจนบริษัท Hyperscaler ต้องออกหนี้มากขึ้น ทำให้ Credit Spread และคุณภาพงบดุลเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในการคัดเลือกลงทุน Paper 26-07-17

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • ตลาดเริ่มผ่อนคลายหลัง Yield พักและน้ำมันลง S&P 500 Futures +0.17% และ Nasdaq 100 Futures +0.25% หลัง Treasury Yield ถอยจากจุดสูง ขณะที่ราคาน้ำมันลดลงจากสัญญาณ Supply ตะวันออกกลางฟื้น ช่วยลดทั้ง Inflation Risk และแรงกดดัน Valuation หุ้น Growth/Tech พร้อมกัน Paper 26-07-20

  • AI ยังเป็นเครื่องยนต์หลักของตลาด แต่ Concentration Risk สูงขึ้นมาก เดือน ก.ย. Nasdaq +1.8% สวนทาง Dow -4.3% และ Russell 2000 -5.4% โดย Meta, AMD และ Semiconductor เป็นตัวพยุงตลาด ขณะที่ UBS ประเมินว่า AI Investment + Wealth Effect มีส่วนต่อการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่า 80% Paper 26-07-20

  • Core PCE เย็นกว่าคาด ทำให้ตลาดลดเดิมพัน Fed Hike เดือน ต.ค. Core PCE เดือน ส.ค. อยู่ที่ +0.2% MoM ต่ำกว่าคาด +0.3% ส่งผลให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ย 25 bps เดือน ต.ค. ลดจาก 70.9% เมื่อสัปดาห์ก่อนเหลือ 37.1% และ “Hold” กลายเป็น Base Case มากขึ้น แต่ความเสี่ยงขึ้นดอกอีกครั้งปลายปียังไม่หาย Paper 26-07-20

  • AI Fundamental ยังแข็งมากจาก Memory และ Networking Micron รายงาน Revenue $54.23B สูงกว่าคาด และมองไตรมาสถัดไปที่ $60–63B จากดีมานด์ DRAM/HBM ขณะที่ HPE คาด AI Networking Orders ปี 2026 เกิน $3B และได้ออเดอร์ AMD Helios มูลค่า $1.2B สะท้อนว่า AI Capex กำลังกระจายจาก GPU ไปสู่ Memory, Server และ Networking มากขึ้น Paper 26-07-20 Paper 26-07-20

  • สงคราม AI เริ่มเข้าสู่ “สงครามราคา” พร้อมกับความเสี่ยงด้านนโยบายการค้า Google เปิด Gemini 4 Argon ด้วยราคาเริ่มต้นต่ำกว่าคู่แข่งมาก ขณะที่ Tariff ของ Trump ที่ครอบคลุมสินค้านำเข้า 99.4% ถูกท้าทายในศาลอีกครั้ง ซึ่งอาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อต้นทุนบริษัทและ Trade Policy สหรัฐฯ

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: แพงแค่ราคา แต่กำไรยังโต | Pictet

WHAT HAPPEN

  • Bond Yield สูงขึ้นจนหุ้นดูแพงเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ แต่ Pictet ยังมองว่า Earnings Growth แข็งแรงพอให้หุ้นไปต่อได้ Paper 26-07-17
  • Pictet คาดกำไร MSCI World โตมากกว่า 30% และกำไร Emerging Markets มากกว่า 65% ในปีนี้ Paper 26-07-17
  • กลุ่ม IT/AI ยังสร้างกำไรราว 41% ของกำไรบริษัททั่วโลก และประมาณสองในสามของการเติบโตของกำไรโลก Paper 26-07-17

WHY SHOULD I KNOW

  • Valuation ที่สูงยังไม่ใช่เหตุผลพอให้ลดหุ้นทันที หากกำไรยังโตเร็ว เพราะ Earningsสามารถชดเชยแรงกดจาก Discount Rate ได้
  • EM ex China เด่นจาก Earnings Growth, Global Trade และ Supply Chain Investment ขณะที่สหรัฐฯ ยังต้องพิสูจน์ว่า AI Capex จะเปลี่ยนเป็น Productivity จริงหรือไม่ Paper 26-07-17 Paper 26-07-17
  • ความเสี่ยงสำคัญคือ Equity Risk Premium ต่ำ และหาก 10Y Yield ขึ้นอีกประมาณ 0.50% หรือ P/E ขยายอีก 10–15% ตลาดอาจเข้าใกล้ระดับที่เปราะบางมากขึ้น Paper 26-07-17

