Weekly update

ตลาดหมีหุ้นร่วงหนัก ต้องกลัวแค่ไหน


ตลาดหมีหุ้นร่วงหนัก ต้องกลัวแค่ไหน

BlackRock

🏦 BlackRock ยังไม่ได้ช้อนหุ้นเพราะการประเมินมูลค่ายังไม่ดีขึ้นอย่างแท้จริง มีความเสี่ยงที่ FED จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่คาด และจะทำให้ส่วนต่างกำไรเพิ่มขึ้น
 
📉 หุ้นร่วงหนักและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นสูงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากข่าวอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ยังสูงและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาคยุโรปอย่างรวดเร็ว
 
👨‍💼 FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในสัปดาห์นี้ในความเห็นของเรา และผลรวมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมดจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ความเสี่ยงในการเข้มงวดทางนโยบายการเงินก็เพิ่มขึ้น
(ตัวเลขจริงประกาศออกมาแล้วที่ 0.75%)
 
🖐 เรายังไม่ซื้อหุ้นที่ตกในตอนนี้เพราะการประเมินมูลค่าไม่ได้ถูกกว่าช่วงก่อนหน้านักจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและแนวโน้มรายได้ที่อาจลดลงในมุมมองของเรา
 
🧐 เหตุผลหลักๆ คือ อัตรากำไรพุ่งสูงขึ้นมาต่อเนื่อง 20 ปี ตอนนี้เราเห็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นโดยคาดว่าวิกฤตด้านพลังงานจะส่งผลกระทบต่อการเติบโต และต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น เราเล็งเห็นการปรับขึ้นค่าแรงโดยคาดว่าปรับตามอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดให้ผู้คนกลับมาทำงานเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเศรษฐกิจ แต่ส่งผลด้านลบสำหรับส่วนต่างของบริษัท
 
✌️ อีกเหตุผลคือ หุ้นไม่ได้มีมูลค่าลดลงมากนัก ซึ่งการประเมินมูลค่าไม่ได้ดีขึ้นจริง ๆ หลังจากพิจารณาแนวโน้มรายได้ที่ลดลงและอัตราการขึ้นดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเร็วขึ้นทำให้กระแสเงินสดในอนาคตจึงมีความน่าสนใจลดลง

มุมมองการเติบโต

📉 ทางเศรษฐกิจจาก OECD สำหรับปีนี้และปีหน้าลดลงอย่างรวดเร็ว โดยมองว่าสหรัฐฯ จะเติบโตขึ้นเพียง 2.5% ในปีนี้ ซึ่งลดลงกว่า 3.7% จากในช่วงก่อนหน้า ภูมิภาคยุโรปเล็งเห็นว่ามีโอกาสเติบโต 2.6% ลดลงจาก 4.3%
 
🪖 ซึ่งสิ่งที่ทำให้มุมมองเปลี่ยนไปคือ สงครามในยูเครนที่กระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลัง Covid-19 ที่ทำให้ราคาพลังงานสูง ส่งผลไปยังค่าครองชีพและการบริโภคที่จะลดลงโดยเฉพาะในภูมิภาคที่ใช้พลังงานจากการนำเข้าสูงอย่างยุโรป เป็นต้น รวมถึงการล็อกดาวน์ในจีนที่ได้ชะลอการเติบโตในฐานะเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
 
💵 อัตราเงินเฟ้อที่สูงทำให้ธนาคารกลางต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่ชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุผลของสมมุติฐานที่ว่า “เศรษฐกิจจะเติบโตน้อยกว่าคาดการณ์ก่อนหน้า”

บทสรุป

ยังคงไม่เพิ่มไม่ลดสัดส่วนของหุ้นเราเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ธนาคารกลางจะกลับมาใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงในอนาคตเพื่อรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจ และหลีกเลี่ยงสภาวะถดถอยที่รุนแรง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ยังคงสัดส่วนหุ้นที่สูงในระยะยาว แต่รอดูท่าทีที่ชัดเจนในระยะสั้นนี้