WHAT TO DO NEXT

  • ให้น้ำหนักหุ้นที่มี Earnings Growth จริง มากกว่าหุ้นที่ขึ้นจาก Multiple Expansion
  • เน้น IT และ EM ex China มากขึ้น ขณะที่พันธบัตรยังควรอยู่ระดับ Neutral
  • จับตา Bond Yield, EPS Revision และ Productivity จาก AI ว่าจะช่วยรองรับ Valuation ได้ต่อหรือไม่

Paper 2: AI โตแรง หนี้โตตาม เกมลงทุนรอบใหม่กำลังเริ่ม | Capital Group

WHAT HAPPEN

  • AI Infrastructure Boom ทำให้การออกหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในตลาด Public และ Private Paper 26-07-17
  • Hyperscaler รายใหญ่ 5 รายออกตราสารหนี้รวมประมาณ $240.7B ถึงสิ้นเดือน ส.ค. 2026 และเมื่อรวม SpaceX/Nvidia ยอดรวมทุกสกุลเงินแตะราว $290.7B Paper 26-07-17
  • แม้ Supply หนี้สูง แต่ตลาด IG ยังดูดซับได้ดี โดย Credit Spread ตลาดรวมแทบไม่เปลี่ยนจากต้นปี Paper 26-07-17

WHY SHOULD I KNOW

  • AI Boom กำลังเปลี่ยนจาก “Equity Story” ไปเป็น Credit Story เพราะ Capex เริ่มสูงจนบางช่วงอาจมากกว่า Operating Cash Flow ของบริษัท Paper 26-07-17
  • Spread ของ Hyperscaler และบริษัท AI เริ่มกว้างขึ้น เพราะตลาดคาดว่าจะมีการออกหนี้เพิ่มอีกมากในปี 2027–2028
  • บริษัทที่มีธุรกิจหลากหลายและมี Infrastructure Fungibility สูง จะรับมือความเสี่ยงได้ดีกว่าบริษัท AI ที่มีโมเดลธุรกิจแคบ Paper 26-07-17

WHAT TO DO NEXT

  • เลือก Credit แบบรายบริษัท ไม่ซื้อธีม AI Debt แบบกว้าง ๆ
  • ให้น้ำหนักกับ Hyperscaler / IG Issuer ที่ Cash Flow แข็งแรง และ Industrial Suppliers ที่ได้ประโยชน์จาก AI Infrastructure
  • ระวัง Semiconductor Credit และโครงสร้าง SPV ที่ซับซ้อน เพราะอาจมีความเสี่ยงด้าน Balance Sheet และ Covenant มากกว่า Paper 26-07-17

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ หุ้นยังไม่หมดแรง แต่ตลาดกำลังเปลี่ยนจาก “Growth Story” ไปสู่ “Cash Flow + Balance Sheet Story” มากขึ้น Pictet ยังให้น้ำหนักหุ้นจากกำไรที่แข็งแรง โดยเฉพาะ EM ex China และ IT/AI ขณะที่ Capital Group ชี้ว่า AI Capex ที่มหาศาลกำลังทำให้บริษัทออกหนี้มากขึ้น จึงต้องดูทั้ง Revenue Growth, Credit Spread และความสามารถในการใช้โครงสร้างพื้นฐานให้เกิดประโยชน์หลายรูปแบบ

แก่นสำคัญจึงคือ Earnings ต้องโตให้เร็วพอชนะ Yield และ AI Revenue ต้องโตให้เร็วพอชนะ Debt.

หุ้น EM บวก Bond Selective / AI กู้มหาศาล Hidden Debt อยู่ที่ไหน | TSL 01 October  26 Read More »

โลกแตกแยก ลงทุนยังไงให้รอด / มุมมอง เศรษฐกิจ ดอกเบี้ย หุ้น และตราสารหนี้! | TSL 30 September  26