Share On :

BlackRock ชะลอการลงทุนในตลาดพัฒนาแล้ว


BlackRock ชะลอการลงทุนในตลาดพัฒนาแล้ว

Weekly update : 26 May 2022

‼️เปลี่ยนการเพิ่มสัดส่วนหุ้นในตลาดพัฒนาแล้ว (DM) เป็นการคงสัดส่วนไว้แทน
 
🏛 BlackRock ลดการเพิ่มหุ้นในตลาดพัฒนาแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจาก FED ซึ่งกำลังพูดถึงนโยบายที่เข้มงวด และจีนที่แนวโน้มโดยรวมดูอ่อนแอลงถึงแม้ว่าจะมีโอกาสฟื้นฟูในไตรมาสหลังๆ
 
👨‍💼 ตลาดหุ้นดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดใหม่ในปี 2022 จากความกลัวว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สูงจะทำให้การเติบโตชะลอตัว ซึ่งยังเป็นภาพที่ไม่ชัดเจนนักและน่าจะเป็นแบบนี้ไปอีกหลายเดือน เนื่องจากว่ายังขาดความชัดเจนของสถานการณ์ภาพรวมโลกในปัจจุบัน
 
📉 ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐในสัปดาห์นี้คาดว่าจะแสดงความกดดันที่ชะลอตัวลง เราคิดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่สูงกว่าระดับก่อนโควิด
🏛 FED ได้พูดอย่างชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยให้คำมั่นที่จะลดอัตราเงินเฟ้อลงไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม โดยนักวิเคราะห์คาดว่าอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 0.5 ถึง 2 ครั้ง. ติดต่อกัน
 
🇨🇳 ฝั่งของจีนเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจนน่าตกใจโดยจีนนั้นอาจเจอกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและใกล้ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ไปแล้ว
 
👨‍🏫 เรายังเชื่อว่านักลงทุนยังคงคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่านี้สำหรับระยะยาวจากสภาวะที่เงินเฟ้อสูงและความเสี่ยงที่มาก

 

บทสรุป

เป็นการลดความเสี่ยงของการเพิ่มสัดส่วนหุ้นในตลาดพัฒนา(DM)แล้ว ในพอร์ตการลงทุน จากภาวะที่ FED ยังคงทีท่าแข็งกร้าวในนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยคงสัดส่วนการลงทุนในหุ้น DM เอาไว้จนกว่าทิศทางจะชัดเจนขึ้น ซึ่งเรา (Blackrock) ยังเชื่อว่า US นั้นมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและจะยังสามารถเติบโตได้ในปีนี้ที่ประมาณ 2.5% และยังห่างจากจุดที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอยซึ่งยังชอบพันธบัตรที่เชื่อมโยงกับอัตราเงินเฟ้อ (TIPs) หรือพันธบัตรรัฐบาลอายุสั้นมากกว่าระยะยาว เพราะเรายังเชื่อว่านักลงทุนยังคงคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่านี้สำหรับระยะยาวจากสภาวะที่เงินเฟ้อสูงและความเสี่ยงที่มาก ** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง โดยบทความนี้มิใช่สิ่งชี้นำซื้อขายการลงทุนแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงแค่การให้ความรู้และข้อมูลที่ช่วยให้เพิ่มมุมมองในการลงทุนเท่านั้น **

Share On :

ทำไม ณ เวลานี้หุ้นยังน่าสนใจกว่าตราสารหนี้


ทำไม ณ เวลานี้หุ้นยังน่าสนใจกว่าตราสารหนี้

เมื่อไม่นานมานี้

👉  Black Rock ได้ลดความเสี่ยง แต่ยังเลือกหุ้นมากกว่าพันธบัตร เนื่องจากราคาหุ้นตอนนี้สะท้อนถึงแนวโน้มมหภาคที่ถดถอย และ FED ที่มีท่าทีเร่งลดเงินเฟ้อ
 