ประเด็นวันนี้มี 2 แกนใหญ่ที่เชื่อมกันชัดเจน คือ “โลกแตกขั้วกำลังเปลี่ยนทิศทางเงินลงทุน” และ “เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแรงพอให้ตลาดไปต่อได้” ฝั่ง Charles Schwab มองว่าโลกาภิวัตน์ไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนจากยุคที่เน้นต้นทุนต่ำที่สุด ไปสู่ยุคที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความยืดหยุ่น และ Supply Chain ที่เชื่อถือได้มากขึ้น Paper 26-07-17 ขณะที่ Raymond James มองว่าความไม่แน่นอนด้านดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ และ Valuation จะยังอยู่กับตลาด แต่เศรษฐกิจ กำไรบริษัท และ AI Investment Cycle ยังเป็นแรงหนุนสำคัญของสินทรัพย์เสี่ยง

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • Bond Yield 10 ปีพุ่งถึง 5.25% กลายเป็นแรงกดหลักของหุ้น Growth/Tech แม้ AI Earnings Story ยังไม่หาย แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า Valuation สูงจะรับ Discount Rate ที่สูงขึ้นได้นานแค่ไหน โดย Goldman มองว่าทางขึ้นที่ชัดที่สุดของหุ้นคือ Yield ต้องเริ่มผ่อนลง Paper 26-07-17

  • Fed ยังไม่รีบขึ้นดอกเดือน ต.ค. John Williams ระบุว่าควรรอข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้โอกาสขึ้นดอกเดือน ต.ค. ที่ตลาดเคยให้น้ำหนักราว 70% ลดเหลือประมาณ 50% แต่ยังมองว่า Fed อาจขึ้นอีก 1 ครั้งช่วงปลายปี จึงยังไม่ใช่สัญญาณว่ารอบขึ้นดอกเบี้ยจบแล้ว Paper 26-07-17

  • AI Trade เริ่มกระจายจาก Tech ไปสู่ “ผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน” Wells Fargo ลดมุมมอง Information Technology จาก Favorable เป็น Neutral เพราะ Valuation สูงและบริษัทเริ่มใช้หนี้มารองรับ AI Capex มากขึ้น ขณะที่เพิ่ม Industrials เป็น Favorable จากธีม AI Infrastructure, Power, Defense, Reshoring และ Aerospace Paper 26-07-17

  • Agentic AI กำลังเข้าสู่การใช้งานจริงมากขึ้น OpenAI เปิด Dots สำหรับงาน Enterprise/Workplace เชื่อมต่อได้ราว 4,000 แอป ขณะที่ Robinhood เตรียมขยาย Agentic Trading ให้ AI สามารถติดตามตลาดและทำรายการตามเงื่อนไขที่กำหนด สะท้อนการแข่งขันที่เปลี่ยนจาก “ใครมีโมเดลฉลาดกว่า” ไปเป็น “Agent ของใครทำงานจริงได้มากกว่า” Paper 26-07-17Paper 26-07-17

  • ตลาดเริ่มเลือกหุ้น AI มากขึ้น ไม่ใช่ซื้อทั้งธีม Netflix กลับมาถูกมองว่าน่าสนใจหลัง P/E ลดจากราว 40x เหลือ 18x ขณะที่ภาพรวมข่าวชี้ว่าโจทย์ใหญ่ของตลาดตอนนี้คือ AI Earnings / Monetization จะโตเร็วพอที่จะชดเชยแรงกดจาก Yield ที่สูงได้หรือไม่

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: โลกแตกขั้ว เงินลงทุนไปทางไหน? | Charles Schwab

WHAT HAPPEN

  • โลกกำลังเปลี่ยนจาก Globalization ที่เน้นต้นทุนต่ำ ไปสู่ Geopolitical Fragmentation ที่เน้นความมั่นคงและความต่อเนื่องของ Supply Chain Paper 26-07-17
  • Reshoring, Nearshoring และ Friend-shoring ทำให้บริษัทต้องกระจายฐานการผลิตมากขึ้น แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นก็ตาม Paper 26-07-17
  • เงินลงทุนเริ่มไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เช่น Defense, Energy, Semiconductor, AI Infrastructure, Logistics และ Critical Materials Paper 26-07-17 Paper 26-07-17

WHY SHOULD I KNOW

  • โลกที่เน้นความมั่นคงมากขึ้นอาจมี ต้นทุนสูงขึ้นและเงินเฟ้อผันผวนมากขึ้น แต่ก็สร้างโอกาสลงทุนใหม่ในหลายอุตสาหกรรม Paper 26-07-17
  • Technology และ Semiconductor กลายเป็นเรื่องของ “ความมั่นคงแห่งชาติ” ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจ ทำให้ Capex อาจอยู่สูงไปอีกหลายปี Paper 26-07-17
  • ประเทศที่มีทรัพยากรสำคัญหรือเชื่อมโยงหลายขั้วได้ดี เช่น India, Mexico, Vietnam, Indonesia และบางประเทศใน ASEAN อาจได้ประโยชน์มากขึ้น Paper 26-07-17

WHAT TO DO NEXT

  • กระจายการลงทุนทั้งภูมิภาค Sector และ Asset Class มากขึ้น แทนการพึ่งดัชนีเพียงอย่างเดียว Paper 26-07-17
  • วิเคราะห์รายบริษัทว่าอยู่ตรงไหนใน Supply Chain มี Pricing Power หรือเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญได้หรือไม่ Paper 26-07-17
  • จับตากลุ่ม Defense, Power, Semiconductor, AI Infrastructure, Cybersecurity และ Critical Materials แต่ไม่ควรซื้อทั้งธีมแบบเหมารวม เพราะผู้ชนะและผู้แพ้จะต่างกันมากขึ้น Paper 26-07-17

Paper 2: นิ่งให้เป็น เห็นโอกาสให้ขาด | Raymond James

WHAT HAPPEN

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังขยายตัว โดยคาด GDP ปี 2026 โตประมาณ 2.3% และความเสี่ยง Recession ก่อนปี 2027 ยังถูกมองว่าจำกัด Paper 26-07-17
  • AI, Data Center, Infrastructure และ Technology ยังช่วยหนุน Productivity และกำไรบริษัท Paper 26-07-17
  • หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน Raymond James คาดอาจขึ้นอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปี แต่ยังมองว่าเป็น Mid-Cycle Adjustment มากกว่าวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่Paper 26-07-17

WHY SHOULD I KNOW

  • แม้ Bond Yield สูงและเงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยง แต่กำไรบริษัทและ AI Capex ยังเป็นแรงหนุนที่สำคัญต่อหุ้นสหรัฐฯ Paper 26-07-17
  • Raymond James มองว่า High-Quality Fixed Income กลับมาน่าสนใจ เพราะให้ทั้ง Income, Diversification และ Stability Paper 26-07-17
  • Technology ยังเป็นผู้นำตลาด แต่โอกาสเริ่มกระจายไปยัง Industrials, Consumer Discretionary, Japan และ Emerging Asia มากขึ้น Paper 26-07-17

WHAT TO DO NEXT

  • ไม่ต้องพยายามจับจังหวะทุกความผันผวน แต่ให้ยึด Earnings, Business Cycle, AI Capex และ Valuation เป็นแกนหลัก
  • กระจายพอร์ตระหว่างหุ้นคุณภาพและ Fixed Income คุณภาพสูง เพื่อลดความเสี่ยงจาก Yield ที่ยังสูง
  • มองหาโอกาสใน Technology, Industrials และ Consumer Discretionary พร้อมกระจายภูมิภาคไป Japan และ Emerging Asia ตามความเหมาะสม Paper 26-07-17

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ โลกกำลังเปลี่ยนโครงสร้าง และตลาดกำลังเปลี่ยนวิธีเลือกผู้ชนะ Charles Schwab ชี้ว่า Geopolitical Fragmentation จะทำให้เงินลงทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงมากขึ้น ขณะที่ Raymond James ยังมองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐฯ และกำไรบริษัทแข็งแรงพอให้ตลาดไปต่อได้ แม้ Bond Yield และเงินเฟ้อยังเป็นแรงกดดัน

โลกแตกแยก ลงทุนยังไงให้รอด / มุมมอง เศรษฐกิจ ดอกเบี้ย หุ้น และตราสารหนี้! | TSL 30 September  26 Read More »

โลกโตแข็งแรง แม้พลังงานแพง / Midterm แค่ Noise ไม่ใช่ Signal | TSL 29 September  26

ประเด็นวันนี้มี 2 ความเสี่ยงที่ตลาดต้องแยกให้ออก คือ “ความเสี่ยงมหภาค” จาก Energy Shock และ “ความเสี่ยงเชิงนโยบาย” จากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ฝั่ง Wellington มองว่าเศรษฐกิจโลกยังแข็งแรงกว่าที่คาด แม้ราคาพลังงานสูง แต่หากวิกฤตยืดเยื้อ อาจกระทบเงินเฟ้อ Bond Yield การบริโภค และฐานะการคลังของหลายประเทศ ขณะที่ Morgan Stanley มองว่า Midterm เป็นเหตุการณ์ที่ควรติดตาม แต่เศรษฐกิจ กำไรบริษัท เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และ AI Investment Cycle ยังเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดที่สำคัญกว่า