👉 ตลาดเริ่มตึงตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยต้องเจอกับการแสดงท่าทีของธนาคารกลางซึ่งดูจะ ไม่เป็นมิตรกับการเติบโตหรือเลือกอยู่กับภาวะเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงและหุ้นดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดใหม่ในปี 2022 ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่คาดการความตรึงเครียดทางการเมืองโลกก็ตาม
 
👉ยอดขายปลีกในสหรัฐฯ และข้อมูลกิจกรรมอื่นๆ ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจโมเมนตัมของการเติบโต เชื่อว่าเศรฐกิจสามารถฟื้นจากการล็อกดาวน์ของการระบาดใหญ่
 
👉ตลาดหุ้นร่วงหนักในปีนี้จากแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ สงครามยูเครน และการชะลอตัวในจีน โดยเราเพิ่งลดความเสี่ยงโดยรวมลง แต่ยังคงรักษาน้ำหนักหุ้นที่สูงไว้

ถามว่าทำไม

ทาง Black Rock ยังเชื่อว่าผลรวมของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ในท้ายที่สุดแล้วจะยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ ถึงแม้ว่า FED จะประกาศว่าจะทำทุกอย่างเพื่อหยุดเงินเฟ้อให้ได้ และมองว่าตลาดได้กังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากเกินไป พูดง่ายๆ ก็คือตลาดปรับตัวลงมาเยอะกว่าที่ควรจะเป็น และคิดว่าหุ้นยังคงน่าสนใจมากกว่าพันธบัตร แม้ว่าการขายพันธบัตรครั้งใหญ่ที่ผ่านมาจะลดช่องว่างระหว่างหุ้นกับพันธบัตรได้
 
ส่วนทางตลาดหุ้นไทยก็พึ่งปรับตัวจากการขายที่มากเกินไป
 
เราเริ่มต้นปีด้วยการเลือกหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ ซึ่งแนวโน้มมหภาคดูแย่ลงตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา สงครามยูเครนได้เพิ่มอัตราเงินเฟ้อที่สูงอยู่แล้วให้สูงขึ้นไปอีก เนื่องจากอุปทานที่ขาดแคลนจาก Covid-19 ก่อนหน้านี้ โดย FED เริ่มพูดถึงอัตราเงินเฟ้อบ่อยขึ้น และตลาดได้ตอบรับราคาอย่างรวดเร็วถึงการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่สูง

อนาคตอันใกล้ 

ในขณะที่เดือนธันวาคมนั้นยังคาดการณ์ว่าจะไม่ขึ้นรวดเร็วและรุนแรงนัก และตอนนี้ มีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่สูงขึ้นที่ FED จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปยังระดับที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ล่าสุด: การเติบโตในจีนชะลอตัวลงท่ามกลางการล็อกดาวน์ของ Covid ที่แพร่ระบาด โดยทั้งหุ้นและพันธบัตรถูกขายออกไปเมื่อเเจอกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้

☝️อย่างแรก

เราเชื่อว่าความเสี่ยงส่วนใหญ่ต่อการเติบโตสะท้อนให้เห็นในราคาหุ้นแล้ว

✌️อย่างที่สอง

คือเรายังคิดว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ในตอนท้ายจะยังอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อพิจารณาจากระดับเงินเฟ้อ
 

บทสรุป

ทาง Blackrock ยังคงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่อไปเพราะเชื่อว่าดอกเบี้ยในท้ายที่สุดจะอยู่ในระดับที่ต่ำ และเชื่อว่าความกังวลของตลาดส่วนใหญ่ได้ตอบรับเข้าไปในราคาหุ้นแล้ว

** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง โดยบทความนี้มิใช่สิ่งชี้นำซื้อขายการลงทุนแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงแค่การให้ความรู้และข้อมูลที่ช่วยให้เพิ่มมุมมองในการลงทุนเท่านั้น **

Share On :