สรุปอัปเดตสภาวะตลาดวันนี้

  • Iran–Hormuz กลับมากดตลาดอีกครั้ง หลัง Trump ปฏิเสธข้อเสนอเปิดช่องแคบ Hormuz ขณะที่อิหร่านยังไม่ลดเงื่อนไข ทำให้ Brent กลับขึ้นเหนือ $100 และตลาดต้องกลับมาประเมินความเสี่ยง Energy Shock → Inflation → Fed ใหม่อีกครั้ง Paper 26-07-16

  • ทองถูกขายแรง แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง Spot Gold ลดลงราว -3.3% เหลือ $4,146 และ Silver -5.1% เพราะตลาดให้น้ำหนักกับ Bond Yield และโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า Safe Haven Demand โดยตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเดือน ต.ค. ราว 65% Paper 26-07-16

  • Fed รอบเดือน ต.ค. อาจตัดสินกันที่ Core CPI มากกว่า Payroll Citi มองว่าหาก Core CPI เดือน ก.ย. ลดเหลือ +0.2% MoM หรือต่ำกว่า อาจเพียงพอให้ Fed เลือก “คงดอกเบี้ย” แต่หากเงินเฟ้อยังเหนียว ตลาดแรงงานระดับปัจจุบันยังไม่อ่อนพอที่จะหยุดการขึ้นดอกเบี้ย Paper 26-07-16

  • AI Boom ระยะสั้นอาจ “สร้างเงินเฟ้อ” ก่อนสร้าง Productivity Lisa Cook ชี้ว่า AI Investment กำลังเพิ่ม Demand ต่อ Chip, Data Center, Construction, Labor และ Energy พร้อมกัน จึงอาจดันต้นทุนขึ้นในช่วงแรก ขณะที่ประโยชน์ด้าน Productivity ที่ช่วยลดเงินเฟ้ออาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี Paper 26-07-16

  • AI เดินหน้าจาก Agent สู่ Science และ Physical AI Anthropic พบว่า AI เร่งการวิเคราะห์งานวิจัยได้มาก แต่ Bottleneck ย้ายไปอยู่ที่การทดลองจริงใน Wet Lab ขณะที่ AMD ทุ่ม $8.2B ซื้อ World Labs ของ Fei-Fei Li เพื่อขยายจาก Hardware ไปสู่ Spatial Intelligence, Robotics และ Physical AI Paper 26-07-16

สรุปเนื้อหา Paper วันนี้

Paper 1: ทางรอดนักลงทุนยุควิกฤตพลังงาน | Wellington

WHAT HAPPEN

  • เศรษฐกิจโลกยังโตแข็งแรง โดย Nominal Growth อยู่ราว 5–6% YoY สูงสุดในรอบประมาณ 20 ปี Paper 26-07-16
  • Energy Shock มีแนวโน้มกดการเติบโตลงประมาณ 1.5–2 จุดเปอร์เซ็นต์ ใน Q4 และต้นปี 2027 แต่กรณีฐานยังไม่ใช่เศรษฐกิจถดถอย Paper 26-07-16
  • ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากราคาน้ำมันสูงนาน เพราะอาจดันเงินเฟ้อ Bond Yield และบังคับให้ธนาคารกลางตอบสนองแรงขึ้น Paper 26-07-16

WHY SHOULD I KNOW

  • วิกฤตพลังงานรอบนี้ไม่ได้กระทบแค่น้ำมัน แต่เชื่อมไปถึง Inflation → Policy → Bond Yield → Consumer
  • ประเทศที่มีหนี้สูงและฐานะการคลังอ่อนแอ เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ อาจถูกตลาดกดดันผ่าน Term Premium ที่สูงขึ้น Paper 26-07-16
  • AI Capex ยังช่วยพยุง Growth แต่หากการลงทุน AI ชะลอพร้อมกับ Energy Shock ที่รุนแรงขึ้น ความเสี่ยงขาลงจะมากขึ้น Paper 26-07-16

WHAT TO DO NEXT

  • จับตาราคาน้ำมัน ระยะเวลาของความขัดแย้ง และการตอบสนองของธนาคารกลาง
  • ในตราสารหนี้ ให้ความสำคัญกับประเทศที่มีนโยบายการเงินน่าเชื่อถือและฐานะการคลังแข็งแรงกว่า
  • ระวังการกระจุกตัวในสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อ Bond Yield และติดตาม AI Capex ควบคู่กับ Energy Shock Paper 26-07-16

Paper 2: Midterm 2026 เกมการเมืองที่ตลาดต้องจับตา | Morgan Stanley

WHAT HAPPEN

  • Morgan Stanley ระบุว่า ค่าครองชีพ เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของ Midterm 2026 เพราะราคาสินค้าจำเป็นยังอยู่สูง แม้อัตราเงินเฟ้อจะชะลอลงแล้ว Paper 26-07-16 Morgan Stanley
  • เครื่องมือ Midterm Signal Monitor ของ Morgan Stanley ติดตาม 4 ตัวแปร ได้แก่ Congressional Polling, Presidential Approval, Consumer Sentiment และ Gasoline Prices; บริษัทระบุชัดว่าควรใช้เป็น “สัญญาณเชิงทิศทาง” ไม่ใช่การพยากรณ์ผลเลือกตั้ง Paper 26-07-16 Morgan Stanley
  • หากดุลอำนาจในสภาคองเกรสเปลี่ยน กลุ่ม Technology และ Energy อาจเผชิญความเสี่ยงด้านนโยบายและการตรวจสอบมากขึ้น Paper 26-07-16 Morgan Stanley

WHY SHOULD I KNOW

  • Midterm สามารถเปลี่ยนระดับ Policy Risk ของบาง Sector ได้ แม้ไม่ได้เปลี่ยนแนวโน้มตลาดทั้งหมด
  • Technology อาจถูกจับตาในเรื่อง Competition, Data Privacy และ AI ส่วน Energy อาจเผชิญประเด็นภาษี ราคาพลังงาน และ Fossil Fuel Policy Morgan Stanley
  • Morgan Stanley มองว่าการเมืองยังไม่ควรถูกใช้เป็นตัวแปรเดียวในการจัดพอร์ต เพราะ Macro, Earnings, Inflation, Rates และ AI Investment Cycle มีแนวโน้มสำคัญกว่าต่อผลตอบแทนตลาด Paper 26-07-16 Morgan Stanley

WHAT TO DO NEXT

  • ติดตาม Policy Risk แบบ Sector-specific มากกว่าตัดสินตลาดทั้งหมดจากผลเลือกตั้ง
  • สำหรับ Technology และ Energy ให้จับตาว่าการตรวจสอบทางการเมืองเปลี่ยนเป็นกฎหมายหรือนโยบายจริงหรือไม่
  • รักษา Asset Allocation ตาม Earnings, ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ Business Cycle และ AI Capex มากกว่าการปรับพอร์ตจาก Election Noise เพียงอย่างเดียว Morgan Stanley

สรุปภาพรวมรายการวันนี้

ภาพรวมวันนี้คือ ตลาดกำลังเจอทั้ง Macro Risk และ Policy Risk พร้อมกัน แต่สองอย่างนี้ส่งผลต่างกัน Wellington เตือนว่า Energy Shock ที่ยืดเยื้อสามารถกระทบเงินเฟ้อ Bond Yield การบริโภค และความยั่งยืนของหนี้รัฐบาลได้ ขณะที่ Morgan Stanley มอง Midterm 2026 เป็นเหตุการณ์ด้านนโยบายที่ควรจับตา โดยเฉพาะผลต่อ Technology และ Energy แต่ไม่ได้มองว่า Election Outcome เพียงอย่างเดียวควรเป็นตัวกำหนดพอร์ต

ดังนั้นประเด็นที่ควรติดตามคือ Oil → Inflation → Fed → Yield ควบคู่กับ Election →Policy Risk ราย Sector โดยยังยึดกำไรบริษัท วัฏจักรเศรษฐกิจ และ AI Investment เป็นแกนหลักของการประเมินตลาด.

โลกโตแข็งแรง แม้พลังงานแพง / Midterm แค่ Noise ไม่ใช่ Signal | TSL 29 September  26 Read More »

Scroll to Top